Big Bang Collection 2025 มาพร้อมวัสดุสุดล้ำ และสีสันที่โดดเด่น
WORD Felix Scholz
พูดถึงปี 2025 กำลังจะเป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของ Hublot เพราะหัวใจสำคัญของแบรนด์อย่าง Big Bang กำลังครบรอบ 20 ปี แม้ว่าเราจะคาดหวังถึงการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ (ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะได้เห็นที่งาน Watches & Wonders ในเจนีวา) แต่คอลเลกชันที่เปิดตัวในงาน LVMH Watch Week ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า Hublot ยังคงยืนหยัดในความโดดเด่นของแบรนด์อย่างแท้จริง ทั้งในด้านสีสันสุดแปลกตา วัสดุเทคนิคสุดล้ำ และปรัชญาการออกแบบที่คงเอกลักษณ์มาอย่างต่อเนื่องตลอดสองทศวรรษที่ผ่านมา
การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์
Hublot ได้ร่วมมือกับศิลปินชื่อดังหลายคน เช่น Daniel Arsham และ Takashi Murakami เพื่อสร้างสรรค์นาฬิกาที่เป็นงานศิลปะระดับพิพิธภัณฑ์ นาฬิการุ่นพิเศษเหล่านี้มีการออกแบบที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการของนักสะสม
ในขณะที่แบรนด์อื่น ๆ อาจเปลี่ยนทิศทางตามกระแสและเทรนด์ใหม่ ๆ แต่ Hublot กลับยังคงมุ่งมั่นในเส้นทางของตัวเองกับ Big Bang นาฬิกาที่ถือกำเนิดจากยุคพลังงานแห่งความกล้าอย่างแท้จริง อาจมีช่วงเวลาที่ทีมผู้บริหารของ Hublot คิดอยากจะมีดีไซน์คลาสสิกให้กลับมาสร้างใหม่อยู่บ้าง (เหมือนกับแบรนด์อื่น ๆ) แต่การที่แบรนด์เลือกจะเป็นตัวเองก็พิสูจน์แล้วว่าเป็นการตัดสินใจที่ชาญฉลาดในระยะยาว
นอกจากนาฬิกาที่เคยถูกมองว่าแปลกใหม่และนอกกรอบของซีรีส์ Big Bang กลายเป็นหนึ่งในผลงานสำคัญของวงการนาฬิกายุคใหม่ และการคงเอกลักษณ์ของมันได้สร้างคุณค่าอันล้ำค่าให้กับโลกของการประดิษฐ์นาฬิกาอย่างแท้จริง


รุ่นใหม่นี้เป็นการต่อยอดจาก Unico Green Saxem ขนาด 42 มม. ที่เปิดตัวไปในปี 2024 ด้วยตัวเรือนสีเขียวมรกตที่เป็นเอกลักษณ์แบบเดียวกัน แต่ครั้งนี้เพิ่มความซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วยกลไก MHUB6035 calibre ซึ่งเป็น micro-rotor movement แบบเปิดเผยกลไก โดดเด่นด้วย Tourbillon ขนาดใหญ่ที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา พร้อมดีเทลที่ใช้สีดำทั้งหมด ตัดกับตัวเรือนขนาด 44 มม. ได้อย่างลงตัว
และก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ ว่านาฬิการุ่นนี้จะไม่ได้ผลิตออกมามากมาย เพราะถูกจำกัดไว้เพียง 18 เรือนเท่านั้น และถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ซับซ้อนที่สุดทั้งในด้านเทคนิคและกลไกจาก Hublot ที่จะทำให้เหล่าคนรักเรือนเวลาต้องหลงใหลในรายละเอียดอันประณีต
Hublot Big Bang Meca-10 กับนิยามใหม่ที่เล็กลงแต่ทรงพลังยิ่งกว่าเดิม
ย้อนกลับไปในปี 2016 เมื่อเกือบสิบปีก่อน Hublot ได้เปิดตัว Big Bang Meca-10 ซึ่งถือเป็นการตีความใหม่ที่ถูกยกย่องว่าเป็นที่สุดของนาฬิการุ่น Big Bang ระบบไขลานแบบ manual โดยการนำดีไซน์หน้าปัดแบบ Skeleton Dial มาใช้ร่วมกับกรอบนาฬิกาอันเป็นเอกลักษณ์
กลายเป็นอีกหนึ่งงานศิลปะชิ้นเอกของอุตสาหกรรมนาฬิกาเลยก็ว่าได้ ซึ่งในรุ่นล่าสุดของ Hublot ได้ยกระดับดีไซน์ให้โฉบเฉี่ยวและลงตัวมากขึ้น พร้อมปรับขนาดให้เล็กลงเพื่อตอบโจทย์ผู้หลงใหลในนาฬิกาที่ผสมผสานความสวยงามและฟังก์ชั่นได้อย่างไร้ที่ติ
* Skeleton Dial คือรูปแบบการออกแบบหน้าปัดนาฬิกาที่เปิดให้เห็นชิ้นส่วนของกลไกด้านใน ซึ่งมักจะถูกตกแต่งอย่างพิถีพิถัน ทำให้นาฬิกามีความสวยงามและดึงดูดสายตา หน้าปัดแบบนี้ช่วยเพิ่มความล้ำสมัยและความหรูหราให้กับนาฬิกา เพราะนอกจากการแสดงเวลาแล้ว ยังโชว์ความประณีตของการทำงานของกลไกด้านในอีกด้วย

