พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Watches and Wonders 2026



สำหรับแฟนของ Ressence ทุกครั้งที่ได้เห็นหน้าปัดสุดล้ำที่แสดงค่าเวลาและมาตรวัดหน่วยสำรองพลังงานด้วยระบบ ROCS สิทธิบัตรเฉพาะของ Ressence ทีไรคงต้องใจสั่นทุกครั้ง และในปีนี้ทางแบรนด์ได้ส่ง TYPE 11 มาร่วมเสริมทัพในตระกูลนาฬิการะบบ ROCS
รูปลักษณ์อันเป็นปัจจุบัน
TYPE 11 มีคุณสมบัติเด่นๆ ที่แสดงถึงดีเอ็นเอของแบรนด์อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการแสดงเวลา และระบบแสดงพลังงานสำรองที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร แต่ที่น่าสนใจก็คือคำกล่าวของ Benoît Mintiens ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าฝ่ายสร้างสรรค์ของ Ressence ที่กล่าวถึงนาฬิการุ่นล่าสุดนี้ไว้ว่า
TYPE 11 คือ นาฬิกาแห่งปัจจุบันของเรา ถือเป็นนาฬิกาที่ร่วมสมัย แต่ไม่ล้ำอนาคต เรายังมีนาฬิกาที่ล้ำสมัยกว่าในคอลเลกชั่น เช่น TYPE 2 และ TYPE 3
Benoît Mintiens
เหตุใดการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ถึงไม่จำเป็นต้อง ‘ล้ำหน้า’ ไปกว่าเดิม เราเชื่อว่าเบื้องหลังการตัดสินใจนี้ต้องมีอะไรน่าสนใจรออยู่ ซึ่งหากอ้างอิงจากคำกล่าวของผู้สร้างสรรค์นาฬิการุ่นนี้เหตุผลที่ว่าคงเป็นเพราะ TYPE11 ดูมีความคลาสสิกแต่ก็มีความเป็นปัจจุบัน ไม่ได้ดูล้ำราวกับมาจากโลกอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่นาฬิกา TYPE บางรุ่นเป็น

เมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอก TYPE11 มาในหน้าตาที่เห็นปุ๊บก็จำได้ในทันที แต่ภายใต้ความคุ้นตานั้นมีรายละเอียดที่แตกต่างอยู่ รูปทรงตัวเรือนพร้อมกระจกคริสตัลแซฟไฟร์ทรงโดมโค้งมน และตัวเชื่อมสายทรงโค้ง ทำให้รูปลักษณ์ดูคล้ายก้อนหินที่ถูกขัดเกลาจนเรียบเนียน ขนาด 41 มม. ของตัวเรือนไทเทเนียมเกรด 5 ดูไม่ใหญ่จนเกินไปนัก คงเพราะดีไซน์กลมกลึงที่โอบรับข้อมือได้อย่างพอเหมาะทำให้นาฬิการุ่นนี้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับข้อมือ



สีสันที่ดูคลาสสิกเรียบนิ่งยิ่งขึ้นช่วยทำให้นาฬิการุ่นนี้ดูร่วมสมัย ทั้งสามสีใหม่ประกอบไปด้วยสี Pine เขียวขรึม สี Sky สีน้ำเงินที่ดูสงบ และสี Latte สีขาวละมุนที่ไม่สว่างโพลน แต่ละสีมาพร้อมชุดเม็ดเซรามิกพลังงานสำรองสีอ่อนและสีเข้มรับกับสีหน้าปัด และมาพร้อมหน้าปัดย่อยวินาทีในโทนสีเดียวกัน สีของสายนาฬิกาคุมโทนเข้ากับหน้าปัด และมีตัวเลือกสายให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น สายหนัง สายยาง สายหนัง-ยางผสม และสายไทเทเนียมแบบมิลานีส ที่ระบายอากาศได้ดี
กลไก Ressence Werk RW-01 ถูกผสานเข้ากับระบบ ROCS เอกสิทธิ์เฉพาะ
ระบบ ROCS การแสดงค่าเวลา และระบบสำรองพลังงานที่แสดงค่าโดยเม็ดเซรามิกขนาดเล็กระดับไมโครอันเป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ถูกขับเคลื่อนให้เป็นหนึ่งเดียวกันด้วยกลไก Ressence Werk RW-01 ถูกออกแบบและพัฒนาภายในโรงงานของแบรนด์เอง แน่นอนว่า ในการขับเคลื่อนระบบที่มีความเฉพาะตัว การออกแบบกลไกภายในย่อมแตกต่างออกไปจากชุดกลไกขับเคลื่อนที่มักจะเป็นทรงกลม เพราะกลไก RW-01 มาในโครงสร้างสามเหลี่ยมที่ประกอบสร้างขึ้นด้วยบาร์เรลคู่และบาลานซ์วีลกลาง กลายเป็นวงกลมสามวงล้อกับวงแสดงค่าเวลาและสำรองพลังงานที่แสดงค่าอยู่บนหน้าปัด

