พบกับ 3 คอลเลกชันใหม่จาก Seiko ที่มาพร้อมดีไซน์ สไตล์ และฟังก์ชันอันหลากหลาย
โดยเฉพาะหนึ่งในไฮไลต์ประจำปีนี้ กับการเฉลิมฉลองวาระ ครบรอบ 60 ปีของนาฬิกาดำน้ำ ผ่านผลงานแห่งแรงบันดาลใจจากมรดกทางทะเลอันทรงคุณค่า ถ่ายทอดออกมาในรูปแบบนาฬิการุ่นพิเศษ ที่ผสานระหว่างอดีตและอนาคตไว้อย่างลงตัว

ความลึกซึ้งของเวลา กับ 3 คอลเลกชันเรือนเวลาที่ตีความความคลาสสิกในแบบร่วมสมัย
เดือนนี้ ขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่โลกแห่งการออกแบบที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ผ่านผลงานสร้างสรรค์ 3 คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ซึ่งสะท้อนตัวตนที่แตกต่างกันทั้งในด้านดีไซน์ สไตล์ และฟังก์ชันอย่างลงตัว
ไม่ว่าจะเป็นความยิ่งใหญ่ของมรดกทางทะเลจาก Seiko Prospex ความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีของ Seiko Astron หรือความหรูหราเหนือระดับในอีกคอลเลกชันที่เตรียมเผยโฉม ล้วนถูกถ่ายทอดด้วยความตั้งใจ ผ่านรายละเอียดที่พิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ
และในวาระครบรอบ 60 ปีของตำนานนาฬิกาดำน้ำ Seiko Prospex นี่คือการสดุดีที่ยิ่งใหญ่ต่อจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความกล้า ความแม่นยำ และการไม่หยุดพัฒนา นำไปสู่เรือนเวลารุ่นพิเศษที่ผสานทั้งประวัติศาสตร์และนวัตกรรมไว้ในเรือนเดียว
Seiko Prospex 1965 Heritage Diver’s 60th Anniversary Limited Edition
ห้วงลึกของเวลา กับตำนานที่ยังคงเต้นอยู่ในทุกจังหวะ
เริ่มต้นที่คอลเลกชันแรก ในวาระครบรอบ 60 ปีแห่งการถือกำเนิดของเรือนเวลาที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญท่ามกลางสายน้ำ Prospex ได้จารึกอีกหน้าประวัติศาสตร์ ด้วยการเผยโฉมคอลเลกชันใหม่สุดพิเศษ ที่เปรียบเสมือนบทสดุดีแด่นาฬิกาดำน้ำรุ่นบุกเบิกของปี 1965
แรงบันดาลใจจากมรดกทางทะเลได้ถูกสานต่ออย่างประณีต ผ่านหน้าปัดลวดลายคลื่นอันเป็นสัญลักษณ์ดั้งเดิม ซึ่งปรากฏอยู่บนฝาหลังของนาฬิกาดำน้ำ Prospex มานานนับทศวรรษ โดยในรุ่น SPB511J นี้ ลวดลายถูกรังสรรค์ขึ้นใหม่ด้วยเทคนิค Press pattern สะท้อนความเคารพต่อรากเหง้าแห่งการออกแบบ และสื่อถึงพลังที่ไม่หยุดนิ่งของทะเลลึก


บทใหม่ของตำนานนาฬิกาดำน้ำ…ที่ไม่เคยลืมจุดเริ่มต้น
Prospex 1965 Heritage Diver’s ไม่ได้เป็นเพียงแค่การย้อนรำลึกถึงอดีต แต่ยังสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะส่งต่อจิตวิญญาณแห่งความแกร่ง สู่อนาคตของเรือนเวลาสำหรับนักดำน้ำมืออาชีพ
ตัวเรือนสีเงินสง่างาม ได้รับการออกแบบเพื่อยกย่องเรือนต้นแบบในปี 1965 ที่รู้จักกันในชื่อ “62MAS” นาฬิกาดำน้ำรุ่นแรกของญี่ปุ่นที่กลายเป็นตำนาน ด้วยความสามารถในการทนแรงดันน้ำได้ลึกถึง 150 เมตร และเคยฝ่าภารกิจโหดในทวีปแอนตาร์กติกาอย่างสมศักดิ์ศรี

