Introducing :ประณีตศิลป์แห่งเรือนเวลา Lebois & Co Heritage Atelier Small Seconds

Date:

แบรนด์เรือนเวลาระดับอิสระสัญชาติสวิส Lebois & Co ได้เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุดในชื่อ Heritage Atelier Small Seconds ซึ่งเป็นการหลอมรวมงานฝีมือทำหน้าปัดระดับสูงเข้ากับกลไกนาฬิกาเดรสสไตล์คลาสสิก โดยในชุดเปิดตัวนี้มาพร้อมกับหน้าปัด 2 ลวดลายอันมีเอกลักษณ์ ได้แก่ รุ่น Clous de Paris (Ref. 641.548) ที่สะท้อนความหรูหราดั้งเดิม และรุ่น Stroopwafel® (Ref. 641.550) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมวาฟเฟิลสไตล์ดัตช์อันโด่งดัง

ศิลปะบนหน้าปัดจากการรังสรรค์ร่วมกับ GT Cadrans

ความโดดเด่นสำคัญของคอลเลกชันนี้คือการจับมือร่วมกับ GT Cadrans สำนักทำหน้าปัดระดับไฮเอนด์แห่งเมืองโลเนย์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อสร้างสรรค์พื้นผิวหน้าปัดที่มีมิติความงามเฉพาะตัว

รุ่น Clous de Paris: นำเสนอลวดลายกิโยเช่ตัดลายตารางยอดปิรามิดดั้งเดิม ผ่านกระบวนการแกะสลักด้วยหัวเพชร (Diamond-cutting) อย่างประณีต ก่อนนำไปผ่านกระบวนการชุบเคลือบผิวแบบกัลวานิกด้วยทองคำ 24K ให้เฉดสี โรสโกลด์ สะท้อนแสงเงาอย่างนุ่มนวลและสว่างไสว

รุ่น Stroopwafel®: ได้รับแรงบันดาลใจจากขนมสโตรปวาฟเฟิลของเนเธอร์แลนด์ นำเทคโนโลยีเลเซอร์มาแกะสลักลวดลายตารางวาฟเฟิลบนหน้าปัด ผสานกับการชุบกัลวานิกทองคำ 24K ในโทนสีน้ำตาลคาราเมลอันอบอุ่น

หน้าปัดทั้งสองรุ่นออกแบบเน้นความเรียบหรูสไตล์ Minimalist โดยมีเพียงโลโก้ LEBOIS บริเวณ 12 นาฬิกา และเข็มวินาทีแยก (Small Seconds) บริเวณ 6 นาฬิกา โดยไร้ซึ่งตัวอักษรรบกวนสายตาเพื่อให้ความโดดเด่นตกอยู่ที่เทกเจอร์ของหน้าปัดอย่างเต็มที่

สัดส่วนตัวเรือนคลาสสิกเรียบหรู

ตัวเรือนผลิตจากสแตนเลสสตีล 316L ทรงกลม ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 37.80 มิลลิเมตร และมีความหนาเพียง 10.50 มิลลิเมตร (หนาเพียง 8.0 มิลลิเมตรหากไม่รวมกระจก) ตัวเรือนออกแบบให้มีระยะกางหูสาย (Lug-to-Lug) 45.50 มิลลิเมตร ซึ่งเข้ากับข้อมือได้อย่างพอดีตามสัดส่วนนาฬิกาเดรสยุคดั้งเดิม ปกป้องหน้าปัดด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมคู่ (Double-domed sapphire crystal) เคลือบสารกันสะท้อนด้านใน และสามารถกันน้ำได้ที่ระดับ 50 เมตร (5 ATM)

ขุมพลังกลไกมาตรฐาน COSC

ภายในบรรจุด้วยกลไกอัตโนมัติ Lebois & Co Calibre LC-350 (มีพื้นฐานมาจาก Sellita SW360-1) ทำงานด้วยความถี่ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง (4 Hz) ใช้ทับทิม 31 เม็ด และสามารถสำรองพลังงานได้นาน 56 ชั่วโมง กลไกเรือนนี้ได้รับการรับรองความแม่นยำระดับ COSC Chronometer สามารถมองเห็นงานขัดแต่งกลไกอย่างประณีตได้ผ่านฝาหลังแซฟไฟร์แบบโปร่งใส

