Ressence TYPE 8 Indigo: ศิลปะแห่งเวลา ผ่านดีไซน์ด้ายไหมคราม

Date:

Ressence TYPE 8 Indigo: ความคลาสสิกที่น่าหลงใหล กับศิลปะการย้อมครามญี่ปุ่นในรูปแบบใหม่

Ressence กลับมาอีกครั้งพร้อมกับผลงานที่โดดเด่นและสร้างสรรค์อย่างไม่ซ้ำใคร ด้วยนาฬิการุ่น TYPE 8 Indigo รุ่นลิมิเต็ดที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก ผลงานนี้คือการสดุดีต่อศิลปะการย้อมครามแบบโบราณของญี่ปุ่น ผ่านการนำด้ายไหมที่ผ่านการย้อมครามมาออกแบบเป็นหน้าปัดอันงดงาม

นิยามใหม่ของศิลปะแห่งหน้าปัด

TYPE 8 Indigo คือผลงานเด่นจาก The Indigo Project โครงการที่ริเริ่มโดย Shellman ในกรุงโตเกียว เพื่อต้อนรับการขยายพื้นที่ร้านค้าใน Isetan ชินจูกุ ศูนย์รวมแห่งใหม่สำหรับนาฬิกาหรูที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น หน้าปัดขนาดใหญ่ของ TYPE 8 Indigo ถูกออกแบบให้เรียบง่าย มีเพียงเข็มบอกชั่วโมงและนาที เพื่อให้เฉดสีครามจากธรรมชาติเปล่งประกายเต็มที่

ศิลปะบนหน้าปัด สื่อถึงรากเหง้าของญี่ปุ่น

หน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นร่วมกับช่างฝีมือชาวสวิสโดยใช้ด้ายไหมย้อมครามยาว 2.5 เมตร พันเวียนเป็นลวดลายที่แสดงถึงวงปีต้นไม้ สะท้อนความเป็นธรรมชาติและความไหลลื่นของเวลา สีครามที่ปรากฏแสดงเฉดตั้งแต่สีน้ำเงินอิเล็กทริกบลูลุ่มลึกจนถึงเกือบดำ

ความประณีตนี้ไม่ได้มาโดยง่าย เพราะต้องแกะหน้าปัดไทเทเนียมให้มีช่องว่างเพียง 0.2 มม. เพื่อรองรับด้ายไหม และมีระยะห่างเพียง 0.25 มม. ระหว่างหน้าปัดกับกระจกแซฟไฟร์คริสตัล นอกจากนี้ยังมีการใช้แผ่นวงแหวนสีเทาที่เคลือบด้วย PVD บนส่วนของหน้าปัดเพื่อช่วยขับสีครามให้ดูเด่นยิ่งขึ้น โดยทุกขั้นตอนต้องอาศัยความชำนาญจากช่างฝีมือในเจนีวา ที่ต้องใช้เวลาถึง 2 วันต่อการตกแต่งหน้าปัด 1 ชิ้น

รากเหง้าจากหัวใจแห่งศิลปะย้อมคราม

โครงการนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Ressence และ Buaisou บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านการย้อมครามจากจังหวัดโทคุชิมะ แหล่งกำเนิดของครามในญี่ปุ่น Buaisou ดูแลทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูกต้นครามไปจนถึงการย้อมครามแบบดั้งเดิมที่มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 สีครามที่ได้ หรือที่เรียกว่าเจแปนบลู คือ สัญลักษณ์ของความลุ่มลึกและสง่างาม

Benoît Mintiens ผู้ก่อตั้ง Ressence กล่าวถึงความพิเศษนี้ว่า “การนำด้ายไหมมาประยุกต์ใช้บนหน้าปัดนาฬิกาเป็นสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน มันสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการเล่าเรื่องราวผ่านการออกแบบ”

ความพิเศษที่เหนือระดับ

นาฬิการุ่น TYPE 8 Indigo ผลิตขึ้นเพียง 8 เรือน และวางจำหน่ายเฉพาะที่ Shellman ใน Isetan ชินจูกุ ในกรุงโตเกียวเท่านั้น

ข้อมูลทางเทคนิค: Ressence TYPE 8 Indigo

  • กลไก: อัตโนมัติ ROCS 8 (Ressence Orbital Convex System) พลังงานสำรอง 36 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาที
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 42.9 มม. หนา 11 มม. กันน้ำลึก 10 เมตร
  • หน้าปัด: ไทเทเนียมเกรด 5 พร้อมการตกแต่งด้วยด้ายไหมย้อมคราม
  • สาย: หนังวัวลายแซฟฟิยาโน Saffiano สีเทาอบอุ่น
  • “ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา: Katherine Arteche

Share post:

More like this

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน

สัมผัส Jaeger-LeCoultre 101 Chain นาฬิกากำไลจิวเวลรีชั้นสูงที่ซ่อนกลไกจักรกลไขลานเล็กที่สุดในโลก

Jaeger-LeCoultre ผสานงานจิวเวลรีเข้ากับวิศวกรรมชั้นสูงด้วย 101 Chain กำไลทองคำชมพูประดับเพชรและ HyCeram สีดำ ที่ซ่อนกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 101 กลไกจักรกลขนาดจิ๋วที่เล็กที่สุดในโลกไว้ภายใน

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร

MB&F ปลุกตำนาน LM1 ขึ้นมาฉลองครบรอบ 15 ปีในร่าง LM1 EVO ปรับขนาดตัวเรือนเหลือ 42 มิลลิเมตร เพิ่มระบบซับแรงกระแทก FlexRing กันน้ำ 80 เมตร บาลานซ์สปริงคู่ Straumann® และกลไกไขลานสำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง