MB&F SP One ความสง่างามเรียบง่ายที่ซ่อนขุมพลังของกลไกอันสลับซับซ้อน

Date:

หลังจาก 20 ปีแห่งความคิดสร้างสรรค์ MB&F ได้เปิดตัว SP One นาฬิกาขนาดเล็กเรือนบางที่ซ่อนขุมพลังมหาศาล

MB&F SP One

คงต้องบอกว่า ไม่ยากจะเชื่อว่าเวลาจะผ่านไป 20 ปีแล้ว ที่เราได้รู้จักกับ MB&F ที่ก่อตั้งโดย Maximilian Büsser
 ชายผู้พลิกโฉมวงการนาฬิการ่วมสมัยด้วยแนวคิดที่แปลกใหม่โดยร่วมกับ ‘เพื่อนๆ’ ที่เข้ามาร่วมทำให้ไอเดียของเขาเป็นจริงได้ ลองจินตนาการดูว่าในโลกนาฬิกาซึ่งมีแบรนด์ที่ยังคงแอ็กทีฟเป็นพันๆ แบรนด์ และชื่อติดปากของคนส่วนใหญ่ก็ล้วนแต่เป็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน แต่แล้วก็มีแบรนด์หน้าใหม่ก้าวเข้ามาพร้อมกับ ‘แนวคิดและผลงานที่สุดท้าทาย’

“ผมอยากเรียก MB&F ว่า ครีเอทีฟแล็บมากกว่า ตัวผมมีไอเดีย แต่ก็จะเป็นแค่ไอเดียถ้าผมไม่ได้พบเจอกับคนเก่งๆ ในชีวิตนี้”

Maximilian Büsser 

“ผมอยากเรียก MB&F ว่า ครีเอทีฟแล็บล็ มากกว่า” ฉันยังจํา ตอนสัมภาษณ์แม็กซ์ บุสเซอร์ครั้งรั้ล่าสุดได้ “ตัวผมมีไอเดีย แต่มันก็จะเป็นแค่ไอเดียถ้าผมไม่ได้พบเจอกับคนเก่งๆ ในชีวิตนี้” MB&F โดดเด่นด้วยผลงานที่เปลี่ยนมุมมองที่หลายคนมีต่อนาฬิกาซึ่งไม่ได้ทำหน้าที่เพียง
เครื่องบอกเวลา ด้วยดีไซน์ที่เหมือนสถาปัตยกรรมเคลื่อนไหว แนวคิดในการคอลลาบอเรชันและเปิดเผยรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนแนวคิด
ในการออกแบบและปรัชญาของแบรนด์ที่ทลายทุกกฎเกณฑ์ที่เคยมีมา นอกจากผลงานของแบรนด์ตัวเองแล้ว ยังมีโปรเจ็กต์คอลลาบอเรชันสร้างสรรค์ชิ้นงานจักรกลที่ไม่ใช่นาฬิกาข้อมือด้วย 

หากไล่ดูผลงานต่างๆ ที่ MB&F นำเสนอ ก็จะพบว่ามีการลากเส้นแบ่งที่ชัดเจน คือมีคอลเลกชันดีไซน์ล้ำอนาคตซึ่งมักนำแรงบันดาลใจ
มาจากอวกาศ  หุ่นยนต์ สถาปัตยกรรม ซูเปอร์คาร์ อย่าง Horological Machines หรือ HM และคอลเลกชันภายใต้รูปโฉมคลาสสิกและ
การการนำกลไกต่างๆ มาตีความใหม่อย่าง Legacy Machines หรือ LM แต่ถ้าความคิดสร้างสรรค์ที่มีอยู่อย่างมากมายไม่ฟิตอินกับคอลเลกชันทั้งสองล่ะ? นั่นจึงนำไปสู่การพัฒนาคอลเลกชันใหม่ในชื่อที่แสนจะเรียบง่ายว่า Special Project และเปิดตัวพร้อมกับผลงานแรกในชื่อ SP One ซึ่งตรงกับวาระครบรอบ 20 ปีของแบรนด์พอดี

