ถอดบทเรียนจากการเสวนาของ Vacheron Constantin ในงาน Bangkok Watch Week 2026

Date:

เมื่อมรดก 271 ปีออกจากห้องใต้ดินเจนีวา

การฟังบรรยายเกี่ยวกับประวัติศาสตร์แบรนด์นาฬิกากลุ่มไฮโฮรโลจีมักจะพาให้ชวนง่วงนอนได้ง่าย ถ้าผู้บรรยายเลือกที่จะเปิดสไลด์ตัวเลขยอดขายหรือเล่าเรื่องผู้ก่อตั้งแบบเรียงปีตามตำราเรียน แต่เซสชันล่าสุดที่จัดขึ้น ในงาน Bangkok Watch Week 2026 ภายใต้ธีม “Explore Always Possible” กลับสร้างบรรยากาศที่ต่างออกไป เมื่อคุณ Morgan Maillard (มอร์แกน มายาร์ด) ผู้ดำรงตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญด้านมรดกและสไตล์จากเจนีวา บินตรงมาเปิดห้องเก็บสมบัติส่วนตัวขนาดมโหฬารของแบรนด์ให้คนไทยได้สัมผัสกันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ

ในฐานะคนที่ผ่านตางานอีเวนต์นาฬิกามานับไม่ถ้วน สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่แค่การบอกว่าแบรนด์เก่าแก่อายุกว่า 271 ปีเท่านั้น แต่คือวิธีการที่แบรนด์ระดับตำนานเลือก “หยิบของในคลัง” มาเล่าเรื่องให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน บทสนทนาระหว่าง บาตอง ปารอง เตรโม และมอร์แกน มายาร์ด ในวันนั้นเต็มไปด้วยรายละเอียดเชิงลึกและเกร็ดพงศาวดารที่หาฟังยาก ซึ่งสะท้อนวิธีคิดของแบรนด์ที่อยู่รอดมาได้ร่วมสามศตวรรษได้อย่างชัดเจน

ห้องใต้ดิน 420 เมตร และคลังนาฬิกา 1,600 เรือนที่ไม่ได้มีไว้แค่เก็บสะสม

ตัวเลข 420 เมตรของเอกสารประวัติศาสตร์ในห้องใต้ดินที่เจนีวาอาจดูเป็นเพียงสถิติในเอกสารประชาสัมพันธ์ แต่เมื่อฟังวิธีกดปุ่มเลือกนาฬิกาออกมาจัดแสดงแค่ 8 เรือนจากคอลเลกชันกว่า 1,600 เรือน เพื่อให้สอดคล้องกับการเดินทางมาเยือนกรุงเทพฯ มันบอกถึงความพิถีพิถันในการคัดสรร

มอร์แกนเล่าถึงการเลือกเรือนไฮไลท์อย่าง “Tribute to the Explorer” ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ มาร์โค โปโล ว่าไม่ได้เลือกเพราะความเก่าแก่โบราณ แต่เลือกเพราะมันเชื่อมโยงเส้นทางสายไหมกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน้าปัดที่ใช้กลไก ultra-thin คาลิเบอร์ 1120 พร้อมระบบดาวเทียม (satellite system) และหน้าต่างแสดงเวลาแบบซ่อนตัวจากตำแหน่ง 4 ถึง 8 นาฬิกา ผ่านการแกะสลักเลเยอร์และการลงยาจากปรมาจารย์ ทำให้เห็นว่าแบรนด์ไม่ได้มองประวัติศาสตร์เป็นแค่เรื่องในอดีต แต่มันคือฐานรากของงานฝีมือที่ยังคงท้าทายขีดจำกัดในยุคปัจจุบัน

เมื่อตำนานเวิลด์ไทม์เวอร์ยุค 50s ฟื้นคืนชีพจากประกวดรถยนต์โบราณ

อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาคนในห้องเสวนาคือ การพูดถึงนาฬิกาบอกเวลาโลก (World timer) ยุคปลายทศวรรษที่ 50 ซึ่งสร้างขึ้นตามเค้าโครงของ หลุยส์ กอตติเอร์ (Louis Cottier) ผู้พัฒนาโลกแห่งเวลา 24 เมืองในปี 1932 นาฬิกาเรือนเล็กๆ ที่แสดงทั้งเขตเวลา กลางวัน และกลางคืนนี้ กลายเป็นหมุดหมายสำคัญว่านวัตกรรมไม่ได้เพิ่งเกิดในยุคดิจิทัล

สิ่งที่น่าติดตามคือเรื่องเล่าเบื้องหลัง “Concours d’Elegance” การประกวดรถยนต์โบราณและความงามที่แบรนด์จัดขึ้นเมื่อต้นปี ซึ่งนำไปสู่การค้นพบนาฬิกาสุดหายากจากปี 1957 ที่เกือบสูญหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ มันคือการทดลองผสมผสานกลไกอัตโนมัติเข้ากับระบบเวิลด์ไทม์เวอร์แบบดั้งเดิม การค้นพบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความบังเอิญ แต่มันเกิดจากการสร้างพื้นที่ให้คอมมูนิตี้ของนักสะสมได้นำสมบัติของตนเองกลับมาสู่สายตาของแบรนด์อีกครั้ง

