Zenith ในงาน Watches and Wonders 2026: เมื่อกลไกความถี่สูงโชว์ร่าง Skeleton และหินธรรมชาติกลับมาโลดแล่นบนข้อมือ

Date:

Zenith เปิดตัวไฮไลต์เด็ดในงาน นำโดย Chronomaster Sport Skeleton ที่มาพร้อมระบบล็อกสาย Zenclasp ใหม่ล่าสุด

สำหรับงาน Watches and Wonders 2026 ทาง Zenith เลือกเดินเกมที่ชัดเจนมากด้วยการแบ่งทิศทางออกเป็นสองขั้ว ขั้วหนึ่งคือความล้ำสมัยของกลไกความถี่สูงในตระกูล Chronomaster Sport และอีกขั้วคือการเฉลิมฉลองประวัติศาสตร์ความเที่ยงตรงผ่านคอลเลกชั่น G.F.J. ที่หยิบเอาเครื่องในตำนานมาเล่าใหม่ได้อย่างมีชั้นเชิง

ไฮไลต์ที่ดูแล้วกวนใจนักสะสมที่สุดน่าจะเป็น Chronomaster Sport Skeleton ที่รอบนี้ Zenith ตัดสินใจเปิดหน้าปัดโชว์กลไก El Primero 3600SK ให้เห็นกันชัดๆ ผ่านกระจกแซฟไฟร์สีควันบุหรี่ การได้เห็นเข็มวินาทีดีดตัวครบรอบใน 10 วินาทีท่ามกลางฟันเฟืองที่ขยับตัวด้วยความถี่ 5 เฮิรตซ์ มอบความรู้สึกที่ดูดุดันและทันสมัยขึ้นมาก โดยเฉพาะรุ่นตัวเรือนสตีลที่มาพร้อมขอบเซรามิกสีเขียวหรือสีดำ และยังมีรุ่นหรูจัดอย่างโรสโกลด์ประดับเพชรบาเก็ตต์ที่ผลิตมาแค่ 10 เรือนเท่านั้น

นาฬิกา Zenith Chronomaster Sport Two-Tone ตัวเรือนทำจากเหล็กและโรสโกลด์ พร้อมหน้าปัดมุก

Zenith Chronomaster Sport Two-Tone

การนำนาฬิกาสปอร์ตมาขัดเกลาให้ดูเนี้ยบและใส่ได้หลายโอกาสมากขึ้นคือโจทย์ของ Zenith Chronomaster Sport Two-Tone รุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนภาพลักษณ์ความดุดันให้ดูมีความนุ่มนวลและสุขุมขึ้น แต่ยังคงรักษาพลังงานความกระฉับกระเฉงที่เป็นหัวใจสำคัญของรุ่นนี้ไว้ได้อย่างดี

ภาพระยะใกล้ของหน้าปัด Chronomaster Sport Two-Tone พร้อมเคาน์เตอร์โครโนกราฟสามสี

ตัวเรือนขนาด 41 มม. เป็นการผสมผสานระหว่างสเตนเลสสตีลกับทองโรสโกลด์ที่ปรากฏอยู่บนขอบหน้าปัด เม็ดมะยม และปุ่มกด ซึ่งการใช้สีที่ตัดกันอย่างชัดเจนนี้ช่วยยกระดับให้นาฬิกาดูหรูหราและเข้ากับการแต่งตัวได้หลากหลายสไตล์มากขึ้น ความน่าสนใจยังลามไปถึงหน้าปัดที่เลือกใช้เปลือกหอยมุก (Mother-of-Pearl) ซึ่งให้มิติของแสงที่เปลี่ยนไปตามการเคลื่อนไหวของข้อมือ โดยมีหน้าปัดย่อย 3-6-9 วางซ้อนกันเป็นเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงไปถึงตระกูล El Primero ดั้งเดิม

