สร้างความฮือฮาด้วยการดึง Charlotte de Witte ดีเจเทคโนมือหนึ่งของโลก มาร่วมเป็นแอมบาสเดอร์ในแคมเปญ Born To Dare เพื่อสะท้อนตัวตนความกล้าและนอกกรอบ
เสียงเบสความถี่ต่ำกระแทกผ่านลำโพงขนาดใหญ่บนเวทีหลักของเทศกาลดนตรีระดับโลก คงไม่ใช่สถานที่ที่คุณคาดหวังว่าจะได้เห็นนาฬิกาจักรกลสวิสแบรนด์ดังไปโผล่อยู่บนข้อมือของผู้ควบคุมจังหวะ แต่วันนี้ Tudor เลือกส่งสัญญาณความขบถระลอกใหม่ด้วยการคว้าตัว Charlotte de Witte ดีเจและโปรดิวเซอร์เพลงเทคโนระดับแถวหน้าของโลกชาวเบลเยียม เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวแอมบาสเดอร์แบรนด์อย่างเป็นทางการ


การดึงตัวดีเจสาวมาร่วมงานครั้งนี้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคำถามในหมู่คนรักนาฬิกาอยู่พอสมควร หลายคนอาจตั้งแง่ว่าแบรนด์นาฬิกาสายลุยที่มีรากฐานมาจากการดำน้ำลึก การสำรวจขั้วโลก หรือการแข่งรถ จะไปเข้ากันได้อย่างไรกับซาวด์ดนตรีสไตล์ดาร์กและมินิมอลที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายอันมืดมิดของคลับใต้ดิน แต่หากลองมองย้อนกลับไปที่ปรัชญา “Born to Dare” ของ Tudor จะพบว่าในยุคนี้ ความกล้าหาญไม่ได้จำกัดอยู่แค่การปีนภูเขาน้ำแข็งหรือดำดิ่งลงไปใต้ก้นมหาสมุทรอีกต่อไป และเส้นทางชีวิตของ Charlotte de Witte คือบทพิสูจน์ชั้นดีว่าเธอเหมาะสมกับแนวคิดนี้ทุกประการ
ต้องบอกว่าก้าวแรกในเส้นสายอาชีพของเธอนั้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ในช่วงเริ่มต้น Charlotte เคยต้องใช้นามแฝงผู้ชายอย่าง “Raving George” เพื่อก้าวข้ามอคติทางเพศในวงการเพลงเทคโน ก่อนที่เธอจะทลายกำแพงเหล่านั้นลงจนราบคาบด้วยผลงานและความเด็ดเดี่ยว การันตีด้วยตำแหน่งดีเจเทคโนอันดับ 1 ของโลกจาก DJ Mag ติดต่อกันถึง 7 ปีซ้อน รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์เป็นศิลปินเทคโนหญิงคนแรกที่ได้เล่นปิดเวทีใหญ่ในเทศกาล Tomorrowland และเป็นดีเจหญิงคนแรกที่ได้ขึ้นแสดงบนเวทีใหญ่อย่าง Detroit Movement Festival, Ultra Music Festival ในไมอามี ตลอดจนงานระดับโลกอย่าง Coachella, Lollapalooza และ Las Vegas Sphere ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นชัดเจนว่าเธอไม่ได้เลือกเดินตามกฎเก่า แต่เป็นคนที่ฉีกตำราแล้วสร้างเส้นทางของตัวเองขึ้นมาใหม่


จริงๆ แล้วการร่วมมือกันครั้งนี้มีความน่าสนใจซ่อนอยู่ เพราะดนตรีเทคโนไม่ได้วัดกันที่ความเที่ยงตรงของเข็มนาฬิกา แต่มันคือเรื่องของจังหวะบีต การขับเคลื่อนอารมณ์ และการบันทึกช่วงเวลาในเสี้ยววินาทีให้ฝังอยู่ในความทรงจำ การที่ Tudor ดึงผู้บริหารค่ายเพลงอย่าง KNTXT และ Epoque มาร่วมงาน ยิ่งตอกย้ำว่าแบรนด์กำลังขยับตัวเข้าหาคนรุ่นใหม่ที่มองนาฬิกาข้อมือเป็นเครื่องสะท้อนถึงตัวตน รสนิยม และทัศนคติ มากกว่าจะเป็นแค่เครื่องมือบอกเวลา

การก้าวขึ้นไปยืนคุมบูธบนเวทีใหญ่ของ Charlotte de Witte จึงมาพร้อมกับความพิเศษ ภาพข่าวแคมเปญเผยให้เห็นว่าเธอเลือกสวมใส่นาฬิกาหน้าปัดฟ้าพาสเทลบนตัวเรือน Black Bay 54 สายเหล็กแบบสามข้อต่อที่ตัดกับความดุดันบนบูธดีเจ เรือนนี้คือ TUDOR Black Bay 54 “Lagoon Blue” หน้าปัดสีฟ้าลากูนบลูที่ส่องสว่างสะท้อนไฟสโตรบไลท์บนข้อมือ ท่ามกลางฝูงชนนับแสนบนเวทีระดับเมนสเตจ