โดดเด่นที่สุดคือ ตัวเรือนขนาด 42 มม. และ กลไก HUB1205 ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากเวอร์ชันดั้งเดิมในปี 2016 ที่เพิ่มความซับซ้อนทั้งในแง่ของดีไซน์และการตกแต่ง โครงสร้างประกอบด้วยสะพานกลไกสามเส้นเรียงตัวในแนวตรง พร้อมตกแต่งด้วยการขัดแบบซาตินที่เข้ากันกับวัสดุตัวเรือนอย่างลงตัว
การออกแบบที่มีเอกลักษณ์นี้ยังคงรักษาระยะเวลาการเก็บพลังงานไว้ได้นานถึง 10 วัน ด้วยสปริงหลักคู่โดยมีระบบ Twin Mainsprings เป็นตัวช่วย นอกจากนี้ ยังมีหน้าปัดแสดงวินาทีที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาที่อยู่เหนือชุดบาลานซ์วีลที่เปิดโชว์เต็ม ๆ
ซึ่งถ้าเทียบกันแล้ว Meca-10 เวอร์ชันนี้ยังคงมอบความตื่นตาตื่นใจเหมือนกับรุ่นต้นฉบับ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่หลงใหลในศาสตร์ของกลไก แต่ความลงตัวในภาพรวมนั้นดูเนี้ยบขึ้น ด้วยดีไซน์รูปกากบาทและสัดส่วนที่กระชับขึ้น ทำให้การออกแบบทุกองค์ประกอบเกิดประสิทธิภาพสูงสุดในพื้นที่ที่เล็กลง


ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่น่าจับตามองที่สุดในตระกูล Big Bang ของ Hublot มาโดยตลอด ด้วยแนวคิดกลไกสุดเรียบง่ายแต่โดดเด่นอย่างการใส่ mainspring ขนาดยักษ์ลงในระบบไขลานแบบ manual พร้อมดีไซน์ที่ดูล้ำและเท่แบบไม่มีใครเหมือน ซึ่งรุ่นแรกก็สร้างมาตรฐานไว้สูงมาก
และในปี 2025 นี้แบรนด์ได้หยิบแนวคิดเดิมมาปรับปรุงใหม่ให้เฉียบคมยิ่งขึ้น โดยยังคงยึดมั่นในพันธกิจหลัก นั่นก็คือ การสร้างนาฬิกาที่โชว์ความเท่ของกลไก open-worked แบบจัดเต็ม พร้อมพลังงานสำรองสุดอลังการ โดยไม่ต้องเพิ่มฟังก์ชั่นที่ซับซ้อนจนเกินความจำเป็น และจุดที่น่าสนใจอีกอย่างคือนาฬิการุ่นใหม่นี้มาพร้อมขนาด 42 มม. ซึ่งเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น
มาพร้อมกับตัวเรือนเซรามิกใน 3 เฉดสีใหม่
นอกจากการเปิดตัวกลไกใหม่ล่าสุดอย่าง Meca-10 calibre และขนาดตัวเรือนที่ปรับให้ดูโมเดิร์นยิ่งขึ้นแล้ว คอลเลกชันใหม่ของแบรนด์ในปี 2024 ยังเพิ่มสีสันสุดจี๊ดให้กับรุ่นยอดนิยมทรง tonneau-shaped อย่าง Spirit of Big Bang พร้อมตอบโจทย์แฟน ๆ ที่รักในดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์

