The Legend of Franck Muller Part 1: ใครคือ Franck Muller?

Date:

ตำนานของ Franck Muller เรียนรู้ที่มาของหนึ่งในนักปฏิวัติวงการนาฬิกาชั้นสูงและการฟื้นฟูวงการนาฬิกาในศตวรรษที่ 20 ไปกับเราตอนที่ 1 ของซีรีส์นี้

WORD Wei Koh

ในบทแรกของเรื่องราวการเดินทางของตำนานของ Franck Muller นี้ เราจะย้อนรอยต้นกำเนิดและเส้นทางที่เขาสร้างขึ้นจนกลายเป็นตำนานในวงการนาฬิกา

ในขณะที่มีช่างนาฬิกาหลายคนที่มีบทบาทสำคัญในวงการนาฬิกาของศตวรรษที่ 20 แต่มียอดฝีมือหนึ่งที่อิทธิพลของเขาโดดเด่นที่สุด เขาคือบุคคลแรกในวงการที่กลายเป็นไอคอนทางนาฬิกาหลังจากที่วงการนี้เผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่สุด เขาได้เปิดฉากยุคทองใหม่ของการทำนาฬิกาหรูในขณะที่เชื่อมโยงค่านิยมของมันกับรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเปลี่ยนแปลงความหมายของนาฬิกาข้อมือในสังคมร่วมสมัยอย่างสิ้นเชิง เขาคือ Franck Muller และนี่คือตำนานของเขา

ศิลปะและวิทยาศาสตร์แต่ละแขนงล้วนมีวีรบุรุษที่กำหนดยุคของตัวเอง และไม่มีที่ไหนที่สิ่งนี้เด่นชัดเท่ากับการผสมผสานระหว่างคณิตศาสตร์และความโกลาหลที่เรียกกันว่า การทำเวลาทางกลไก ทุกยุคในวงการนาฬิกา จะมีหนึ่งในช่างนาฬิกาที่ยืนหยัดขึ้นมาเป็นอัจฉริยะแห่งยุคของตัวเอง ช่างเหล่านี้ไม่ได้แค่พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ยังช่วยหล่อหลอมอนาคตของวัฒนธรรมไปพร้อมกัน

ในหลาย ๆ ด้าน เรื่องราวของ Franck Muller เริ่มต้นยาวนานกว่าที่เขาจะเกิดเสียอีก เพราะมันเกี่ยวข้องกับการบันทึกเวลาและการเคลื่อนไหวของดาวบนฟากฟ้ามาตั้งแต่สมัยโบราณ เริ่มต้นจากชาวสุเมเรียนที่เริ่มสังเกตการหมุนเวียนของวันและการเคลื่อนไหวของดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นให้มนุษย์ได้รู้จักและตั้งมาตรฐานการบอกเวลา

The Legend of Franck Muller Part 1: Who is Franck Muller?
Franck Muller (Illustration Pk Cheng)

อีกหนึ่งจุดสำคัญในประวัติศาสตร์ของการจับเวลาเกิดขึ้นในกลางศตวรรษที่ 14 เมื่อ Giovanni de’ Dondi ช่างนาฬิกาชาวอิตาลีจากเมืองปาดูวา ได้สร้างเครื่องมือที่มีความทะเยอทะยานมากขึ้นในการจับเวลาและเข้าใจจักรวาลอย่างลึกซึ้ง

เครื่องมือที่เขาสร้างขึ้นมีชื่อว่า Astrarium ซึ่งไม่ใช่แค่นาฬิกาทั่วไป แต่เป็นเครื่องมือดาราศาสตร์ที่สามารถติดตามการหมุนรอบของโลกและดาวเคราะห์ต่าง ๆ ได้อย่างซับซ้อน เครื่องมือนี้ยังถูกออกแบบจากงานเขียนของ Johannes Campanus นักดาราศาสตร์ชื่อดังในยุคนั้น โดยมันถือเป็นหอดูดาวที่ทันสมัยที่สุดในสมัยนั้นเลยทีเดียว

ความทะเยอทะยานของ de’ Dondi คือการใช้เครื่องมือนี้ไม่เพียงแค่บอกเวลาในแง่ของวันและคืน แต่ยังพยายามที่จะเปิดเผยข้อมูลที่ลึกซึ้งกว่าเกี่ยวกับการหมุนรอบของโลกและจักรวาล ซึ่งเป็นการก้าวข้ามขีดจำกัดของการจับเวลาแบบเดิม ๆ สู่การสำรวจจักรวาลที่มีความหมายกว่าการวัดแค่เวลาในชีวิตประจำวัน

เรื่องราวของ Franck ก็ไม่ต่างกันมากนักจากช่างทำตู้ไม้จากยอร์กเชียร์ที่กลายมาเป็นช่างนาฬิกาอย่าง John Harrison ผู้ที่มุ่งมั่นที่จะให้ประเทศอังกฤษมีนาฬิกาที่แม่นยำพอที่จะบอกตำแหน่งในทะเล นาฬิกา H4 ของ Harrison ที่ถูกนำเสนอในปี 1761 เป็นผลจากการทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนนานถึง 31 ปี และมันคือเครื่องมือที่ช่วยให้มนุษย์สามารถนำทางโลกได้เกินขอบฟ้า