เคยผ่านการพิสูจน์สมรรถนะจริงในทวีปแอนตาร์กติกา วางรากฐานสู่นาฬิกาดำน้ำรุ่นต่อมาอย่างมั่นคง

จุดเด่นแห่งความมั่นใจในทุกสภาวะ กับสมรรถนะเหนือระดับ พลังงานจาก Caliber 6R55
ภายใต้รูปลักษณ์คลาสสิก SPB511J ขับเคลื่อนด้วยกลไก Caliber 6R55 รุ่นใหม่ ที่สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง พร้อมมาตรฐานการกันน้ำระดับมืออาชีพที่ 300 เมตร ซึ่งพัฒนาให้ตอบโจทย์นักดำน้ำในทุกภารกิจ
ให้ความแม่นยำและเชื่อถือได้ พร้อมความสามารถกันน้ำลึกสูงสุดถึง 300 เมตร ตอบโจทย์การใช้งานจริงในโลกใต้น้ำอย่างแท้จริง การเคลือบสารเรืองแสง Lumibrite บนชุดเข็มและหลักชั่วโมงทั้ง 12 ตำแหน่ง ช่วยให้มองเห็นเวลาได้ชัดเจนแม้ในสภาพแสงน้อยหรือขณะดำดิ่งลึกใต้มหาสมุทร
ขอบตัวเรือนหมุนทิศทางเดียว พร้อมจุดเรืองแสงที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ช่วยให้สามารถจับเวลาใต้น้ำได้อย่างปลอดภัยและแม่นยำ ตัวล็อกสายแบบใหม่สามารถปรับขนาดได้อย่างง่ายดายถึง 15 มม. ใน 6 ระดับ เพื่อให้พอดีกับข้อมือแม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากแรงดันน้ำหรืออุณหภูมิ

ข้อมูลทางเทคนิค
Prospex 1965 Heritage Diver’s 60th Anniversary Limited Edition (SPB511J)
จำนวนผลิต: ลิมิเต็ดเอดิชั่น 6,000 เรือนทั่วโลก
ระบบขับเคลื่อน: อัตโนมัติ Caliber 6R55 ความถี่ 21,600 ครั้ง/ชั่วโมง (6 บีท/วินาที) สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง (3 วัน)
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล เคลือบ Super-hard coating / กระจก Sapphire crystal ทรงโค้ง เคลือบกันสะท้อนด้านใน / เม็ดมะยมแบบขันเกลียว / ฝาหลังแบบขันเกลียว / การเรืองแสง Lumibrite บนชุดเข็มและหลักชั่วโมง
ขนาดตัวเรือน: เส้นผ่านศูนย์กลาง 40.0 มม. หนา 13.0 มม. กันน้ำลึก 300 เมตร / ป้องกันสนามแม่เหล็ก 4,800 A/m
สาย: สเตนเลสสตีล เคลือบ Super-hard coating พร้อมบานพับสามทบ ปุ่มคลายล็อค บานพับนิรภัย และตัวปรับล็อคสาย
Seiko Presage Style60’s The Timeless Color Palettes
ชุดสีแห่งความคลาสสิก เหนือกาลเวลา
ถัดมาที่คอลเลกชันที่สองกับ Presage “Style60’s” คอลเลกชันที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกา Crown Chronograph เรือนแรกของแบรนด์และของญี่ปุ่นในปี 1964 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นแห่งตำนานนาฬิกาข้อมือที่ผสานทั้งประวัติศาสตร์และงานฝีมืออย่างลงตัว
ในปี 2025 นี้ Style60’s ได้กลับมาพร้อมกับการเติมเต็มเสน่ห์ความวินเทจ ผ่านเฉดสี Timeless color palettes ที่เน้นโทนสีเอิร์ธโทนแบบร่วมสมัย โดยหยิบยืมสไตล์ Mid-century Modern มาผสมผสานกับความคลาสสิกของการออกแบบในยุค 60s อย่างละเมียดละไม
โทนสีหลักที่นำมาใช้ ได้แก่ สีดำ น้ำตาล ครีม ขาว และทอง ซึ่งล้วนเป็นสีที่สื่อถึงความวินเทจ คลาสสิก และความสง่างามในทุกมิติของตัวเรือน ไม่ว่าจะเป็นกระจกทรงกล่อง (Box-shaped) ที่มีความโค้งมนสวยงาม หลักชั่วโมงแบบแหลมคมชัดเจน และตัวเรือนทรงกลมที่ขัดเงาอย่างพิถีพิถัน
สิ่งที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรุ่นปี 2025 คือเฉดสีหน้าปัด 3 แบบที่เติมชีวิตชีวาให้กับซีรีส์นี้ผ่านแรงบันดาลใจจากสไตล์ Mid-century Modern ซึ่งเน้นความเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่นและใกล้ชิดธรรมชาติ

