สัมผัสความงดงามของกลไกที่ผสมผสานศิลปะและความพิถีพิถัน สร้างสรรค์โดยปรมาจารย์แห่งการทำนาฬิกา
Written by Katherine Arteche | Jan 22, 2025
หากพูดถึงเรื่องราวของ Gentissima Oursin คงต้องเริ่มต้นจากโชคชะตาที่พา Gérald Genta ไปพบแรงบันดาลใจบนชายฝั่งคอร์ซิกาในปี 1994 จุดเริ่มต้นนี้มาจากความงดงามและเอกลักษณ์ของ sea urchin หรือเม่นทะเล ที่มีรูปลักษณ์กลมมนและมีหนามแหลมรอบตัว ซึ่งสะกดสายตา Genta และได้จุดประกายความคิดสร้างสรรค์จนกลายมาเป็นหนึ่งในผลงานที่สะท้อนตัวตนของเขาได้ชัดเจนที่สุด
อีกสามทศวรรษต่อมา Maison Gérald Genta ได้นำดีไซน์อันเป็นที่รักนี้กลับมาโลดแล่นอีกครั้งในปี 2024 ด้วยการเปิดตัวสามผลงานสุดพิเศษที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ Genta อย่างมีเอกลักษณ์ โดยแต่ละรุ่นมาพร้อมตัวเรือนทรงโค้งมนขนาด 36.5 มม. ที่ผลิตจากไทเทเนียม ประดับเม็ดบีดส์จำนวน 223 ชิ้นซึ่งจัดวางอย่างพิถีพิถัน รุ่นแรกมาในลุคดุดันด้วยเคสเคลือบ DLC สีดำตัดกับหมุดเยลโลว์โกลด์ รุ่นที่สองเติมความอ่อนหวานด้วยหน้าปัดเปลือกหอยมุกสีชมพูและเพชรล้อม และรุ่นสุดท้ายในโทนสี Anthracite สุดหรูที่ตัดด้วยเม็ดบีดส์สีไวท์โกลด์ได้อย่างลงตัว
*beads ในที่นี้หมายถึงเม็ดกลมเล็ก ๆ ที่ใช้ในการตกแต่งตัวเรือนนาฬิกา โดย “precisely placed” สื่อถึงการจัดวางเม็ดบีดส์เหล่านี้อย่างแม่นยำและละเอียดอ่อน เพื่อเพิ่มความสวยงามและความประณีตให้กับดีไซน์โดยรวมของนาฬิกา


ในคอลเลกชันครั้งที่ 4 นี้ Gentissima Oursin Fire Opal คือนาฬิกาที่เราสามารถเรียกได้ว่าเป็นผลงานที่เปล่งประกายสุด ๆ ตัวเรือนทองคำ 3N ขนาด 36 มม. มาพร้อมกับพื้นผิวที่ผ่านการขัดอย่างพิถีพิถัน สร้างความตัดกันอย่างลงตัวกับจุดเด่นที่สุดของนาฬิกา อัญมณี 137 เม็ด ที่ถูกติดตั้งอย่างระมัดระวังทุกเม็ดด้วยหมุดเยลโลว์โกลด์
ในเรื่องของสีสันได้กลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่มีความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยแบรนด์ต่าง ๆ เริ่มนำเอาอัญมณีที่มีความโดดเด่นมาใช้มากขึ้น ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นจังหวะที่ดีในการสร้างความเข้าใจในแง่มุมทางธรณีวิทยา กับความหมายทางแร่ธาตุ ท้ายที่สุดแล้วการผสมผสานระหว่างการทำเครื่องประดับชั้นสูงและการผลิตนาฬิการะดับโลกในปัจจุบันนั้นได้แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าสนใจมากกว่าการนำแนวคิดเดิม ๆ ที่เน้นแค่การย่อขนาดและเพิ่มสีสันตามกระแส


ในกรณีของ Fire Opal ที่ใช้ในนาฬิกา Oursin แร่ธาตุเหล่านี้เกิดขึ้นจากการหลอมรวมภายใต้ภูเขาไฟในเม็กซิโก น้ำที่ติดอยู่ในลาวาร้อนช่วยสร้างสีสันที่มีเอกลักษณ์ในโทนสีเหลือง ส้ม และแดง Evelyne Genta ภรรยาของเจอรัลด์ เจนต้า ได้กล่าวถึงว่า สามีของเธอมักจะศึกษาหินและแร่จากแหล่งต่าง ๆ ด้วยความหลงใหลในปฏิกิริยาระหว่างหินกับแสง “Oursin เป็นหนึ่งในไม่กี่ผลงานที่ Gérald ภูมิใจที่สุด เขาเกือบจะไม่อยากขายมันเลยด้วยซ้ำ และผลิตออกมาแค่ไม่กี่เรือนสำหรับเพื่อนและลูกค้าคนพิเศษเท่านั้น”
คอลเลกชันทั้งหมดนี้ถือกำเนิดจากห้องทดลองการออกแบบที่ล้ำสมัยของแบรนด์ Gentissima โดยที่หน้าปัดสีส้มของคอร์เนเลียนสร้างความลงตัวกับสีสันอันอบอุ่นของ Fire Opal ในขณะที่อิทธิพลการออกแบบทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Genta ก็ยังปรากฏให้เห็นอย่างละเอียดในคริสตัลและดีไซน์ตัวเรือน Matthieu Hegi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ Gérald Genta ได้เผยถึงวิสัยทัศน์ว่า “เราผลักดันขอบเขตของแนวคิดสร้างสรรค์ Gentissima Oursin เพื่อสร้างผลงานที่บรรจุด้วยอัญมณีหายาก ซึ่งสะท้อนถึงความหลงใหลในสีสันธรรมชาติ และความงามที่มาจากหินอันสวยงามทั้งหลาย”
*หน้าปัดคอร์เนเลียน (Cornelian dial) คือหน้าปัดนาฬิกาที่ทำจากหินคอร์เนเลียน (Carnelian) ซึ่งเป็นหินชนิดหนึ่งที่มีสีส้มแดงถึงน้ำตาลอมแดง โดยมักใช้ในงานเครื่องประดับหรือของตกแต่ง เนื่องจากความมันวาวและสีที่อบอุ่น สร้างความโดดเด่นให้กับนาฬิกาได้อย่างดี

นาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนด้วยกลไก GG-005 Zenith Elite ออกแบบพิเศษโดยช่างผู้ชำนาญจาก La Fabrique du Temps อย่าง Michel Navas และ Enrico Barbasini ที่สร้างสรรค์ความล้ำค่าในทุกการเคลื่อนไหว
ข้อมูลทางเทคนิค: gérald genta Gentissima Oursin Fire Opal
- กลไก: GG-005 Zenith Elite แบบไขลานอัตโนมัติ สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที
- ตัวเรือน: 36.5 มม. (หนา 9.64 มม.) เยลโลว์โกลด์ 3N พร้อมอัญมณี Fire Opal 137 เม็ด / กันน้ำลึก 30 เมตร
- หน้าปัด: คาร์เนเลียนสีส้ม (Cornelian dial)
- สาย: หนังจระเข้สีดำ
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