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: Lebois & Co Heritage Atelier Small Seconds (Ref. 641.548 Clous de Paris / Ref. 641.550 Stroopwafel®)
  • ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล 316L ขนาด 37.80 มม. หนา 10.50 มม. กระจกแซฟไฟร์ทรงโดมคู่ ฝาหลังแบบใส กันน้ำ 50 เมตร
  • หน้าปัด: ลาย Clous de Paris แกะสลักด้วยหัวเพชรเคลือบทองคำ 24K โทนโรสโกลด์ / ลาย Stroopwafel® แกะสลักเลเซอร์เคลือบทองคำ 24K โทนคาราเมล พร้อมเข็มวินาทีย่อยที่ 6 นาฬิกา
  • ฟังก์ชั่น: แสดงเวลาชั่วโมง นาที และวินาทีย่อย (Small Seconds)
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติ Calibre LC-350 (Base Sellita SW360-1) ผ่านการรับรอง COSC สำรองพลังงาน 56 ชั่วโมง ความถี่ 28,800 vph
  • สาย: สายหนังพร้อมหัวล็อกแบบเข็มสแตนเลสสตีล

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Bell & Ross BR-03 GMT Green Lum เมื่อแสงออโรราและสปิริตนักบิน หลอมรวมเป็นเรือนเวลา GMT สายลุยยามค่ำคืน
Panerai หวนคืนสู่เกลียวคลื่น เผยโฉมสองเรือนเวลาใหม่ตระกูล Luna Rossa 
ทำไมนาฬิกาพกของ Louis Vuitton เรือนนี้ ถึงถูกยกให้เป็นผลงานศิลปะชิ้นเดียวในโลกที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของเรือนเวลา?

Share post:

More like this

นี่คือนาฬิกาเรือนแรกที่ฝังเพชรบน Balance Wheel กับ Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino

ย้อนดูเบื้องหลัง Jacob & Co. Brilliant Flying Tourbillon Baguette Pastel Arlequino เรือนเวลา Pièce Unique ที่กล้าท้าทายกฎวิศวกรรมเรือนเวลาด้วยการฝังเพชร 54 เม็ดลงบน Balance Wheel พร้อมเทคนิคการคัดสรรพลอยพาสเทลแบบ Invisible Setting ทั้งเรือน

Arceau Samarcande กับศิลปะการเล่นซ่อนแอบกับกลไกชั้นสูงในแบบฉบับของ Hermès

หน้าปัด Openwork ฉลุช่องรูปหัวม้าแอบซ่อนกลไกมินิตรีพีทเตอร์อันล้ำเลิศ ถ้าพูดถึงงานเรือนเวลาเผยกลไกในรูปแบบสเกเลตันและโอเพนเวิร์ก เมซง Hermès Horloger ถือเป็นหนึ่งในเมซงที่สามารถผลิตผลงานเรือนเวลาในรูปแบบดังกล่าวได้อย่างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบที่มองแวบแรกก็สามารถระบุได้เลยว่านี่คือผลงานของ Hermès แน่นอน...

Louis Vuitton เผยโฉม Tambour Spin Time 5 รุ่นใหม่ในคอลเลกชันถาวร ที่ต่อยอดความสำเร็จจากรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันเมื่อปีที่แล้ว

ยลโฉมคอลเลกชัน Tambour Spin Time ประจำปี 2026 จาก Louis Vuitton ที่ผสานกลไกจั๊มป์อورดอันเป็นเอกลักษณ์เข้ากับสีสันสดใหม่ ทั้งหน้าปัดโอปอล์ออสเตรเลีย, สีเขียวมะกอก, ฟ้า Spin Time Air, Antipode และฟลายอิ้งทูร์บิญองหน้าปัดแซลมอนในตัวเรือนแพลตตินัม

NOMOS Orion Gold Neomatik “New Black” นิยามใหม่ของเดรสวอทช์ความเรียบหรูระดับไฮเอนด์ 

NOMOS Glashütte เปิดตัว Orion Gold Neomatik “New Black” เดรสวอทช์ตัวเรือนทองคำแท้ 18k ขนาด 36.4 มม. จับคู่หน้าปัดสีดำ Galvanised และกลไกอินเฮาส์แบบบางพิเศษ DUW 3001 สำรองพลังงาน 43 ชั่วโมง มอบความเรียบหรูสไตล์มินิมอลเยอรมันอย่างแท้จริง