จากการเปิดตัวครั้งแรกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน นาฬิกาในคอลเลกชัน Spirit of Big Bang ค่อย ๆ กลายเป็นส่วนสำคัญที่ไม่อาจขาดได้ในคอลเลกชันของแบรนด์ โดยการผสมผสานเอกลักษณ์ของ Big Bang เข้ากับดีไซน์ทรง Tonneau ที่โอบกระชับข้อมือ กลายเป็นการสร้างความดึงดูดทั้งบนข้อมือและจากมุมมองภายนอก
วัสดุและเทคโนโลยีล้ำสมัย
ไม่แปลกใจเลยที่เห็นการพลิกโฉมใหม่ของรุ่น Big Bang ที่มาในดีไซน์โค้งมนมากขึ้น โดยนำเทคนิคเดียวกันกับรุ่นทรงกลมมาใช้ อย่างเช่น การใช้เซรามิกสีสันสดใส ทำให้นาฬิกา Spirit of Big Bang ขนาด 42 มม.
รุ่นใหม่จึงมีให้เลือกถึง 3 สีเซรามิกสุดทันสมัย ได้แก่ เขียวเข้ม / ฟ้าอ่อน / และสีเบจ / ทุกเรือนเป็นรุ่นโครโนกราฟที่มาพร้อมหน้าปัดแบบเปิดให้เห็นกลไกภายใน และมีการผสมผสานการขัดเงาแบบไมโคร-บลาสต์ (*Micro-blasted aesthetics) ที่ให้ความรู้สึกเบาสบายและเหมาะกับทุกเพศ
*Micro-blasted aesthetics” หมายถึง การขัดพื้นผิววัสดุโดยใช้กระแสลมที่มีอนุภาคละเอียด (มักจะเป็นผงหรือทราย) พัดไปกระทบวัสดุเพื่อให้เกิดพื้นผิวที่มีความด้านและเป็นลายละเอียด ซึ่งจะช่วยเพิ่มความลึกและพื้นผิวที่มีมิติให้กับวัสดุหรือชิ้นงานนั้น ๆ เป็นลักษณะการขัดที่ทำให้ส่วนของตัวเรือนหรือชิ้นส่วนมีความด้านและไม่สะท้อนแสงเหมือนการขัดเงา แต่ยังคงให้ความรู้สึกที่ดูหรูหราและมีสไตล์
ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญของแบรนด์ในการทำเซรามิก ซึ่งเมื่อจับคู่กับสายและการเน้นสีบนหน้าปัด ก็ทำให้ได้แพ็คเกจที่ดึงดูดสายตา ทั้งสามรุ่นใหม่ของ Spirit of Big Bang นี้มีจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือนต่อสี แต่ไม่ต้องห่วง เรามั่นใจว่าในอนาคตจะได้เห็นความสวยงามของเซรามิกบน Spirit of Big Bang มากขึ้นอย่างแน่นอน



Hublot Spirit of Big Bang Year of the Snake
มาพูดถึงความงามที่ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของ Spirit แต่ถูกนำมาปรับดีไซน์ใหม่อย่างมีเสน่ห์ โดยเปิดตัวก่อนงาน LVMH Watch Week เล็กน้อย แต่ก็ยังถือเป็นการเปิดตัวที่สดใหม่ไม่แพ้กันกับเจ้า Spirit of Big Bang Year of the Snake นาฬิกานี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองปีนักษัตรงูในปฏิทินจีน และแน่นอนว่ามีการผลิตจำนวนจำกัดเพียง 88 เรือนเท่านั้น
จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือขอบตัวเรือนและสายที่ประดับลายเกล็ดงูระยิบระยับ ที่สำคัญกว่านั้นคือ งูทองคำที่ถูกออกแบบอย่างประณีต ซึ่งมีส่วนหัวอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และลำตัวที่ประดุจความพริ้วไหวพันรอบหน้าปัดและ Subdial (*ซับดิสเพลย์) ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนาฬิกาเรือนนี้ด้วยดีไซน์สุดพิเศษที่เต็มไปด้วยคอนทราสต์ที่แปลกใหม่
*ซับดิสเพลย์ (Subdial) คือหน้าปัดย่อยที่อยู่ภายในหน้าปัดหลักของนาฬิกา มักใช้สำหรับแสดงข้อมูลเพิ่มเติม เช่น ตัวบอกเวลาภายในที่เล็กกว่าปกติ หรือฟังก์ชันพิเศษอื่น ๆ เช่น การจับเวลา (chronograph) วันที่ หรือข้อมูลอื่น ๆ ที่ไม่สามารถแสดงบนหน้าปัดหลักได้ ซึ่งโดยทั่วไปจะมีลักษณะเป็นวงกลมเล็ก ๆ หรือหน้าจอเล็ก ๆ ภายในหน้าปัดใหญ่ของนาฬิกา