นักประดิษฐ์ก่อนหน้า Franck Muller ได้แก่ Abraham-Louis Breguet ช่างนาฬิกาที่เก่งกาจและนักแสดงที่โด่งดังในวงการ ที่มีการประดิษฐ์เครื่องมือสำคัญ เช่น ระบบทูร์บิญอง Christiaan Huygens ผู้คิดค้นสปริงขนที่ใช้ในนาฬิกา Pierre Le Roy นักนวัตกรรมที่พัฒนาระบบเดเทนต์เอสเคปเมนต์

Ferdinand Berthoud ผู้สร้างโครโนมิเตอร์ทางทะเลที่ได้รับการยกย่องที่สุดในโลก และ Charles Édouard Guillaume นักประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลโนเบล ผู้คิดค้นวัสดุสำหรับสปริงบาลานซ์ที่มีความสามารถในการชดเชยความร้อนอย่าง Elinvar

แต่ในขณะที่ชายเหล่านี้ต่างทำงานเพื่อเปิดบทใหม่ในประวัติศาสตร์ของการทำงานนาฬิกาอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางความท้าทายเหล่านั้น ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ Franck Muller คือการทำให้เรื่องราวของการทำงานนาฬิกาเชิงกลยังคงมีชีวิตอยู่

The Legend of Franck Muller Part 1: Who is Franck Muller?
สำหรับ Franck Muller ครอบครัวคือแหล่งแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันหมดสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณพ่อผู้ล่วงลับของเขาที่เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญในการตัดสินใจของเขาที่จะเป็นช่างนาฬิกา

ยุคที่เขาก้าวขึ้นมามีชื่อเสียงเป็นช่วงเวลาที่อุตสาหกรรมนาฬิกากำลังต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ หลังจากประสบกับวิกฤตที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ยาวนานถึง 300 ปี การเปลี่ยนแปลงและการโจมตีที่เกิดขึ้นทำให้อุตสาหกรรมนี้ต้องเผชิญกับการล่มสลาย

แต่ในช่วงเวลานั้นเอง Franck Muller ก็ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูและนำพาอุตสาหกรรมนี้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขากลายเป็นตัวแทนที่สำคัญในการช่วยยกกระแสและฟื้นฟูศักดิ์ศรีของวงการนาฬิกา ทำให้วงการนี้สามารถก้าวไปข้างหน้าและเจริญเติบโตอีกครั้ง

Franck Muller สร้างการฟื้นฟูอุตสาหกรรมนาฬิกาด้วยการนำเสนอสิ่งใหม่ ๆ ผ่านสามหลักที่สำคัญ ประการแรกคือการนำการผลิตนาฬิกาสวิสแบบคลาสสิกกลับมาใหม่ โดยผสมผสานความคิดสร้างสรรค์ทางสุนทรียศาสตร์และเทคนิคที่กล้าหาญ เพื่อดึงดูดผู้ชมยุคใหม่

ตัวอย่างที่เด่นชัดคือการนำระบบ Tourbillon Regulator ซึ่งเป็นความซับซ้อนที่มีชื่อเสียงในวงการนาฬิกา มาใช้กับนาฬิกาข้อมือ เพื่อเพิ่มความล้ำสมัยให้กับนาฬิกา

The Legend of Franck Muller Part 1: Who is Franck Muller?
Franck Muller Cintrée Curvex Tourbillon
The Legend of Franck Muller Part 1: Who is Franck Muller?
Franck Muller Cintrée Curvex Jumping Hours Tourbillon

ประการที่สอง Franck ใช้ความคล่องแคล่วของเขาในการสร้างสรรค์นาฬิกาที่ตอบโจทย์โลกยุคใหม่ โดยตัวอย่างสำคัญคือ Master Banker ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามเวลาในสามโซนเวลาพร้อมกันได้อย่างสะดวกสบาย

สุดท้าย Franck ยังได้พลิกโฉมการใช้นาฬิกา จากเครื่องมือที่ใช้วัดเวลาให้กลายเป็นผืนผ้าใบที่ใช้แสดงออกทางอารมณ์ของเวลา นาฬิกา Crazy Hours ของเขาจะทำให้ผู้ใช้ทึ่งเมื่อเห็นตัวเลขบนหน้าปัดที่ดูเหมือนจะถูกจัดเรียงอย่างสุ่ม ๆ แต่จริง ๆ แล้วเข็มของนาฬิกากลับสามารถหาตำแหน่งที่ถูกต้องได้เสมือนกับถูกนำทางโดยการแทรกแซงจากพลังอันลึกลับ

The Legend of Franck Muller Part 1: Who is Franck Muller?
Franck Muller Cintrée Curvex Master Banker Tourbillon คือการรวมกันของสองความสำเร็จที่เป็นเอกลักษณ์ของ Franck Muller นั่นคือทูร์บิญองที่เป็นนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลก และความซับซ้อนของการแสดงผลสามโซนเวลาบนหน้าปัดเดียวกัน

