Jaeger-LeCoultre เปิดตัวนาฬิกา Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 10 เรือนทั่วโลก

Date:

Jaeger-LeCoultre เฉลิมฉลองปีนักษัตรม้ากับผลงานแกะสลักและลงยา Grand Feu สุดประณีต

Jaeger-LeCoultre ขอนำเสนอนาฬิการุ่น Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ ที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนปี 2026 ด้วยฝีมืออันน่าทึ่งของการแกะสลักและการลงยา Grand Feu จากห้องปฏิบัติการ Métiers Rares™ ของ La Grande Maison

นาฬิการุ่นพิเศษนี้ผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 10 เรือนทั่วโลก และจะถูกนำไปจัดแสดงก่อนเทศกาลตรุษจีนที่นิทรรศการ Dream Shaper ของ Jaeger-LeCoultre ในเซี่ยงไฮ้ เดือนกันยายน 2025 เป็นการอวดโฉมความงามอันเป็นเอกลักษณ์ล่วงหน้าแก่ผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลา

Jaeger-LeCoultre Reverso

การผสานตำนานเข้ากับความงามแห่งเรือนเวลา

Reverso ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นในปี 1931 ด้วยตัวเรือนที่หมุนพลิกได้เพื่อปกป้องหน้าปัดจากแรงกระแทกขณะเล่นกีฬาโปโล ซึ่งเป็นกีฬาที่เกี่ยวข้องกับม้าอย่างแยกไม่ออก แม้เวลาผ่านไป Reverso จะกลายเป็นที่รักของนักสะสมทั่วโลก แต่ความเชื่อมโยงกับม้าและกีฬาโปโลก็ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Enamel ‘Horse’

Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ เป็นเรือนที่ 4 ในซีรีส์ที่เฉลิมฉลองปีนักษัตรจีน ต่อจากรุ่นปีกุน ปีเถาะ และปีมะโรง ม้าเป็นสัญลักษณ์ของพละกำลัง ความสง่างาม และอิสรภาพ รวมถึงความมีชีวิตชีวา ความรวดเร็ว และความพากเพียร ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่สะท้อนออกมาในงานศิลปะและวัฒนธรรมจีนมาช้านาน และในครั้งนี้ Jaeger-LeCoultre ได้นำภาพลักษณ์อันสูงส่งของม้ามาประดับบนฝาหลังของ Reverso อย่างสมบูรณ์แบบ

งานศิลปะชั้นสูงบนฝาหลังนาฬิกา

เมื่อคุณพลิกตัวเรือนนาฬิกา จะได้พบกับม้าที่ถูกแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง ดูราวกับกำลังกระโจนออกมาจากก้อนเมฆสีทองที่ลอยอยู่บนท้องฟ้า ฝีมือการแกะสลักอันละเอียดอ่อนนี้ตัดกับพื้นผิวลงยา Grand Feu สีดำทึบได้อย่างน่าทึ่ง รายละเอียดเล็ก ๆ เช่น แผงคอ จมูก และกีบเท้าที่ถูกวาดด้วยแบล็คโรเดียมช่วยเพิ่มความสมจริง ขณะที่พื้นผิวเมฆแบบพ่นทรายสร้างมิติให้ดูเคลื่อนไหวได้

ช่างแกะสลักใช้เทคนิคที่เรียกว่า modelled engraving เพื่อเพิ่มมิติและความลึก ซึ่งเป็นทักษะที่ต้องใช้สมาธิและความแม่นยำสูง สิ่งที่ท้าทายที่สุดคือการทำงานบนพื้นผิวที่ลงยา Grand Feu ไปแล้ว ทำให้ช่างต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุดเพื่อไม่ให้ชั้นเคลือบที่สมบูรณ์แบบเสียหาย ช่างแกะสลักใช้สิ่ว 10 ขนาดที่แตกต่างกันเพื่อค่อย ๆ สร้างสรรค์งานชิ้นนี้ ซึ่งใช้เวลาถึง 80 ชั่วโมง ต่อหนึ่งเรือน

Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Enamel ‘Horse’
Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Enamel ‘Horse’

ความเรียบง่ายที่ซ่อนความซับซ้อน

หน้าปัดของ Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ ใช้เทคนิคการลงยา Grand Feu สีดำมันวาวแบบเดียวกับฝาหลัง ความเรียบง่ายสไตล์อาร์ตเดโคของหน้าปัด Reverso Tribute ที่มีหลักชั่วโมงแบบเหลี่ยม รางนาทีแบบรางรถไฟ (chemin de fer) และเข็ม Dauphine ช่วยขับเน้นความงดงามของพื้นหลังสีดำเข้ม ทำให้ความงามของงานศิลป์บนนาฬิกาโดดเด่นอย่างแท้จริง

การลงยา Grand Feu สีดำเข้มนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องใช้ชั้นเคลือบถึง 5-6 ชั้น แต่ละชั้นต้องผ่านการเผาและการทำให้เย็นลงอย่างระมัดระวังนานหลายวัน และตามด้วยการขัดเงาอีกครึ่งวันเพื่อให้ได้ความเงางามที่สมบูรณ์แบบ การที่หน้าปัดและฝาหลังมีสีและความบริสุทธิ์ที่เข้ากันอย่างลงตัว เป็นเครื่องยืนยันถึงทักษะและความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมานานหลายปีของช่างฝีมือ Jaeger-LeCoultre ยังคงเป็นหนึ่งในโรงงานผลิตนาฬิกาเพียงไม่กี่แห่งที่มีห้องปฏิบัติการลงยาและแกะสลักของตัวเองภายในโรงงาน เพื่อรักษาและพัฒนางานฝีมือโบราณนี้อย่างต่อเนื่อง

