Jacob & Co. The Godfather II นาฬิกาดนตรีระดับ Masterpiece ที่มาพร้อมระบบเลือกเพลงได้

Date:

ผลงานที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อระลึกถึงจิตวิญญาณของ Don Corleone ได้ลึกซึ้งจนน่าขนลุก นาทีนี้คงต้องยกให้นาฬิกาเรือนนี้…

ถ้าจะพูดถึงนาฬิกาที่ “เล่นใหญ่” ที่สุดในโลก ชื่อของ Jacob & Co. มักจะเป็นชื่อแรกๆ ที่นักสะสมนึกถึง โดยเฉพาะโปรเจกต์ที่หยิบเอาภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง The Godfather มาเล่าใหม่ ซึ่งปีนี้พวกเขาเพิ่งเปิดตัว The Godfather II ที่ก้าวข้ามการเป็นเพียงภาคต่อสู่การยกระดับงานวิศวกรรมดนตรีบนข้อมือให้ไปไกลกว่าเดิมอีกขั้น

สิ่งที่ทำให้เรือนนี้กลายเป็นประเด็นพูดถึงกันมากคือการเป็นนาฬิกาดนตรีเรือนแรกที่สามารถ “เลือกเพลง” ได้ จากเดิมที่ภาคแรกบรรเลงเพลงธีมหลักเพียงเพลงเดียว แต่ในรุ่นใหม่นี้ Jacob Arabo ผู้ก่อตั้งแบรนด์ที่คลั่งไคล้ภาพยนตร์เรื่องนี้มาก ได้สั่งออกแบบกลไกใหม่ให้สามารถกดเลือกฟังได้ทั้งเพลง “The Godfather Love Theme” ที่คุ้นหู และเพลง “The Godfather’s Waltz” ที่ชวนให้นึกถึงฉากแต่งงานในตำนาน การบรรจุเพลงสองเพลงลงในกลไกนาฬิกาขนาดเท่านี้ถือเป็นงานที่ท้าทายทักษะช่างนาฬิกาสูงมาก

ในแง่ของดีไซน์จะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือรูปทรงตัวเรือน ครั้งนี้พวกเขาเลือกใช้ทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนสไตล์ Art Deco ที่ดูมีความเป็นผู้ใหญ่และขรึมขึ้นกว่ารุ่นก่อนๆ ตัวเรือนทองคำโรสโกลด์ 18K ขนาด 42 x 44 มม. ถูกออกแบบมาให้ช่วยกระจายเสียงดนตรีได้กังวานและชัดเจนขึ้น เมื่อลองกดปุ่มฟังเสียงดนตรีที่เกิดจากเข็มเล็กๆ กว่าร้อยเล่มสะกิดกับซี่ฟันของกล่องดนตรี พร้อมกับการที่กลไกทั้งชุดหมุนไปรอบหน้าปัด มันคือประสบการณ์ที่หาจากนาฬิกาเรือนไหนไม่ได้จริงๆ

จุดที่น่าสนใจคือการจัดวางเลเอาต์ที่แม้จะดูซับซ้อนแต่กลับอ่านง่ายขึ้น มีเข็มแสดงพลังงานสำรองแยกกันชัดเจนระหว่างตัวกลไกเดินเวลาที่อยู่ได้ 72 ชั่วโมง กับพลังงานของกล่องดนตรีที่เล่นได้ประมาณ 8-10 ครั้งต่อการไขลานหนึ่งครั้ง และที่ขาดไม่ได้คือ Flying Tourbillon ที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งทำหน้าที่รักษาความเที่ยงตรงท่ามกลางเสียงดนตรีที่กำลังบรรเลงอยู่

นาฬิกาเรือนนี้ผลิตมาเพียง 74 เรือนทั่วโลก เพื่อเป็นเกียรติแก่ปี 1974 ที่ภาพยนตร์ The Godfather Part II ออกฉาย ด้วยราคาประมาณ 440,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราวๆ 15-16 ล้านบาท) เรียกได้ว่าทุกรายละเอียดนั้นมีจิตวิญญาณของ Don Corleone ซ่อนอยู่ ถือเป็นงานวิศวกรรมที่น่าทึ่ง และอาจกลายเป็นของสะสมที่รวบรวมความรักในภาพยนตร์ งานศิลปะอาร์ตเดโก และความบ้าคลั่งในวิศวกรรมจักรกลไว้ในที่เดียวกัน เป็นการประกาศว่า Jacob & Co. ยังคงเป็นเจ้าแห่งการสร้างนาฬิกาที่เปลี่ยน “จินตนาการ” ให้กลายเป็น “เรื่องจริง” ได้เสมอ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ทองคำโรสโกลด์ 18K ขนาด 42 x 44 มม. ดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนสไตล์ Art Deco
  • หน้าปัด: โครงสร้าง Skeleton โชว์กลไกชุดกล่องดนตรีคู่ (Dual Music Box) และ Flying Tourbillon ที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลาชั่วโมง-นาที ระบบเลือกเพลงดนตรีได้ 2 เพลง (The Godfather Love Theme และ The Godfather’s Waltz) ระบบ Flying Tourbillon และเข็มแสดงพลังงานสำรองแยกส่วน
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ (Manual Wind) พลังงานสำรองส่วนเดินเวลา 72 ชั่วโมง / ส่วนดนตรีเล่นได้ 8-10 ครั้งต่อการไขลาน
  • สาย: หนังจระเข้สีดำ (Black Alligator) ตัดเย็บประณีตพร้อมตัวล็อกทองคำโรสโกลด์ 18K

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jacob & Co. Billionaire Double Tourbillon Angel Cut ปฏิวัติวงการด้วยเพชรเจียระไนสิทธิบัตรใหม่ในราคา 120 ล้านบาท
Green Dial Energy | รวม 5 นาฬิกาหน้าปัดเขียว เสริมจังหวะแห่งวสันตวิษุวัตและการสะท้อนพลังแห่งการเติบโต
ว่าด้วย ‘ทองคำ’ วัสดุล้ำค่าที่น่าปรารถนาตลอดกาลในอุตสาหกรรมนาฬิกา

Share post:

More like this

Introducing: Brew Retrograph Stone Blend Automatic เมื่อความงามของสายธารกาแฟถูกรังสรรค์ผ่านหินธรรมชาติ Pietersite

Brew เปิดตัว Retrograph Stone Blend Automatic เรือนเวลารุ่นจำกัด 250 เรือน โดดเด่นด้วยหน้าปัดหินธรรมชาติ Pietersite ที่จำลองภาพการเทนมลงในกาแฟสกัดเย็น ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Miyota 9015

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่