หัวใจของเรือนนี้คือกลไก El Primero 3600 ที่ทำงานด้วยความถี่ 5 เฮิรตซ์ ไฮไลต์อยู่ที่เข็มวินาทีจับเวลาตรงกลางที่พุ่งทะยานรอบหน้าปัดในเวลาเพียง 10 วินาที เพื่อแสดงค่าความละเอียด 1/10 วินาทีให้เห็นแบบสดๆ บนขอบหน้าปัด ซึ่งเป็นการโชว์ประสิทธิภาพที่เหนือชั้นของแบรนด์ออกมาได้อย่างชัดเจน

Zenith Chronomaster Sport รุ่นนี้ผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือนเท่านั้น เป็นการเติมความอบอุ่นและรายละเอียดที่ซับซ้อนให้กับนาฬิกาสปอร์ตรุ่นยอดนิยม ซึ่งตอบโจทย์คนที่มองหานาฬิกาที่ดูภูมิฐาน มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และมีกลไกที่น่าตื่นเต้นอยู่บนข้อมือในเรือนเดียว

ข้อมูลทางเทคนิค
Zenith Chronomaster Sport Two-Tone
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติ El Primero 3600 แบบ column-wheel chronograph ความถี่ 5 Hz (36,000 ครั้งต่อชั่วโมง) สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาทีจากแกนกลาง พร้อมวินาทีเล็กที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และวันที่ที่ตำแหน่ง 4:30 มาพร้อมฟังก์ชันจับเวลาแบบ 1/10 วินาที รวมถึงตัวนับ 60 นาทีที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และตัวนับวินาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
  • ตัวเรือน: ขนาด 41 มม. ผลิตจากสเตนเลสสตีลและ 18K โรสโกลด์ ขอบตัวเรือนทองคำมาพร้อมสเกลแสดงค่า 1/10 วินาที กันน้ำ 10 ATM
  • หน้าปัด: หน้าปัดมุก (mother-of-pearl) พร้อมซับไดอัล 3 วงในโทนสีที่แตกต่างกัน
  • สาย: สายสเตนเลสสตีลและ 18K โรสโกลด์ แบบ two-tone พร้อมตัวล็อกพับ และมาพร้อมสายยางสีดำเสริมอีกหนึ่งเส้น
  • จำนวนการผลิต: ลิมิเต็ดเพียง 50 เรือน
นาฬิกา Zenith Chronomaster Sport ตัวเรือนโรสโกลด์ ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ (แสดงในภาพพร้อมสายยาง)

Zenith Chronomaster Sport Skeleton

ในรุ่น Chronomaster Sport Skeleton ทาง Zenith ได้เปลี่ยนจุดโฟกัสจากการตกแต่งพื้นผิวมาเป็นการโชว์กลไกแบบเต็มตา หน้าปัดแซฟไฟร์สีควันบุหรี่ถูกนำมาใช้เพื่อเปิดให้เห็นโครงสร้างภายในของกลไก El Primero 3600SK ซึ่งเป็นการเปลี่ยนหนึ่งในกลไกที่มีชื่อเสียงที่สุดของแบรนด์ให้กลายเป็นหัวใจหลักทางสายตาของงานดีไซน์ชิ้นนี้

ขณะเดียวกัน ตัวนาฬิกายังคงรักษาเอกลักษณ์ที่ทำให้คอลเลกชั่นนี้เป็นที่จดจำเอาไว้ครบถ้วน ตั้งแต่ตัวเรือนขนาด 41 มม. ขอบหน้าปัดเซรามิก ไปจนถึงวงหน้าปัดย่อยที่วางซ้อนเหลื่อมกัน ซึ่งในแต่ละเวอร์ชันยังคงสะท้อนถึงกลิ่นอายของ El Primero รุ่นดั้งเดิมปี 1969 โดยรุ่นใหม่นี้มีให้เลือกทั้งแบบตัวเรือนสตีลที่มาพร้อมขอบเซรามิกสีดำหรือสีเขียว รุ่นทองโรสโกลด์สายยาง และรุ่นพิเศษที่ผลิตเพียง 10 เรือนในตัวเรือนทองโรสโกลด์พร้อมสายและขอบหน้าปัดประดับเพชรบาเก็ตต์ ซึ่งการปรับโฉมแบบสเกเลตัน (Skeletonized) ครั้งนี้ช่วยสร้างตัวตนที่ดูดุดันและมีความเป็นวิศวกรรมที่ล้ำสมัยให้กับ Chronomaster Sport อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ Zenith ยังเปิดตัวตัวล็อกสายแบบพับได้ (Folding Clasp) รุ่นใหม่ที่ได้รับสิทธิบัตรในรุ่นตัวเรือนสตีล โดยเพิ่มระบบ Micro-adjustment ที่ปรับความละเอียดได้เองโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ พร้อมโครงสร้างที่รับกับสรีระข้อมือมากขึ้น ซึ่งเป็นการขยายแนวคิดเรื่องประสิทธิภาพให้ก้าวข้ามจากตัวกลไกไปสู่การใช้งานจริงที่สะดวกสบายในทุกวัน