Maximilian Büsser 

ทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมาย

ประโยคหนึ่งที่แม็กซ์พูดบ่อยๆ ก็คือ “A creative adult is a child who survive.” แม้เวลาจะผ่านไปเป็นทศวรรษ ความคิดสร้างสรรค์ยังคงเป็นแรงผลักดันที่ยิ่งใหญ่มากกว่าความสำเร็จที่เคยได้รับ ตลอดเส้นทางของ MB&F นั้นไม่ได้ราบเรียบ มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้นมากมาย แต่นั่นก็ทำให้พวกเขารับมือกับปัญหาและหาทางแก้ไข แถมยังเข้าใจว่า แผนธุรกิจที่ดีที่สุดอาจคือสิ่งที่ไม่เคยวางแผนไว้เลยด้วยซ้ำ

จุดเริ่มต้นของ SP One นั้นเหนือความคาดหมายเช่นกัน… โดยต้องย้อนกลับไปในช่วงที่ทั้งโลกเผชิญหน้ากับโควิด-19 ทุกสิ่งหยุดนิ่งราวกับกำลังเดินหน้าสู่จุดจบ แต่นั่นไม่ใช่สำหรับแม็กซ์ผู้ไม่เคยหยุดนิ่งอยู่กับที่ รวมถึงความสำเร็จเดิมๆ  (เขาบอกว่า “ความสำเร็จอาจกลายเป็นพิษ”) เขานำทีมงานกลับไปมองโปรเจ็กต์เก่าๆ ที่ถูกพับเก็บไว้มานานหลายปี ไอเดียเก่าๆ จากตะกร้าอาจดูไร้เหตุผลหรือไม่เป็นรูปเป็นร่างในช่วงที่คิดค้น แต่กลับอัดแน่นด้วยจินตนาการอันแสนท้าทายและความคิดที่เฉียบแหลม รอคอยให้หยิบขึ้นมาใช้ในเวลาที่เหมาะสม ดังจะเห็นได้จากผลงานหลายรุ่นอย่าง M.A.D.1 นาฬิกาสนุกๆ ที่ตั้งใจผลิตให้เป็น
ของขวัญแก่เพื่อนๆ ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนต่อยอดสู่รุ่นต่อๆ มา และอีกหนึ่งผลงานก็คือ SP One ที่เรากำลังกล่าวถึงอยู่นี้

“เราถามตัวเองว่า ถ้าเราทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด นาฬิกาที่คลาสสิก
ดูหรูหราในแบบของเราจะเป็นอย่างไร?”

Maximilian Büsser 

นี่คือคำถามตั้งต้นของแม็กซ์ ซึ่งได้นำไปสู่ภาพสเก็ตช์แรกของ SP One ที่ร่างขึ้นในปี 2018 เป็นภาพสามวงกลมที่ดูคล้ายใบหน้ายิ้ม สะท้อนถึงการเดินทางที่ทั้งสนุกสนานและซับซ้อน ภาพสเก็ตช์ในช่วงแรกนั้นมุ่งเน้นไปที่การออกแบบนาฬิกาที่สะท้อนความหรูหรา แทนที่จะดึงดูดความสนใจด้วยการตกแต่งที่ฉูดฉาด โดยตั้งใจให้เป็นนาฬิกาที่สง่างามที่แฝงไปด้วยความคลาสสิก 

ต่อมาภาพสเก็ตช์แรกนี้ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มเติมด้วยความช่วยเหลือจาก  Eric Giroud  นักออกแบบนาฬิกาชื่อดังและเพื่อนที่รู้จักและมีความสัมพันธ์ยาวนานกับ MB&F หลังจากผ่านการปรับแก้หลายครั้ง แนวคิดนี้ก็เริ่มลงตัว จึงได้เวลาที่วิศวกรจะเข้ามามีบทบาท โดยเริ่มจากการร่างและวางแผนโปรเจ็กต์ทั้งหมดด้วยความใส่ใจและความพยายามอย่างหนัก

SP One นิยามของคำว่าสมดุล

คงไม่มีใครไม่สะดุดตาหากได้เห็น SP One ผลงานที่ยังคงตัวตนของ MB&F แบบสุดๆ นั่นก็คือ การก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน กระตุ้นให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าที่จะเสี่ยง ผลงานนี้ยังคงสะท้อนสถาปัตยกรรมแบบสามมิติอันเป็นเอกลักษณ์ อยู่ตรงกลางระหว่างความล้ำสมัยของ Horological Machines และความคลาสสิกของ Legacy Machines ด้วย

