ทำความรู้จัก Tertium Quid Model R การคืนชีพกลไกนาฬิกาปลุกระดับตำนาน ในสรีระไทเทเนียมล้ำสมัย

Date:

เสียงปลุกระดับตำนานจากกลไก A. Schild ในร่างตัวเรือนไทเทเนียมดีไซน์ล้ำ

ในโลกของนาฬิกาอิสระที่มักเดินตามรอยความหรูหราแบบดั้งเดิม Tertium Quid กลับเลือกเส้นทางที่แตกต่างด้วยการนำเสนอ Model R นาฬิกาที่สามารถ “ส่งเสียง” ปลุกจิตวิญญาณของผู้สวมใส่ผ่านกลไกนาฬิกาปลุก (Alarm complication) ที่หาตัวจับได้ยากในยุคปัจจุบัน โดยหัวใจสำคัญของโปรเจกต์นี้คือการนำกลไกวินเทจอย่าง A. Schild AS 1475 ซึ่งเป็นหนึ่งในกลไกนาฬิกาปลุกที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในประวัติศาสตร์ กลับมาปรับแต่งใหม่ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดูทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์อย่างที่สุด

ที่น่าสนใจคือ หัวใจของความพิเศษใน Model R คือการออกแบบที่เน้น “Acoustics” หรือการเดินทางของเสียง ตัวเรือนขนาด 42.5 mm ผลิตจาก Grade 5 Titanium ซึ่งถูกเลือกมานั้นไม่ใช่เพียงเพราะความเบาและความแข็งแกร่งเท่านั้น ยังเป็นเพราะคุณสมบัติในการนำเสียงที่ยอดเยี่ยม การออกแบบตัวเรือนมีการเว้นช่องว่างและใช้โครงสร้างที่ช่วยให้เสียงกังวานของนาฬิกาปลุกมีความชัดใสและทรงพลัง เมื่อกลไกค้อนเคาะลงบนหลักเสียงภายใน คุณจะสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนและเสียงที่ไพเราะราวกับมีชีวิต ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่นาฬิกาดิจิทัลหรือสมาร์ทวอทช์ไม่สามารถเลียนแบบได้

หน้าปัดของ Model R ถูกออกแบบภายใต้ปรัชญาความเรียบง่ายแต่แฝงด้วยรายละเอียดที่ซับซ้อน การจัดวางเข็มนาฬิกาและสเกลบอกเวลามีความสมมาตร โดยมีเข็มสีสันโดดเด่นทำหน้าที่ตั้งเวลาปลุก ดีไซน์โดยรวมมีความกึ่งสปอร์ตกึ่งฟิวเจอร์ริสติกที่เข้ากันได้ดีกับสายนาฬิกาแบบบูรณาการ (Integrated design) ทำให้ภาพรวมของนาฬิกาดูเป็นเนื้อเดียวกันตั้งแต่ตัวเรือนไปจนถึงสาย การเลือกใช้กลไกไขลานด้วยมือ AS 1475 ที่มีสองกระปุกลานแยกกัน (หนึ่งสำหรับบอกเวลา และหนึ่งสำหรับระบบปลุก) ยิ่งทำให้การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของและนาฬิกามีความใกล้ชิดกันมากขึ้นผ่านการหมุนเม็ดมะยมเพื่อสะสมพลังงานในทุกๆ วัน

สำหรับ Tertium Quid Model R เรือนนี้ นับเป็นเครื่องยืนยันถึงความหลงใหลในการรักษามรดกทางกลไกของโลกนาฬิกาให้คงอยู่ผ่านดีไซน์ที่ท้าทายกาลเวลา นี่คืองานศิลปะสำหรับนักสะสมที่ชื่นชอบความแปลกใหม่ และต้องการครอบครองชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ที่ยังคงส่งเสียงกังวานได้จริงบนข้อมือในศตวรรษที่ 21

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ชื่อรุ่น: Model R
  • ตัวเรือน: Grade 5 Titanium (ขนาด 42.5 mm) ดีไซน์เน้นการกระจายเสียงปลุก
  • หน้าปัด: ดีไซน์ร่วมสมัย เน้นความชัดเจนในการอ่านค่าและเข็มตั้งเวลาปลุกสีพิเศษ
  • ฟังก์ชั่น: บอกเวลา (ชั่วโมง นาที วินาที) และระบบนาฬิกาปลุกแบบกลไก (Mechanical Alarm)
  • กลไก: Vintage A. Schild AS 1475 (ไขลานมือ / Manual Winding) ปรับปรุงใหม่โดย Tertium Quid ความถี่ 18,000 vph 
  • สาย: สายยางหรือสายหนังเกรดพรีเมียม ดีไซน์แบบ Integrated

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Czapek Faubourg de Cracovie จิตวิญญาณแห่งการแข่งรถและความวิจิตรของงานฝีมือ Guilloché บนหน้าปัดสี Victory Green
3 เรือนเวลา Chopard L.U.C Grand Strike คือบทเพลงแห่งกาลเวลา ในวาระครบรอบ 30 ปีของการผลิต
MB&F LM Sequential Flyback EVO บันทึกบทใหม่แห่งการจับเวลาที่ไร้ขีดจำกัด

Share post:

More like this

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

พาชมรายละเอียด Greubel Forsey Balancier QM ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 39.60 มม. รุ่นแรกที่มาพร้อมมาตรฐานงานตกแต่งด้วยมือระดับพิเพิธภัณฑ์ Qualité Musée และแฮร์สปริงแบบอินเฮาส์ ผลิตจำกัดเพียง 33 เรือน

ฉลอง 225 ปี ทูร์บิญอง Breguet ปล่อยนาฬิกาชิ้นโบแดง 4 เรือนรวด สะเทือนวงการไฮเอนด์ 

พาคุณย้อนเวลาสู่ปี 1801 จุดกำเนิดสิทธิบัตรทูร์บิญองของ Abraham-Louis Breguet พร้อมเจาะลึกเรือนเวลาชิ้นโบแดง 4 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปี ตั้งแต่เดรสวอทช์ไซส์คลาสสิกไปจนถึงสปอร์ตหรูระดับแกรนด์คอมพลิเคชัน

Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น

Blancpain เปิดตัว Villeret รุ่นใหม่ 6 โมเดล พร้อมขยายตัวเลือกสัดส่วนของเดรสวอทช์คลาสสิก ตั้งแต่ Ultraplate 38 มิลลิเมตร ไปจนถึง Moonphase 29.2 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดที่ยึดมั่นในงานช่างและความงามเหนือกระแสแฟชั่น

เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

การเดินทางครั้งใหม่ของ Denis Flageollet ที่เปลี่ยนผ่านจากความลุ่มลึกของเฉดสีน้ำเงินสู่อารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นของทะเลทรายสีทอง