เธอเลือกคอมพลีทลุคด้วยการหยิบนาฬิกาหน้าปัดสีฟ้าพาสเทลสดใสเรือนนี้ขึ้นไปคุมเวทีระดับโลก ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากการเลือกใส่นาฬิกาสปอร์ตหน้าปัดดำหรือเหล็กล้วนแบบเดิมๆ ความตัดกันระหว่างเฉดสีฟ้าละมุนตาและความดุดันของซาวด์เทคโนใต้ดิน กลายเป็นสไตล์เฉพาะตัวที่ทรงพลัง สะท้อนถึงภาพลักษณ์ของคนที่กล้าฉีกกรอบการแต่งกายแบบเดิมๆ มาพร้อมด้วยตัวเรือนขนาดกะทัดรัด 37 มิลลิเมตรสไตล์วินเทจ เมื่อมาอยู่บนข้อมือของศิลปินหญิงผู้กำหนดจังหวะคนทั้งฟลอร์ ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าความคลาสสิกและความขบถสามารถเต้นรำไปพร้อมกันได้อย่างลงตัวบนจังหวะบีตเดียวกัน


ในแง่ของชีวิตประจำวันของดีเจระดับทัวร์รอบโลกย่อมไม่มีคำว่าเรียบง่าย ตารางเวลาของ Charlotte ถูกขับเคลื่อนด้วยไฟลท์บินข้ามเขตเวลาและตัวเลขบีตต่อนาที (BPM) บนมิกเซอร์ เมื่อชีวิตต้องเดินทางและทำงานหนักหน่วงไม่แพ้นักกีฬาหรือนักสำรวจขั้วโลก นาฬิกาบนข้อมือจึงทำหน้าที่เป็นเครื่องมือบอกเวลาที่พึ่งพาได้จริง สอดคล้องกับแนวคิดดั้งเดิมของ TUDOR ที่สร้างนาฬิกาขึ้นมาเพื่อผ่านการใช้งานจริงในทุกสถานการณ์ ไม่ใช่มีไว้แค่เก็บสะสมนอนนิ่งอยู่ในตู้โชว์


ทีนี้มาดูในด้านงานออกแบบกันบ้าง เรือนนี้ถอดรหัสดีไซน์มาจากนาฬิกาดำน้ำรุ่นบุกเบิกปี 1954 ผสมผสานความวินเทจเข้ากับหน้าปัดสีฟ้าลากูน (Lagoon Blue) ที่ดูสดใสแต่ไม่หวือหวาจนเกินไป จับคู่มากับสายสเตนเลสสตีลแบบหมุดถักมาพร้อมระบบปรับความยาว T-fit ที่ช่วยให้ขยายหรือหดสายได้อย่างรวดเร็ว เหมาะกับการใช้ชีวิตที่ต้องขยับตัวตลอดเวลา ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติอินเฮ้าส์ MT5400 ผ่านมาตรฐาน COSC ให้พลังงานสำรองนาน 70 ชั่วโมง ความทนทานระดับนี้รองรับการกระแทกกระทั้นในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย

การที่ TUDOR ดึงตัวศิลปินสายเทคโนมาร่วมงาน พร้อมกับเรือนเวลาที่สะท้อนคาแรคเตอร์ชัดเจนเรือนนี้ จึงเป็นการเลือกสื่อสารกับคนรุ่นใหม่ที่มองหาเครื่องบอกเวลาดีไซน์เท่ ทนทาน และพร้อมลุยไปทุกที่อย่างไร้ข้อจำกัด ก็นับเป็นความเคลื่อนไหวที่สดใหม่ ซึ่งช่วยสลัดภาพความจำเจของการดึงดารานักแสดงแบบเดิมๆ ออกไปได้อย่างน่าสนใจมากๆ เลยทีเดียว
ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: TUDOR Black Bay 54 “Lagoon Blue”
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 37 มิลลิเมตร ความหนา 11.2 มิลลิเมตร ขอบเบเซิลหมุนได้ทิศทางเดียวพร้อมแผ่นสเกลสีเงินด้าน กันน้ำลึก 200 เมตร
- หน้าปัด: สีฟ้าลากูน (Lagoon Blue) พร้อมเข็มทรง Snowflake อันเป็นเอกลักษณ์ พรายน้ำ Super-LumiNova
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาที
- กลไก: กลไกอัตโนมัติอินเฮ้าส์ Calibre MT5400 (COSC) ความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4Hz) สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง
- สาย: สายสเตนเลสสตีลทรงหมุดแบบ Rivet พร้อมระบบปรับความยาว T-fit บนตัวล็อก
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่นี่
เปิดตัว TAG Heuer Formula 1 Solargraph x Oracle Red Bull Racing ฉลองครบรอบ 10 ปีแห่งความร่วมมือ
GPHG กับภารกิจขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกาโลก
เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’