Seiko Presage Style60’s Timeless Color Palettes

Ice Green (SRPL71J)
สีเขียวอ่อน ที่สื่อถึงความสงบร่มรื่นของธรรมชาติ ผสานกับคอนเซ็ปต์การออกแบบที่เน้นให้บ้านเปิดรับแสงธรรมชาติ และความใกล้ชิดกับต้นไม้ สร้างความรู้สึกผ่อนคลายและสดชื่นเมื่อมองนาฬิกาเรือนนี้
Silver Violet (SRPL73J)
สีเทาแกมม่วง ที่โดดเด่นด้วยความเรียบง่าย สะอาดตา ลดทอนรายละเอียดที่ไม่จำเป็นออก เพื่อสะท้อนสไตล์ Mid-century Modern ที่ให้ความรู้สึกเปิดกว้างและอิสระ


Golden Yellow (SRPL75J)
สีเหลืองทองโดดเด่นที่เปรียบเสมือนเฟอร์นิเจอร์ชิ้นพิเศษในบ้าน Mid-century Modern เติมเต็มความอบอุ่นและชีวิตชีวาอย่างกลมกลืนกับสายหนังวัวสีน้ำตาล เพิ่มเสน่ห์วินเทจให้กับเรือนนี้อย่างชัดเจน
รายละเอียดกลไกและตัวเรือน
นาฬิกาในซีรีส์นี้มาพร้อมกลไกอัตโนมัติ Caliber 4R35 ที่ขึ้นลานด้วยมือได้ สำรองพลังงานนานถึง 41 ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชันหยุดเข็มวินาทีขณะตั้งเวลา และหน้าต่างวันที่ที่ถูกจัดวางใหม่ในตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่อความสมดุลและสบายตา
ตัวเรือนขนาด 35.9 มม. หนา 12 มม. ทำจากสเตนเลสสตีล ขอบเบเซลอลูมิเนียมโค้งมนเข้ากับตัวเรือนอย่างลงตัว กระจก Box-shaped Hardlex ที่เสริมความแข็งแรง และเคลือบ Lumibrite บนเข็มและหลักชั่วโมง เพิ่มความชัดเจนในที่มืด
สำหรับสาย รุ่น SRPL71J และ SRPL73J ใช้สายสเตนเลสสตีลแบบสามทบ พร้อมปุ่มกดปลดล็อคที่ใช้งานง่าย ส่วนรุ่น SRPL75J เลือกใช้สายหนังวัวสีน้ำตาล เพิ่มสัมผัสของความวินเทจอย่างแท้จริง กันน้ำได้ระดับ 50 เมตร (5 บาร์) เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างมั่นใจ
Seiko Presage Style60’s Timeless color palettes พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พฤษภาคม 2025 ผ่านเว็บไซต์ seikoboutiquethailand.com และร้าน Boutique ทุกสาขา รวมถึงเคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ
ข้อมูลทางเทคนิค
Presage Style60’s SRPL71J (Ice Green)
- กลไก: อัตโนมัติ (Caliber 4R35) ขึ้นลานมือได้ สำรองพลังงาน 41 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: หยุดเข็มวินาทีขณะตั้งเวลา หน้าต่างวันที่ (ตำแหน่ง 6 นาฬิกา)
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล, ขนาด 35.9 มม. หนา 12 มม. Lug-to-lug 46.2 มม.
- หน้าปัด: กระจก Box-shaped Hardlex เคลือบ Lumibrite ที่เข็มและหลักชั่วโมง ขอบเบเซลอลูมิเนียมโค้งมน ฝาหลังขันเกลียวแบบ See-through กันน้ำ 50 เมตร
- สาย: สเตนเลสสตีล พร้อมบานพับสามทบและปุ่มคลายล็อค และสำหรับ Seiko Presage Style60’s SRPL75J (Golden Yellow) มาพร้อมสายหนังวัวสีน้ำตาลแทนสายสเตนเลสสตีล
Seiko Astron GPS Solar Dual-Time Chronograph รุ่นใหม่ล่าสุด ปี 2025
ถัดมาที่คอลเลกชันที่สามกับนิยามใหม่ของความแม่นยำเหนือระดับในทุกมิติ…

