ตั้งแต่วินเทจแสนอบอุ่น หน้าปัดหินธรรมชาติ ไปจนถึงกลไกขั้นสูงและโปรเจกต์สายลับ
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มบนโต๊ะทำงานในกองบรรณาธิการยังไม่ทันจางดี เสียงแจ้งเตือนจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ก็เริ่มรัวระเบิดด้วยข่าวการเปิดตัวนาฬิกาล็อตใหญ่ประจำเดือนตุลาคม ในสัปดาห์นี้แบรนด์ดังต่างพากันงัดไม้เด็ดออกมาเขย่ากระเป๋าเงินนักสะสมกันแบบไม่มีใครยอมใคร ตั้งแต่สายวินเทจแสนอบอุ่น งานคราฟต์จากหินธรรมชาติ ไปจนถึงโปรเจกต์ลับของสายลับระดับโลกและกลไก jumping hour ที่ชวนให้หยุดยืนมอง
Oris Big Crown Pointer Date (Cervo Volante Collaboration)
เริ่มต้นเคาะกระดานความเคลื่อนไหวด้วย Oris ที่จับมือกับ Cervo Volante ส่งพี่ใหญ่อย่าง Big Crown Pointer Date ออกมารับลมหนาวด้วยหน้าปัดโทนสีเบอร์กันดีไล่เฉดเข้มข้น มาพร้อมด้วยตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร จับคู่มากับสายหนังกวางป่าสวิสฟอกฝาดธรรมชาติสัมผัสนุ่มมือ เสริมด้วยรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ อย่างเข็มปลายสีแดงที่กวาดผ่านวันรอบหน้าปัด ตัดกับพื้นผิวสีไวน์แดงเข้มข้น ให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินย่ำไปบนใบไม้แห้งสีส้มแดงในช่วงเปลี่ยนฤดูกาล เป็นความเรียบง่ายตามแบบฉบับนาฬิกานักบินดั้งเดิมที่ทำออกมาได้ลงตัวและอบอุ่นหัวใจทุกครั้งที่หยิบมาคาดข้อมือ


ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: Oris Big Crown Pointer Date (Cervo Volante)
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 40 มิลลิเมตร
- หน้าปัด: โทนสีเบอร์กันดีไล่เฉดเข้มข้น พร้อมเข็มปลายสีแดงบอกวันที่
- ฟังก์ชัน: แสดงเวลา (ชั่วโมง นาที วินาที) และฟังก์ชันบอกวันที่ด้วยเข็มชี้ Pointer Date
- กลไก: กลไกออโตเมติก
- สาย: สายหนังกวางป่าสวิสฟอกฝาดธรรมชาติ
Frederique Constant The Elements Collection (2026 Edition)
ขยับความหรูหราขึ้นมาอีกขั้นกับ Frederique Constant ที่รอบนี้พาตระกูล The Elements Collection กลับมาสร้างแรงกระเพื่อมด้วยการดึงเอาหินแร่ธรรมชาติมาทำเป็นหน้าปัดแผ่นบาง ไฮไลต์เด็ดอยู่ที่การนำหินนิลดำ (Onyx), หินเฮลิโอโทรปสีเขียวแซมแดง และหินเทอร์ควอยซ์ลายหินอ่อนธรรมชาติมาประกบคู่กับนาฬิกากลไกชั้นสูงอย่างรุ่น Classic Tourbillon หรือ Classic Perpetual Calendar ความยากของการใช้หน้าปัดหินธรรมชาติคือความเปราะบางที่ช่างฝีมือต้องเฉือนแผ่นหินให้บางเฉียบระดับมิลลิเมตรโดยไม่ให้แตกหัก ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นหน้าปัดลวดลายเฉพาะตัวที่ไม่ซ้ำกันเลยสักเรือนบนโลกใบนี้




ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: Frederique Constant The Elements Collection (รุ่น Classic Tourbillon หรือ Classic Perpetual Calendar)
- ตัวเรือน: วัสดุตามรุ่นมาตรฐานในคอลเลกชัน
- หน้าปัด: หน้าปัดหินแร่ธรรมชาติบางเฉียบ (หินนิลดำ Onyx, หินเฮลิโอโทรป, และหินเทอร์ควอยซ์)
- ฟังก์ชัน: แสดงเวลา และฟังก์ชันกลไกชั้นสูงตามแต่ละรุ่น (เช่น ทูร์บิญอง หรือปฏิทินถาวร)
- กลไก: กลไกจักรกลชั้นสูง
- สาย: สายหนังแท้คุณภาพสูง
Omega Seamaster Diver 300M James Bond / Spectre Collection
ฟากฝั่งสนามรบป็อปคัลเจอร์ไม่มีทางเงียบเหงา เมื่อ Omega ถือฤกษ์ดีวัน James Bond Day เปิดตัวซีรีส์ใหม่ Seamaster Diver 300M ที่แตกแขนงเรื่องราวออกเป็นฝั่งพระเอก 007 และฝั่งวายร้าย Spectre อย่างชัดเจน ตัวเรือนสเตนเลสสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยกลไก Co-Axial Master Chronometer คาลิเบอร์ 8806 ฝั่งรหัสลับ 007 มาพร้อมหน้าปัดอะลูมิเนียมสีน้ำเงินลายคลื่นและขอบเซรามิกไทเทเนียม ตัดภาพมาที่ฝั่ง Spectre ที่ดุดันกว่าด้วยหน้าปัดสีดำผิวด้านปัดลายเกรนจับคู่กับขอบเบเซิลเซรามิกดำสนิท พร้อมลูกเล่นโลโก้อปหนวดปลาหมึกซ่อนอยู่บนโรเตอร์ด้านหลัง เป็นการแย่งซีนที่ทำเอาแฟนหนังสายลับกระเป๋าฉีกไปตามๆ กัน



ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: Omega Seamaster Diver 300M James Bond (007 & Spectre Collection)
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 42 มิลลิเมตร พร้อมขอบเบเซิลเซรามิก (และขอบเซรามิกไทเทเนียมในบางรุ่น)
- หน้าปัด: รุ่น 007 หน้าปัดอะลูมิเนียมสีน้ำเงินลายคลื่น / รุ่น Spectre หน้าปัดสีดำผิวด้านปัดลายเกรน
- ฟังก์ชัน: แสดงเวลา (ชั่วโมง นาที วินาที) และขอบสเกลหมุนจับเวลาใต้น้ำ
- กลไก: กลไก Co-Axial Master Chronometer คาลิเบอร์ 8806
- สาย: สายสเตนเลสสตีลหรือสายยางตามซีรีส์
MeisterSinger Panthero Jumping Hour
ส่วนใครที่เบื่อเข็มนาฬิกาแบบเดิมๆ MeisterSinger จัดการเติมความสดใสให้สายอินดี้ด้วย Panthero Jumping Hour ที่สลัดคราบความขรึมมาใส่หน้าปัดสีฟ้าอ่อนแกะลายกิโยเช่แบบแผ่รัศมีคู่ หน้าปัดโล้นๆ ตามสไตล์เข็มเดี่ยวถูกเบรกด้วยช่องหน้าต่างแสดงชั่วโมงแบบกระโดดด้านบน และวงแหวนจานหมุนวิ่งวินาทีทรงซันวีลสุดล้ำ มันคือนาฬิกาที่ท้าทายสายตาคนมองว่าการอ่านเวลาไม่จำเป็นต้องวิ่งตามเข็มยาวเสมอไป


ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: MeisterSinger Panthero Jumping Hour
- ตัวเรือน: วัสดุสเตนเลสสตีลสไตล์เอกลักษณ์ของแบรนด์
- หน้าปัด: หน้าปัดสีฟ้าอ่อนแกะลายกิโยเช่แบบแผ่รัศมีคู่ พร้อมช่องหน้าต่างแสดงชั่วโมงแบบกระโดดและวงแหวนจานหมุนวินาทีทรงซันวีล
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงแบบ jumping hour และวินาทีผ่านจานหมุน
- กลไก: กลไกอัตโนมัติพร้อมโมดูลชั่วโมงกระโดด
- สาย: สายหนังดีไซน์แมตช์กับตัวเรือน
Parmigiani Fleurier TORIC Petite Seconde Morning Blue
ปิดท้ายด้วยความเนี้ยบระดับไฮเอ็นด์จาก Parmigiani Fleurier ที่หยิบเอาคอลเลกชันรากฐานอย่าง TORIC กลับมาปัดฝุ่นใหม่ในร่างแพลทินัม 950 ขนาด 40.6 มิลลิเมตร หน้าปัดสีฟ้า Morning Blue ทำจากทองคำขาว 18K ผ่านกระบวนการขัดแต่งผิวด้วยมือแบบแกร่งทราย (Hand-grained) ให้ผิวสัมผัสระยิบระยับยามต้องแสง พลิกดูด้านหลังจะพบกับกลไกไขลานคาลิเบอร์ PF780 สะพานจักรทองคำโรสโกลด์ 18K ขัดลาย Côtes de Fleurier สำรองพลังงานยาวนาน 60 ชั่วโมง จับคู่มากับสายหนังนูบุกจระเข้สีเทา Akoya เป็นความหรูหราแบบผู้ดีเก่าที่ไม่ต้องตะโกนบอกใคร แต่คนวง in-the-know เห็นไกลๆ ก็ต้องเหลียวหลังมอง


ข้อมูลทางเทคนิค
- ชื่อรุ่น: Parmigiani Fleurier TORIC Petite Seconde Morning Blue
- ตัวเรือน: แพลทินัม 950 ขัดเงา ขนาด 40.6 มิลลิเมตร หนา 8.8 มิลลิเมตร พร้อมขอบตัวเรือนแบบหยักละเอียด (Finely knurled bezel) และกระจกแซฟเฟอร์กันรอย พร้อมกันน้ำ 30 เมตร
- หน้าปัด: หน้าปัดทำจากทองคำขาว 18K ขัดแต่งผิวด้วยมือแบบ Hand-grained สีฟ้า Morning Blue มาร์กเกอร์และเข็มบอกเวลาเคลือบโรเดียมทองคำ 18K
- ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมง นาที และเข็มวินาทีบนหน้าปัดย่อย (Small Seconds)
- กลไก: กลไกไขลานคาลิเบอร์ PF780 สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง สะพานจักรทองคำโรสโกลด์ 18K ขัดลาย Côtes de Fleurier
- สาย: สายหนังนูบุกจระเข้สีเทา Akoya เย็บมือแบบ punto a mano พร้อมหัวเข็มขัดแพลทินัม 950
เมื่อกวาดตามองภาพรวมทั้งหมดของล้านนาฬิกาล่าสุดนี้ จะเห็นเลยว่าปี 2026 ไม่ใช่ปีแห่งการวิ่งตามกระแสหวือหวา แต่เป็นปีที่แบรนด์ต่างๆ ตั้งใจขัดเกลาคาแร็กเตอร์ของตัวเองให้คมกริบขึ้น ไม่ว่าจะเลือกเล่าเรื่องด้วยวัสดุธรรมชาติ งานกลไกขั้นสูง หรือลูกเล่นกวนๆ บนหน้าปัด ทุกเรือนต่างมีลมหายใจและเรื่องเล่าที่พร้อมจะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันที่สนุกขึ้นบนข้อมือของคุณ
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Patek Philippe WATCH ART™ Grand Exhibition – Milan 2026 นิทรรศการครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดครั้งนี้มีไฮไลต์เด็ดอะไรบ้าง
ครบรอบครึ่งศตวรรษแบบจับต้องได้ เมื่อ Raymond Weil ส่ง Millesime Jubilee Chronograph ออกมาสานต่อความสำเร็จ
ทองคำทั้งเรือนยังไม่พอ เมื่อ Armin Strom ขยายความอุ่นของ 18K Rose Gold เข้าไปถึงหัวใจของ Calibre AMW21