SP One มีให้เลือกสองรุ่น ได้แก่ ตัวเรือนแพลตินัมพร้อมขอบหน้าปัดสีน้ำเงินอ่อน หรือตัวเรือนโรสโกลด์พร้อมขอบหน้าปัดสีแอนทราไซต์ 
ในขนาด 38 มม. ผสานกับดีไซน์ตัวเรือนที่เหมือนไร้ขอบ และตัวเชื่อมสาย
ไม่ได้เชื่อมกับตัวเรือนด้านบนโดยตรง แต่ถูกยกขึ้นจากตัวเรือนด้านล่าง สร้างช่องว่างที่ชัดเจนระหว่างตัวเชื่อมสายที่ขัดเงาด้วยมือและส่วนของ
ตัวเรือน

แม้จะเป็นนาฬิกาตัวเรือนกลม แต่ SP One ก็มาพร้อมความแปลกตาด้วยดีไซน์คล้ายกับการเปิดเปลือยชิ้นส่วนวิศวกรรมเชิงกลให้เราได้ชม เดิมผลงานนี้มีชื่อเรียกว่า Three Circles  เนื่องจากสามองค์ประกอบหลักอย่างบาร์เรล บาลานซ์วีล และหน้าปัดที่ติดตั้งอยู่กลางหน้าปัดซึ่งผลิตจากโดมกระจกแซฟไฟร์ใส ดูราวกับกำลังลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งที่เป็นเช่นนั้นได้ก็เพราะสถาปัตยกรรมกลไกที่ออกแบบอย่างพิถีพิถันออกแนว ‘น้อยแต่มาก’ แทบจะมองไม่เห็นสะพานกลไก และองค์ประกอบส่วนใหญ่ได้รับการซ่อนไว้ใต้สามชิ้นส่วนหลัก ซึ่งช่วยเพิ่มความ
น่าอัศจรรย์ให้กับเอฟเฟกต์การลอยตัว 

การที่บาร์เรล บาลานซ์วีล และหน้าปัดมีเส้นผ่านศูนย์กลาง
ที่เท่ากัน เพิ่มความซับซ้อนให้กับการออกแบบกลไก บาร์เรลเดี่ยวถูกแขวนอย่างสวยงาม ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีตัวเดียวก็ยังให้พลังงานสำรองถึง 72 ชั่วโมง อีกทั้งหน้าปัดนาฬิกายังติดตั้งแบบเอียง เพิ่มมิติให้กับนาฬิกา ทั้งยังสะท้อนความชำนาญของ MB&F ในด้านการออกแบบเฟืองทรงกรวย ส่วนสิ่งที่ล้อมกลไกและเป็นตัวยึดชิ้นส่วนทั้งสามเข้ากับกระจกแซฟไฟร์คือขอบหน้าปัดเจียระไนอย่างประณีต ซึ่งแม็กซ์เรียกว่า
อัฒจันทร์ สะท้อนความยิ่งใหญ่ของโรงละครแบบกรีก-โรมัน ความงดงามซึ่งซับซ้อนของกลไกดูโดดเด่นราวกับนักสู้ในสนามประลอง

เมื่อพลิกนาฬิกากลับด้าน จะพบกับอีกมุมของอัฒจันทร์ ซึ่งเผยให้เห็นการตกแต่งด้วยมืออันประณีต และความใส่ใจในรายละเอียดทุกขั้นตอน สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ของ MB&F และยังคงได้รับรักษาไว้คือศิลปะการขัดแต่งด้วยมือแบบดั้งเดิม ฟันเฟืองทุกชิ้นผ่านการขัดมุมด้วยมือ เสริมด้วยตลับลูกปืนชาตง (Chatons) ที่โดดเด่นสะดุดตา ส่วนผิวสัมผัสของกลไกได้รับการขัดแต่งทั้งแบบซาติน ขัดเงา และไมโครบลาสต์ สร้างสมดุลแห่งพื้นผิวที่เปี่ยมด้วยงานศิลป์ที่ดูมีชั้นเชิงและลูกเล่นในทุกมิติ

