A Stunning New Shade of Terracotta Richard Mille’s RM 16-02

Date:

Richard Mille RM 16-02 การเปิดตัวเฉดสี Terracotta ใหม่สุดสวย สำหรับนาฬิกาแห่งอนาคต

WORD Felix Scholz

แม้นาฬิกา RM 16 จะเป็นรุ่นที่อยู่ในแคตตาล็อกของ Richard Mille มาตั้งแต่ปี 2007 แล้ว แต่จุดแข็งของรุ่นนี้ก็คือ การเป็นนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมรุ่นแรกของ Richard Mille ซึ่งก็ทำให้มันอยู่ในความสนใจของผู้คนมาโดยตลอด ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นแบบมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งต่างจากตัวเรือนทรงตอนโนของ Richard Mille อันเป็นที่คุ้นตามากกว่า

ล่าสุด Richard Mille ได้นำเสนอเวอร์ชั่นใหม่ของ RM 16 ออกมาเพิ่มอีก 2 แบบ คือ RM 16-02 ที่มีให้เลือกระหว่างตัวเรือนไทเทเนียมสไตล์เงียบขรึม และตัวเรือนควอตซ์ TPT ร่วมกับวัสดุสีเทอร์ราคอตตาซึ่งเป็นเฉดสีใหม่ในโทนแดงเข้มที่ดูอบอุ่น

Richard Mille RM 16-02
Richard Mille RM16-02 ในเวอร์ชั่นตัวเรือนไทเทเนียม

สำหรับตัวเรือนควอตซ์ TPT ร่วมกับสีเทอร์ราคอตตานี้ เกิดจากการนำเส้นใยซิลิกาขนาด 45 ไมครอนมาซ้อนกันเป็นมุม 45 องศาในเมตริกซ์สี จากนั้นจึงให้ความร้อน อัดด้วยแรงดัน บด แล้ววางประกบลงไปบนตัวเรือนชิ้นกลางซึ่งทำจากควอตซ์ TPT สีขาวครีมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ขณะที่เวอร์ชั่นตัวเรือนไทเทเนียม ถูกตกแต่งด้วยการขัดเงา ขัดซาติน และทำไมโครบลาสต์ ให้เล่นกับแสงอย่างสวยงาม

Richard Mille RM 16-02
Richard Mille RM16-02 ในเวอร์ชั่นตัวเรือนเทอร์ราคอตตา ควอตซ์ TPT

RM16-02 2 เวอร์ชั่นใหม่นี้ มากับตัวเรือนขนาด 36 x 45.6 มม. หนา 9.5 มม. ซึ่งเล็กลงกว่ารุ่นดั้งเดิมที่ออกมาตั้งแต่ปี 2007 นอกจากนี้ รูปทรงยังถูกปรับปรุงดีไซน์ใหม่โดยให้ความสำคัญกับหลักสรีรศาสตร์มากยิ่งขึ้นเพื่อให้สวมใส่ได้พอดีกับข้อมือกว่าตัวเรือนดั้งเดิม

นอกจากตัวเรือนที่ออกแบบใหม่แล้ว กลไกที่ใช้ก็ยังเป็นคาลิเบอร์ใหม่อีกด้วย กับ Cal.CRMA9 ซึ่งเป็นตระกูลคาลิเบอร์อินเฮาส์ลำดับที่ 15 ของแบรนด์ และถึงแม้ว่ารูปลักษณ์และความรู้สึกโดยเมื่อได้เห็นจะยังอยู่ในลักษณะของ Richard Mille อยู่มาก ทั้งยังเป็นกลไกอัตโนมัติที่บอกเวลาเพียงอย่างเดียวอีกต่างหาก แต่ก็มีความน่าสนใจมาก เพราะใช้เบสเพลทที่ออกแบบมาในลักษณะเส้นโครงแบบเขาวงกตวกวนดูซับซ้อนโดยทำขึ้นจากไทเทเนียม ซึ่งช่วยเสริมความลงตัวให้กับรูปทรงสี่เหลี่ยมของตัวเรือนได้ดี และทำให้แสงลอดผ่านกลไกได้มากที่สุด

Richard Mille RM 16-02

กลไกนี้ถูกปิดทับด้วยกระจกแซพไฟร์เพื่อให้มองเห็นโครงของเบสเพลทที่มีมุมเกลาอยู่มากถึง 67 ตำแหน่งได้ชัดเจน แต่ละช่องของโครงกลไกนั้นต้องใช้เวลาในการกลึงอย่างแม่นยำถึง 2 ชั่วโมง ทั้งยังมีการตกแต่งรูปแบบอื่น ๆ ที่ช่วยเสริมให้กลไกคาลิเบอร์นี้ดูโดดเด่นอย่างไม่ธรรมดา ส่วนด้านหลังของกลไกนั้นมอบความงามด้วยโรเตอร์แพลทินัมซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้มีรูปทรงเป็นโครงเหลี่ยมแบบเรขาคณิตฉลุโปร่ง โดยในเรื่องของพลังงานสำรองนั้นสามารถมอบให้ได้ 50 ชั่วโมง

Richard Mille RM 16-02

แม้จะเป็นกลไกแบบบอกเวลาเพียงอย่างเดียว แต่รูปโฉมในภาพรวมก็ยังแสดงความโดดเด่นเตะตาเมื่ออยู่บนข้อมืออย่างที่นาฬิกา Richard Mille ทุกรุ่นทุกแบบเป็น ดังที่เห็นได้จากภาพโปรโมตในแนวแฟชั่นที่ Richard Mille ตั้งใจนำเสนอ และด้วยขนาดของตัวเรือนก็เรียกได้ว่าเหมาะเจาะทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง ส่วนอารมณ์ของสีก็ดูร่วมสมัยและสุภาพเรียบร้อย ซึ่งเรากล้าพูดได้ว่ามันดูเรียบง่าย แต่ดูเท่และดูดีเป็นอย่างมาก แม้รูปทรงจะแตกต่างไปจากเรือนทรงตอนโนของ Richard Mille ที่ผู้คนส่วนใหญ่คุ้นตาก็ตาม

Richard Mille RM 16-02

รายละเอียดทางเทคนิค: Richard Mille RM 16-02

  • กลไก: อัตโนมัติ แบบโครงสเกเลตัน Cal.CRMA9 พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมงและนาที
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียม หรือเทอร์ราคอตตา ควอตซ์ TPT ขนาด 36 x 45.64 มม. หนา 9.5 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
  • หน้าปัด: กระจกแซพไฟร์
  • สาย: ยางสีครีม หรือสีเทอร์ราคอตตา

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

A. Lange & Söhne Datograph Perpetual การกลับมาฉลองครบรอบ 20 ปี ในเรือนตัวเรือนและสายแพลทินัม ที่มีเพียง 50 เรือนทั่วโลก

ฉลองครบรอบ 20 ปี A. Lange & Söhne Datograph Perpetual กับเรือนเวลารุ่นจำกัด 50 เรือน ตัวเรือนและสายแพลทินัม ผสานหลักชั่วโมงเพชรทรงบาแก็ตต์บนหน้าปัดสีดำ และกลไกซับซ้อนระดับมาสเตอร์พีซ

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