เจ้าหนุ่มอัจฉริยะ

Franck Muller คือใคร? เขาคือส่วนผสมระหว่างนักแสดงโชว์ อัจฉริยะด้านเทคนิค ผู้จัดการเวที และอัจฉริยะที่หายาก เขาเกิดในปี 1958 จากแม่ชาวอิตาลีและพ่อชาวสวิส และในหลาย ๆ แง่มุม วัฒนธรรมทั้งสองนี้ได้กำหนดตัวตนของช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่ที่เขาจะกลายเป็น เพราะในดีเอ็นเอของเขามีทั้งความสามารถด้านการออกแบบ ความกล้าหาญทางสุนทรียศาสตร์ และความเคารพในวิทยาศาสตร์ที่เป็นเอกลักษณ์ของการผลิตนาฬิกาอิตาลี รวมถึงความทุ่มเทในการสร้างความแม่นยำและการเคารพในค่านิยมดั้งเดิมของการผลิตนาฬิกาสวิส

“สิ่งที่ชัดเจนคือ ถ้าไม่มี Franck Muller การผลิตนาฬิกาก็คงไม่ถึงระดับความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างที่เป็นในวันนี้”

Philippe Dufour ตำนานการผลิตนาฬิกาอิสระ

Franck Muller ในปี 1977 ระหว่างการศึกษาที่โรงเรียนช่างนาฬิกา

แนวคิดของสองด้านที่อยู่ในตัวของ Muller นั้นดูเหมือนจะเหมาะสมมาก เพราะในหลายๆ แง่มุม เขามีอิทธิพลทั้งในอดีตและอนาคตของการผลิตนาฬิกา ด้วยการหวนกลับไปสู่รากฐานทางประวัติศาสตร์ เขาจึงสามารถนำความสำคัญใหม่ๆ มาสู่ภาษาลึกลับของความซับซ้อนในการทำงาน และด้วยการถ่ายทอดคุณค่าของล้อเฟือง สปริงขดลวด และบาลานซ์ให้กับโลกสมัยใหม่ เขาจึงกำหนดทิศทางอนาคตของวงการนาฬิกา

Franck ได้ทำการฟื้นฟูวงการนาฬิกา ซึ่งยังคงเป็นอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อรูปลักษณ์ของการผลิตนาฬิกาในปัจจุบัน โดย Philippe Dufour กล่าวไว้ว่า “สิ่งที่ชัดเจนคือ ถ้าไม่มี Franck Muller การผลิตนาฬิกาก็คงไม่ถึงระดับความสำคัญทางวัฒนธรรมอย่างที่เป็นในวันนี้” ขณะที่ Michel Parmigiani ตำนานชาวสวิสอีกท่านหนึ่ง กล่าวว่า “Franck อาจจะเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีความสามารถที่สุดในวงการการผลิตนาฬิกา”

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

ทำความรู้จักนาฬิกาจาก 6 Microbrand ที่สร้างแบรนด์โดยไม่พึ่งพามรดกเชิงประวัติศาสตร์

เมื่อไม่มีมรดกเป็นแต้มต่อ นาฬิกา Microbrand จะสร้างตัวตนและความหมายของตัวเองขึ้นมาได้อย่างไร บทความนี้จะพาไปรู้จักกับ 6 Microbrand ที่สร้างตัวตนจากวิสัยทัศน์ของนักออกแบบ งานฝีมือแบบดั้งเดิม อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม...

The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา

เมื่อแบรนด์นาฬิกาแข่งกันว่าใครจะสามารถ ‘เล่าเรื่องอดีต’ ได้ร่วมสมัยที่สุด  Words: Chanist Prasertburanakul เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โลกนาฬิกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Reverse...

นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา

ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด แต่เป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาอันแข็งแกร่งและยั่งยืน สำหรับวงการนาฬิกาชั้นสูงการสร้างสรรค์ผลงานความร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายนัก และการจับมือแต่ละครั้งไม่ใช่เพียงแค่หวังผลในเชิงตัวเลขรายรับเข้าบริษัทที่ทะยานสูงขึ้น แต่การที่เมซงที่มีความชำนาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งอย่างสูง เลือกจับมือกับอีกเมซงที่มีความเชี่ยวชาญอีกด้าน ย่อมเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาที่มากกว่าการหวังผลทางการตลาด แต่มันเป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในโลกแห่งเรือนเวลาจักรกลที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการดำรงไว้ซึ่งขนบดั้งเดิม และการโอบรับนวัตกรรมใหม่ๆ...

Rado Master of Materials นวัตกรรมไฮเทคเซรามิกและโครงสร้าง Monobloc แห่งอนาคต

Rado ตอกย้ำฉายา Master of Materials ด้วยการยกระดับไฮเทคเซรามิกสู่โครงสร้าง Monobloc ที่บางเบาและทนทาน ผสานงานดีไซน์หน้าปัดแบบเปิดโชว์กลไกที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