ในทางดาราศาสตร์จีน งูถือเป็นสัญลักษณ์ของปัญญา เสน่ห์ และการเปลี่ยนแปลง และนาฬิกา Hublot เรือนนี้ก็เป็นการเฉลิมฉลองที่สมบูรณ์แบบของความหมายเหล่านั้น นอกจากนี้ยังต้องบอกว่า แม้ว่าสัญลักษณ์ของสัตว์ตัวนี้อาจจะไม่คุ้นเคยสำหรับทุกคน แต่นี่คือ Hublot ที่เท่สุด ๆ เต็มไปด้วยพลังร็อกสตาร์และจิตวิญญาณที่กบฏ ซึ่งคือสิ่งที่นิยามความเป็น Hublot ในการสร้างสรรค์นาฬิกาอย่างต่อเนื่องมาเป็นหลายทศวรรษ

ข้อมูลทางเทคนิค
Hublot Spirit of Big Bang Year of The Snake
กลไก: HUB4700 โครโนกราฟแบบไขลานอัตโนมัติ / พลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที / วินาทีเล็ก / วันที่ / โครโนกราฟ
ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. (หนา 14.1 มม.) / เซรามิกสีดำ / กันน้ำได้ถึง 100 ม.
หน้าปัด: ซัฟไฟร์ฝังตัวงูปิดทอง
สาย: ยางสีดำที่มีลวดลายหนังงู / ตัวล็อกเซรามิกและไทเทเนียมสีดำ
การวางจำหน่าย: ผลิตจำนวนจำกัด 88 เรือน

ข้อมูลทางเทคนิค: Hublot Big Bang Tourbillon Automatic Green Saxem
กลไก: ระบบไขลานอัตโนมัติ MHUB6035 Manufacture Tourbillon / สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที / ทัวร์บิยอง
ตัวเรือน: ขนาด 44 มม. (หนา 14.4 มม.) / พื้นผิวขัดสีเขียว SAXEM / กันน้ำลึก 30 เมตร
หน้าปัด: ซัฟไฟร์สีดำรมควัน
สาย: สายยางสีดำลายเคลือบพร้อมหัวเข็มขัดเซรามิกและไทเทเนียม / สายยางโปร่งสีเขียวพร้อมที่รัดข้อมือและหัวเข็มขัดเซรามิก
การวางจำหน่าย: ผลิตเพียง 18 เรือน



ข้อมูลทางเทคนิค: Hublot Big Bang Meca-10 10-Day Power Reserve
กลไก: Manual-winding HUB1205 Manufacture / พลังงานสำรอง 10 วัน
ฟังก์ชั่น: ชั่วโมง / นาที / วินาที / พลังงานสำรอง
ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. (หนา 13.9 มม.) / King Gold / ไทเทเนียม หรือ คาร์บอนเคลือบด้านสีดำ / กันน้ำได้ถึง 100 เมตร
หน้าปัด: Skeletonized
สาย: สายยางสีดำพร้อมตัวล็อคที่ตรงกับตัวเรือน / สายผ้าดำพร้อมตัวล็อคแบบเวลโคร (Carbon Black)



ข้อมูลทางเทคนิค
Hublot Spirit of Big Bang
กลไก: ระบบ Self-winding HUB4700 chronograph พร้อมพลังงานสำรอง 50 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: บอกเวลา ชั่วโมงและนาที / เข็มวินาทีเล็ก / วันที่ และจับเวลา Chronograph
ตัวเรือน: ขนาด 42 มม. (ความหนา 14.1 มม.) ผลิตจากเซรามิกสีเขียวเข้ม ฟ้าอ่อน หรือเบจ กันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร
หน้าปัด: Sapphire โปร่งใส
สาย: สายยางแบบโครงสร้าง มีให้เลือกสีดำ / เขียวเข้ม / ฟ้าอ่อน หรือเบจ พร้อมตัวล็อกเซรามิกสีเดียวกับตัวเรือน
ความพิเศษ: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 200 เรือนเท่านั้น
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