นาฬิกา Zenith Chronomaster Sport ตัวเรือนพิงค์โกลด์ทั้งเรือน ประดับขอบตัวเรือนด้วยเพชร
ภาพระยะใกล้ของนาฬิกา Zenith Chronomaster Sport ตัวเรือนเหล็กพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ
นาฬิกา Zenith Chronomaster Sport ตัวเรือนเหล็ก พร้อมขอบและสายเซรามิกสีเขียว

The Perfect Fit Innovation
นวัตกรรมตัวล็อกแบบพับของ ZENITH พร้อมระบบ micro-adjustment ที่ปรับได้บนข้อมือโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ปรับได้ครั้งละ 2.5 มม. รวม 10 มม. เพื่อความพอดีและสบายตลอดวัน

ข้อมูลทางเทคนิค
Zenith Chronomaster Sport Skeleton
  • กลไก: อัตโนมัติ El Primero 3600 SK แบบ column-wheel ความถี่ 5 Hz (36,000 vph) พร้อม silicon escapement สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาทีเล็ก (9 นาฬิกา) วันที่ (4:30) และโครโนกราฟ 1/10 วินาที (เข็มกลางหมุนครบใน 10 วินาที) พร้อมตัวนับ 60 นาที (6 นาฬิกา) และ 60 วินาที (3 นาฬิกา)
  • ตัวเรือน: ขนาด 41 มม. มีทั้งสเตนเลสสตีล (ขอบเซรามิกดำ/เขียว), โรสโกลด์ (ขอบเซรามิกดำ) และโรสโกลด์ประดับเพชร baguette กันน้ำ 10 ATM
  • หน้าปัด: แซฟไฟร์แบบ openworked โทน smoked ดำ พร้อมซับไดอัล 3 สี
  • สาย: สตีลพร้อมตัวล็อกปรับละเอียด + สายยางเสริม (รุ่นสตีล) / สายยางหรือสายโรสโกลด์ (รุ่นทอง)
  • การวางจำหน่าย: มี 4 เวอร์ชัน โดยรุ่นเพชรลิมิเต็ด 10 เรือน
นาฬิกา Zenith GFJ Yellow Gold Bloodstone กลับมาอีกครั้งด้วยกลไก Calibre 135 ในรูปแบบที่โดดเด่นยิ่งขึ้น ผสานความแม่นยำในการบอกเวลาเข้ากับหน้าปัดหินที่มีลวดลายสวยงาม

Zenith G.F.J. Yellow Gold Bloodstone

การที่ Zenith ส่งนาฬิกาในตระกูล G.F.J. ออกมาอย่างต่อเนื่อง เป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าคอลเลกชั่นนี้ไม่ใช่แค่โปรเจกต์ทำขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตเพียงครั้งเดียว แต่นี่คือ “บ้านหลังใหม่” ที่ถาวรและร่วมสมัยสำหรับกลไกในตำนานอย่าง Calibre 135 โดยในรุ่นล่าสุดนี้มาพร้อมตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ขนาด 39.5 มม. ที่ผลิตมาเพียง 161 เรือน พร้อมงานดีไซน์หน้าปัดที่ถือว่ามีเอกลักษณ์ที่สุดรุ่นหนึ่งของปีนี้