ไม่เพียงเท่านั้น SP One ยังเป็นนาฬิกาที่บางที่สุดของ MB&F แต่ความบางก็ไม่ใช่หนทางที่มั่นหมาย เพราะหัวใจคือความสง่างาม ความเรียบง่าย ความสมดุลที่ลงตัวในด้านการออกแบบและสัดส่วน แม้ว่านาฬิกาจะบางเฉียบ แต่กลับให้ความรู้สึกสามมิติที่โดดเด่นในลักษณะที่ตรงกันข้าม เป็นนาฬิกา MB&F แบบคลาสสิกที่ไม่มีอะไรคลาสสิกเลย และยังดูราวกับยูเอฟโอขนาดเล็กที่ลงจอดบนข้อมือของคุณ

MB&F SP One

ข้อมูลทางเทคนิค

  • กลไก: กลไกอินเฮาส์ไขลานด้วยมือ ทำงานที่ความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ พลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที
  • ตัวเรือน: โรสโกลด์ 18k กันน้ำลึก 30 เมตร ขอบรอบสีแอนทราไซต์
  • สาย: หนังลูกวัว ตัวล็อกโรสโกลด์ 18k

ข้อมูลทางเทคนิค

  • กลไก: กลไกอินเฮาส์ไขลานด้วยมือ ทำงานที่ความถี่ 2.5 เฮิรตซ์ พลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที
  • ตัวเรือน: แพลตินัม 950 กันน้ำลึก 30 เมตร ขอบรอบสีบลูสกาย
  • สาย: หนังลูกวัว ตัวล็อกไวท์โกลด์

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ย้อนตำนาน Longhorn MB&F ฉลอง 20 ปี

MB&F HM8 Mark 2 Purple: เมื่อซูเปอร์คาร์โลดแล่นบนข้อมือ

เฉลิมฉลอง 20 ปีของ MB&F กับผลงานที่ผสานศาสตร์แห่งเวลาและความเร็ว

Share post:

More like this

Louis Vuitton Tambour Spin Time เปิดตัว 5 รุ่นใหม่ สู่คอลเลกชั่นถาวร

นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2009 นาฬิกา Tambour Spin Time  นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญบนเส้นทางแห่งศาสตร์การประดิษฐ์นาฬิกาของ Louis Vuitton  “มีดีไซน์นาฬิกาเพียงไม่กี่แบบเท่านั้นที่เมื่อมองแล้วสามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่าเป็นผลงานของเมซงใดเมซงหนึ่ง...

THE ART OF REINVENTION

ผลงานประจำปี 2026 ของ Franck Muller สะท้อนวิวัฒนาการของแบรนด์ผ่านการทดลองกับวัสดุโบราณ การรื้อสร้างสถาปัตยกรรมของกลไก และการตีความศิลปะการออกแบบแห่งศตวรรษที่ 20 ใหม่ ให้ออกมาเป็นภาษาการออกแบบร่วมสมัยในแบบฉบับของแบรนด์

เจาะลึกไฮไลต์ Grand Seiko จากงาน Watches and Wonders 2026

Spring Drive U.F.A. Ushio 300 Diver นาฬิกาดำน้ำที่น่าจับตา และรุ่นอื่นๆ ที่ถ่ายทอดมนตร์เสน่ห์ของแดนอาทิตย์อุทัยได้อย่างน่าชื่นชม ภายในงาน...

CHANEL J12 ผลงานปฏิวัติวงการนาฬิกาที่สามารถรักษาสมดุลระหว่างความงามเชิงดีไซน์กับความจริงจังทางวิศวกรรม

J12 ได้สร้างความแตกต่าง เปลี่ยนมุมมองที่คนมีต่อวัสดุเซรามิกไปโดยสิ้นเชิง และพร้อมออกเดินทางสำรวจในเชิงวัสดุศาสตร์ต่อไป CHANEL เป็นแบรนด์แห่งการสร้างสรรค์ ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงเสื้อผ้า แต่ยังรวมถึงการผลิตนาฬิกาด้วย อิสระในการแสดงออกอย่างสร้างสรรค์และองค์ความรู้เป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ได้ นี่คือพื้นฐานของการสร้างสรรค์ของ...