ในปี 2012 แบรนด์ได้เปลี่ยนโลกแห่งเวลาครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดตัว Astron GPS Solar นวัตกรรมที่ใช้เพียงพลังแสง แต่สามารถรับสัญญาณ GPS และปรับเวลาอัตโนมัติตามตำแหน่งที่อยู่บนโลกได้อย่างแม่นยำ จนกลายเป็นเรือธงของวงการนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่มีใครเทียบ
และในปี 2025 นี้ แบรนด์ได้ยกระดับขึ้นอีกขั้น ด้วยกลไกรุ่นใหม่ล่าสุด Caliber 5X83 ที่รวมฟังก์ชัน Dual-Time และ Chronograph เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ถึง 4 รุ่น ที่หรูหราและแข็งแกร่งในทุกรายละเอียด

หลังจากที่ประสบความสำเร็จกับกลไก 5X Series ที่มอบประสบการณ์การใช้งานนาฬิกา GPS Solar อย่างชาญฉลาดและแม่นยำ ล่าสุด Astron ได้เปิดตัวกลไกใหม่ Caliber 5X83 ที่รวมความสามารถของฟังก์ชัน Dual-Time และ Chronograph เข้าไว้ในเรือนเดียวอย่างลงตัว
โดยกลไกใหม่นี้สามารถเชื่อมต่อกับ GPS เพื่อปรับเวลาให้แม่นยำอัตโนมัติวันละสองครั้ง และสามารถเชื่อมต่อแมนนวลได้ง่ายเพียงปุ่มเดียว พร้อมทั้งรองรับระบบ Daylight Saving Time และแสดงเวลาโลก 38 เขตเวลา รวมถึงมีปฏิทินถาวรที่แม่นยำไปจนถึงปี 2100

เรือนเวลารุ่นใหม่นี้มีดีไซน์ที่แสดงออกถึงความประณีตและทันสมัยยิ่งกว่าเดิม ตัวเรือนไทเทเนียมถูกขัดแต่งด้วยเทคนิค hairline และ mirror finish อย่างพิถีพิถัน เสริมด้วยขอบตัวเรือนที่ใช้กระจกแซฟไฟร์แบบโค้งสองด้าน
พร้อมเคลือบ Super-clear coating ซึ่งไม่เพียงช่วยลดแสงสะท้อน แต่ยังช่วยให้การอ่านค่าเวลาทำได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะอยู่ในมุมใดก็ตาม ขณะที่หน้าปัดตกแต่งด้วยลวดลายแนวนอนแบบสามมิติ ช่วยสร้างมิติให้กับเรือนเวลาอย่างมีชั้นเชิง และเพิ่มความโดดเด่นด้วยหลักชั่วโมงทรง Diamond cut ที่ตำแหน่ง 12 และ 6 นาฬิกา
สายของนาฬิการุ่นนี้ก็ไม่ธรรมดา ด้วยวัสดุไทเทเนียมแบบหลายแถวที่ขัดเงาสลับด้านเพื่อให้ดูหรูหราและใส่ง่าย แม้ตัวเรือนจะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่การออกแบบจุดศูนย์ถ่วงให้ต่ำลง ทำให้นาฬิกาแนบสนิทกับข้อมือและไม่รู้สึกหนักแม้สวมใส่ตลอดวัน
โดยเฉพาะในรุ่น SSH180J ที่เป็นรุ่น Limited Edition ผลิตเพียง 1,500 เรือนทั่วโลก มีความพิเศษตรงที่ขอบตัวเรือนและเข็มต่าง ๆ ถูกตกแต่งด้วยสีโรสโกลด์ ส่วนข้อสายกลางเป็นเซรามิกสีดำเงางาม สร้างความคอนทราสต์ที่หรูหราและทันสมัยในคราวเดียวกัน