จุดเด่นที่ดึงสายตาที่สุดคือการเลือกใช้ Bloodstone มาทำเป็นพื้นหน้าปัด ซึ่งเสน่ห์ของหินชนิดนี้อยู่ที่ลวดลายธรรมชาติที่เกิดขึ้นเอง ทำให้หน้าปัดนาฬิกาแต่ละเรือนมีบุคลิกเฉพาะตัวไม่ซ้ำกันเลย นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มลูกเล่นด้วยหน้าปัดย่อยสำหรับเข็มวินาทีขนาดใหญ่ที่ทำจากเปลือกหอยมุก ตรงตำแหน่ง 6 นาฬิกา ล้อมรอบด้วยวงแหวนแกะลายกิโยเช (Guilloché) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลวดลายอิฐบนผนังอาคารของโรงงาน Zenith เอง ช่วยสร้างมิติและโครงสร้างที่ดูแข็งแกร่งและประณีตไปพร้อมกัน

ขุมพลังข้างในคือกลไกไขลาน Calibre 135 ที่ยังคงสืบทอดภารกิจด้านความเที่ยงตรง ซึ่งเคยทำให้กลไกรุ่นพี่ในอดีตกลายเป็นหนึ่งในเครื่องนาฬิกาที่กวาดรางวัลจากการทดสอบความเที่ยงตรง (Observatory Chronometer) มามากที่สุดแห่งยุค โดยกลไกเวอร์ชันปัจจุบันได้รับการอัปเกรดให้สำรองพลังงานได้นานถึง 72 ชั่วโมง พร้อมระบบหยุดเข็มวินาที (Stop-second) และผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับ COSC

การเปิดตัวครั้งนี้เป็นมากกว่าการเพิ่มรุ่นตัวเรือนโลหะมีค่า แต่เป็นการตอกย้ำว่า G.F.J. ได้กลายเป็นเสาหลักที่แข็งแกร่งและสำคัญในพอร์ตโฟลิโอของ Zenith อย่างเต็มตัว เป็นเรือนเวลาที่เชื่อมโยงความสำเร็จในประวัติศาสตร์เข้ากับงานดีไซน์ยุคใหม่ได้อย่างไร้ที่ติ

ข้อมูลทางเทคนิค
Zenith G.F.J. Yellow Gold Bloodstone
  • กลไก: ไขลาน Calibre 135 มาตรฐาน COSC ความถี่ 2.5 Hz (18,000 vph) พร้อม Breguet hairspring และระบบหยุดวินาที สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที และวินาทีเล็ก (6 นาฬิกา)
  • ตัวเรือน: 18K เยลโลว์โกลด์ ขนาด 39.15 มม. หนา 10.5 มม. lug-to-lug 45.75 มม. กันน้ำ 5 ATM
  • หน้าปัด: วงนอกลาย brick guilloché ซิกเนเจอร์ ตรงกลางหิน jasper bloodstone พร้อมซับไดอัลวินาทีเล็ก mother-of-pearl
  • สาย: หนัง alligator nubuck สีเบจ, alligator สีเขียว และหนังลูกวัวสีดำ พร้อมหัวเข็มขัดเยลโลว์โกลด์ หรือเลือกสายเยลโลว์โกลด์ 18K ได้
  • การผลิต: ลิมิเต็ด 161 เรือน
Zenith GFJ Tantalum คือนาฬิกาที่มีสีเข้มและเข้มข้นกว่ารุ่นอื่นๆ ซึ่งความท้าทายในการขึ้นรูปโลหะแทนทาลัมสะท้อนให้เห็นถึงความพิถีพิถันในการผลิตนาฬิกาที่มีความแม่นยำสูง