Jaeger-LeCoultre Reverso Tribute Enamel ‘Horse’

กลไกที่สร้างขึ้นภายในโรงงาน

Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ ขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือ Calibre 822 ซึ่งแสดงเวลาชั่วโมงและนาที พร้อมพลังงานสำรอง 42 ชั่วโมง กลไกนี้ได้รับการออกแบบและผลิตขึ้นทั้งหมดภายในโรงงานของ La Grande Maison ใน Vallée de Joux ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เช่นเดียวกับกลไกของ Jaeger-LeCoultre ทุกรุ่น

ด้วย Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ นี้ Jaeger-LeCoultre ได้เพิ่มบทใหม่ในเรื่องราวของงานฝีมือและศิลปะที่ผสมผสานวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเทคนิคของช่างทำนาฬิกาได้อย่างกลมกลืน

ข้อมูลทางเทคนิค
Reverso Tribute Enamel ‘Horse’
  • จำนวนผลิตจำกัด: 10 เรือน
  • รหัสอ้างอิง: Q39324D3
  • ตัวเรือน: พิงค์โกลด์ 750/1000 (18 กะรัต)
  • ขนาด: 45.6 มม. x 27.4 มม. x 9.73 มม.
  • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ Calibre 822
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที
  • พลังงานสำรอง: 42 ชั่วโมง
  • หน้าปัด: ลงยา Grand Feu สีดำทึบ
  • ฝาหลัง: ลงยาสีดำ งานแกะสลัก
  • การกันน้ำ: 3 บาร์
  • สายนาฬิกา: หนังจระเข้สีดำ

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Gagà Labormatic Azzurro & Champagne บทใหม่ของนาฬิกาดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากอิตาลี
Breguet ฉลองครบรอบ 250 ปีด้วยนาฬิกา Marine Hora Mundi 5555
Bremont เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษ MB Meteor Stealth Grey นาฬิกาคู่หูนักบินที่มาพร้อมลุคใหม่สุดเท่

Share post:

More like this

Minerva 3 รุ่นใหม่ สุดยอดกลไกแฮนด์เมดที่มาพร้อมความประณีตในทุกรายละเอียด

งานโอเพ่นเวิร์กอันน่าทึ่ง กลไกสิทธิบัตรใหม่ ไปจนถึงนวัตกรรมไร้เม็ดมะยม สาวกนาฬิการู้กันดีอยู่แล้วว่า แบรนด์ที่ชื่อชั้นเรื่องการผลิตกลไกไม่เป็นรองใครอย่าง Minerva มีจุดแข็งเรื่องกลไกซับซ้อนที่ผลิตด้วยมืออย่างประณีตในทุกรายละเอียด กลไกที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคสูงทุกเรือนของ Minerva ล้วนเป็นผลงานการประกอบสร้างของช่างนาฬิกาเพียงคนเดียวในทุกขั้นตอน...

Bremont x Astrolab Supernova Chronograph เรือนเวลาที่ต้องผ่านบททดสอบระดับโหด เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่กลายเป็นขยะอวกาศ

Bremont สลัดคราบนาฬิกาวินเทจทิ้งไปจนหมดสิ้น พร้อมพุ่งตัวสู่อวกาศด้วย Supernova Chronograph ที่ผ่านบททดสอบระดับมหาโหดเพื่อร่วมภารกิจบนดวงจันทร์กับ Astrolab นี่ไม่ใช่แค่รุ่นลิมิเต็ดเกาะกระแส แต่คืองานวิศวกรรมที่พร้อมเผชิญแรงสั่นสะเทือนและฝุ่นดวงจันทร์บนตัวเรือนเหล็ก 904L ที่คมคายที่สุดในพ.ศ. นี้

Louis Moinet ส่ง 4 รุ่นใหม่ เป็นตัวแทนต่อยอดมรดกของแบรนด์ในบริบทร่วมสมัย ภายในงาน Watches and Wonders 2026 

1816 สองรุ่นเพื่อสดุดีนาฬิกาโครโนกราฟเรือนแรก Time to Race รุ่นใหม่ และ Skydance นาฬิกาสุภาพสตรีที่หลายคนรอคอย  ปี...

Arnold & Son เผยโฉมทูร์บิญองรุ่นบางเฉียบ Ultrathin Tourbillon Onyx Edition อีกหนึ่งรุ่นในงาน Watches and Wonders 2026  

ทรงพลังด้วยหน้าปัดหินออนิกซ์เนื้อแมตต์ มาในสองวัสดุเรดโกลด์ 5N และแพลตินัม หลังจากเผยโฉม HM Pietersite นาฬิกาหน้าปัดหินแร่หายากมาเป็นทีเซอร์ก่อนเริ่มต้นเข้าสู่งาน Watches...