นอกจาก SSH180J ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษแล้ว คอลเลกชันใหม่นี้ยังมาพร้อมอีกสามรุ่นที่โดดเด่นไม่แพ้กัน ไม่ว่าจะเป็น SSH175J ที่มาพร้อมหน้าปัดสีน้ำเงินเทา สะท้อนความสงบเยือกเย็นแบบคลาสสิก SSH177J กับหน้าปัดสีเทาที่แฝงเสน่ห์แบบมีระดับ และ SSH179J ที่ใช้การเคลือบ Black super hard coating ทั้งตัวเรือนและสาย เสริมลุคแบบสปอร์ตลักซ์ที่แข็งแกร่งและเท่จัดเต็ม

กลไก 5X83 ที่ใช้ในทั้งสี่รุ่นนี้ นอกจากจะรองรับการเชื่อมต่อ GPS แล้ว ยังสามารถจับเวลาได้ละเอียดถึง 1/20 วินาที พร้อมแสดงค่า Dual-Time ได้พร้อมกันสองเมืองบนหน้าปัด มีตัวนับเวลาแบบ 12 ชั่วโมงที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา และยังสามารถแสดงค่า AM/PM ได้ด้วย ซึ่งทำให้เหมาะกับผู้ใช้งานที่ต้องเดินทางระหว่างประเทศหรือทำงานข้ามไทม์โซนอย่างแท้จริง

Seiko Astron GPS Solar Dual-Time Chronograph รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เตรียมวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2025 โดยรุ่น SSH175J และ SSH177J จะวางจำหน่ายในราคา 120,100 บาท
ส่วนรุ่น SSH179J และ SSH180J Limited Edition จะมีราคาจำหน่ายที่ 127,800 บาท ซึ่งถือว่าเหมาะสมกับคุณภาพ เทคโนโลยี และงานดีไซน์ระดับไฮเอนด์ที่แบรนด์ใส่ใจในทุกรายละเอียด

กลไก 5X83
- การปรับเวลาและเขตเวลาควบคุมด้วย GPS
- Dual-Time พร้อมการแสดงผล AM/PM
- Chronograph พร้อมตัวจับเวลา 1/20 วินาทีที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา
- ตัวนับ 12 ชั่วโมง (ชั่วโมงและนาที) ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาขณะใช้งาน chronograph
- ปฏิทินถาวรที่ถูกต้องจนถึงปี 2100
- ฟังก์ชันปรับเวลาออมแสงอัตโนมัติ
- การปรับเขตเวลาแบบความเร็วสูง
- ฟังก์ชันการถ่ายโอนเวลา
- การแสดงผลผลลัพธ์การรับสัญญาณ
- ฟังก์ชันเวลาโลก (38 เขตเวลา)
- ฟังก์ชันประหยัดพลังงาน
- ความแม่นยำ: +/-15 วินาทีต่อเดือน (เมื่อไม่ได้รับสัญญาณ GPS และอุณหภูมิระหว่าง 5°C ถึง 35°C)
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือนไทเทเนียมและสายนาฬิกาที่เคลือบ Super hard coating (SSH175J, SSH177J, SSH180J) และเคลือบBlack super hard coating (SSH179J)
- สายนาฬิกาข้อกลางทำจากเซรามิก (SSH180J)
- ขอบตัวเรือนไทเทเนียมพร้อมเคลือบกระจกคริสตัลแซฟไฟร์
- กระจกหน้าปัด Dual-curved แซฟไฟร์ พร้อมเคลือบ Super clear coating
- ประสิทธิภาพการกันน้ำ 10 บาร์
- ความต้านทานสนามแม่เหล็ก: 4,800 A/m
- เส้นผ่านศูนย์กลาง: 44.1mm, ความหนา: 14.4mm (SSH175J, SSH177J, SSH179J)
- เส้นผ่านศูนย์กลาง: 44.3mm, ความหนา: 14.4mm (SSH180J)
- ตัวล็อคสามพับที่ปรับง่าย พร้อมปุ่มกดเพื่อปลดล็อค
และติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ภาพ / ที่มา: Seiko