Zenith G.F.J. Tantalum

หากรุ่นเยลโลว์โกลด์คือตัวแทนของความอบอุ่น Zenith G.F.J. Tantalum คือขั้วตรงข้ามที่พาคอลเลกชั่นนี้ไปสู่ทิศทางที่เข้มขรึม ดุดัน และดูจริงจังยิ่งกว่าเดิม ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 20 เรือนทั่วโลก ความพิเศษเริ่มตั้งแต่วัสดุตัวเรือนที่ทำจากแทนทาลัม (Tantalum) ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในโลหะที่จัดการยากที่สุดในโลกนาฬิกายุคใหม่ ทั้งในแง่การขึ้นรูปและการขัดแต่ง แต่นั่นคือความตั้งใจของ Zenith ที่ต้องการใช้ความยากของวัสดุมาเป็นตัวสะท้อนถึงความประณีตและระเบียบวินัยที่อยู่เบื้องหลังกลไกอันเที่ยงตรง

หน้าปัดยังคงคุมโทนขรึมด้วยการใช้หินนิล (Black Onyx) วางไว้ตรงกลาง ตัดกับวงหน้าปัดวินาทีเล็กที่ทำจากเปลือกหอยมุกสีเทา พร้อมล้อมรอบด้วยวงแหวนแกะลายกิลโลเช่ (Guilloché) แพทเทิร์นลายอิฐ เพิ่มความเฉียบคมด้วยหลักชั่วโมงประดับเพชรเจียระไนทรงคางหมู (Trapeze-cut) ซึ่งพอมองผ่านฝาหลังแซฟไฟร์เข้าไป จะเห็นกลไก Calibre 135 ที่ขัดแต่งด้วยโทนสีรูทีเนียมเข้ม (Dark Ruthenium) เสริมบุคลิกให้นาฬิกาดูมีความเป็นสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่งและทรงพลัง

นี่คือนาฬิกาในตระกูล G.F.J. ที่เอ็กซ์คลูซีฟที่สุดของปี และเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนมากว่า Zenith กำลังใช้คอลเลกชั่นนี้เพื่อสำรวจโลกแห่งความเที่ยงตรงผ่านวัสดุและพื้นผิวที่หาตัวจับยาก เป็นการนำเสนอความหายากในระดับที่นักสะสมตัวจริงต้องหยุดมอง

ข้อมูลทางเทคนิค
Zenith G.F.J. Tantalum
  • กลไก: ไขลาน Calibre 135 มาตรฐาน COSC ความถี่ 2.5 Hz (18,000 vph) พร้อม Breguet hairspring และระบบหยุดวินาที สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที และวินาทีเล็ก (6 นาฬิกา)
  • ตัวเรือน: แทนทาลัม ขนาด 39.15 มม. หนา 10.5 มม. lug-to-lug 45.75 มม. กันน้ำ 5 ATM
  • หน้าปัด: วงนอกลาย brick-pattern guilloché ซิกเนเจอร์ ตรงกลางหิน onyx พร้อมซับไดอัลวินาทีเล็ก mother-of-pearl และหลักชั่วโมงประดับเพชรทรง trapeze-cut
  • สาย: หนัง alligator nubuck สีน้ำเงิน พร้อมสาย alligator สีดำและสายหนังลูกวัวสีเทาเพิ่มเติม หัวเข็มขัดไทเทเนียม
  • การผลิต: ลิมิเต็ด 20 เรือน

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Rado Master of Materials นวัตกรรมไฮเทคเซรามิกและโครงสร้าง Monobloc แห่งอนาคต
Cartier Baignoire โฉมใหม่ เมื่อสองไอคอนแห่งเมซงหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
Czapek & Cie Antarctique Cosmic Blue: จุดบรรจบของกาลเวลาและอวกาศในตัวเรือนไทเทเนียม

Share post:

More like this

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...

เผยโฉม Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute ลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก ในวาระครบรอบ 100 ปี Miles Davis

Breitling Navitimer B09 Chronograph 41 Tribute to Miles Davis เรือนเวลาลิมิเต็ดเอดิชัน 500 เรือนทั่วโลก เฉลิมฉลองวาระครบรอบ 100 ปี Miles Davis ถอดแบบความคลาสสิกจาก Ref. 806 Mk5 ในตัวเรือนสตีล 41 มม. หน้าปัด Reverse-Panda ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขสลักอินเฮาส์ Caliber B09 สำรองพลังงาน 70 ชั่วโมง

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...