การรวมกลไกและโมดูล ROCS เป็นหนึ่งเดียวกันยังทำให้การทำงานเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น ด้วยการใช้ชิ้นส่วนบางชิ้นร่วมกัน ตัดทอนบางสิ่งที่ไม่จำเป็นออกทำให้โครงสร้างดูกลมกลืนลงตัว ประกอบการเปลี่ยนมาใช้ลูกปืนไทเทเนียมในระบบ ROCS ยังทำให้ระบบแสดงค่าดังกล่าวมีความทนทาน และทำงานได้อย่างลื่นไหลยิ่งขึ้นอีกด้วย
กลไก RW-01 ยังถูกพัฒนาเพื่อให้การใช้งานเป็นไปได้อย่างสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น ด้วยการตัดโซนไขลานแบบเดิมออก เปลี่ยนมาเป็นการไขลานผ่านฝาหลังได้อย่างอิสระ ซึ่งถ้าได้ลองสัมผัสด้วยตัวเองแล้วจะพบว่าการไขลานผ่านฝาหลังนั้นราบลื่นจนทำให้เรารู้สึกรื่นรมย์ทุกครั้งที่ได้หยิบนาฬิกามาไขลาน
นี่จึงเป็นนาฬิกา TYPE หมายเลขใหม่ที่อาจจะรู้สึกคุ้นเคยแต่แรกเห็น แต่เมื่อได้สัมผัสจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่าง

ข้อมูลทางเทคนิค
- รหัส: TYPE 11 L – TYPE 11 P – TYPE 11 S
- ฟังก์ชั่น: แสดงค่าชั่วโมง นาที วินาที และ พลังงานสำรอง
- กลไก: ระบบจดสิทธิบัตร ROCS 11.1 – Ressence Orbital Convex System ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Ressence Werk RW-01 ขึ้นลานอัตโนมัติ สำรองพลังงานได้ 60 ชั่วโมง ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง
- ตัวเรือน: ไทเทเนียม Grade 5 ขัดเงา ทรง Pebble ขนาด 41 มม. กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมสองชั้น เคลือบสารกันแสงสะท้อนด้านใน กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: ไทเทเนียม Grade 5 ทรงโค้ง (รัศมี 100 มม.) พร้อมหน้าปัดย่อยเยื้องศูนย์ 3 ชุด โครงสร้างแบบสามมิติ (3D) ทำจากไทเทเนียม Grade 5 ระบบแสดงพลังงานสำรองแบบจดสิทธิบัตร ด้วยไมโครบีดเซรามิก สลักมาตรบอกเวลา พร้อมเติมสารเรืองแสง Grade A Super-LumiNova®
- สาย: สายหนัง สายยาง สายหนัง-ยางผสม และสายไทเทเนียมแบบมิลานีส
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Ressence TYPE 8 Indigo: ศิลปะแห่งเวลา ผ่านดีไซน์ด้ายไหมคราม
Watches and Wonders 2026: คาดการณ์เทรนด์และทิศทางใหม่ของโลกแห่งเรือนเวลา
DESDER D001 นาฬิกาฟีลยานแม่ ที่มีแค่ 6 เรือนในโลก ล้ำจนลืมการอ่านเข็มแบบเดิมไปเลย