ความทนทานของกาลเวลา จากวิชาช่างศตวรรษที่ 19 สู่มาตรฐานบริการที่ครอบคลุมถึงปี 1955

ในช่วงถาม-ตอบกับผู้ชมแบรนด์ได้เปิดพื้นที่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่คมคาย มีคำถามจากผู้ชมเรื่องการรักษาคุณภาพนาฬิกาย้อนหลังไปถึง 20 ปีข้างหน้า ได้รับคำตอบที่น่าสนใจจากมอร์แกน โดยเขายกตัวอย่างโปรเจกต์ฉลองครบรอบ 220 ปีที่ผ่านมา ซึ่งทางแบรนด์รื้อฟื้นเทคนิคการตกแต่งแบบ “Couteau” (รูปทรงมีด) จากศตวรรษที่ 19 ของนาฬิกาต้นแบบอเมริกันในปี 1921 ช่างฝีมือต้องใช้เวลากว่า 6 เดือนในการศึกษาเครื่องมือโบราณ เพื่อนำเอาความเรียบง่ายแบบแปรงขัดกลับมามีชีวิตอีกครั้งผ่านช่างฝีมือที่ทำงานกับแบรนด์มานานกว่า 30 ปี

ประเด็นที่สร้างความมั่นใจให้กับนักสะสมอย่างแท้จริง คือคำยืนยันเรื่องบริการหลังการขายและการออกใบรับรองความแท้ (Certificate of Authenticity) มอร์แกนระบุอย่างหนักแน่นว่า:

“ทุกเรือนเวลาที่ผลิตโดย Vacheron Constantin ตั้งแต่ปี 1755 จนถึงปี 2026 จะสามารถซ่อมแซมได้ เรามีเครื่องมือและทักษะความสามารถพร้อมทุกอย่าง และเรามีบันทึกเอกสารของนาฬิกทุกเรือนที่ผลิตขึ้นมา”

เมื่อถูกถามถึงตลาดประมูลและข้อกังวลใจในการซื้อนาฬิกามือสองราคาสูง มอร์แกนให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติว่า โรงประมูลใหญ่ส่วนใหญ่จะมีเอกสารรองรับอยู่แล้ว แต่ทางแบรนด์เองก็มีโปรแกรม “L’Collectionneurs” ที่รวบรวมนาฬิกาวินเทจผ่านการซ่อมแซมเต็มรูปแบบและออกใบรับรองการันตีโดยตรงจากโรงงาน ซึ่งเป็นช่องทางที่ช่วยลดความเสี่ยงให้กับนักสะสมยุคปัจจุบันได้ดีที่สุด

บทสรุปจากเวทีเสวนา

หลังจากนั่งฟังการเสวนาแล้ว สำหรับเราแล้วรู้สึกว่าเซสชันนี้ไม่ได้ให้แค่ความรู้เรื่องกลไกหรือมูลค่าการสะสม แต่สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์นาฬิกาอายุกว่าสองศตวรรษบริหารจัดการ “มรดก” ของตัวเองอย่างไร การดึงเอาประวัติศาสตร์ 1,600 เรือนออกมาเล่าผ่านมุมมองร่วมสมัย การตามหานาฬิกาที่หายสาบสูญผ่านคอมมูนิตี้ ไปจนถึงความพร้อมในการซ่อมแซมทุกเรือนตั้งแต่ปี 1755 คือคำตอบว่าทำไมแบรนด์ถึงยังรักษาความน่าเชื่อถือไว้ได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่ เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และน่าจับตามองมากจริงๆ ค่ะ


อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?
บทสัมภาษณ์พิเศษ Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)
กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2

Share post:

More like this

รีแคปเวทีเสวนา Bangkok Watch Week 2026: สามทศวรรษของ Roger Dubuis เมื่อความกล้าฉีกทุกกฎ กลายเป็นรากฐานของ High Watchmaking

พาย้อนเส้นทางสามทศวรรษของ Roger Dubuis ผ่านงานเสวนาเอ็กซ์คลูซีฟ เจาะลึกตั้งแต่วัยเด็กของผู้ก่อตั้ง เบื้องหลังกลไกซับซ้อนและการันตี Geneva Seal สู่การผสานโลกมอเตอร์สปอร์ตและความพิเศษที่ไม่อาจหาได้จากที่อื่น

รีแคปตรงจากขอบเวที Bangkok Watch Week เรื่องราวของ Universal Genève กับการคืนชีพของ ‘Le Couturier de la Montre’

เกาะติดขอบเวที Bangkok Watch Week ถอดรหัสการคืนชีพ Universal Genève ภายใต้การนำของ Georges Kern ทั้งกลไก Micro-rotor สามส่วนสี่ Polerouter ขนาดวินเทจ และกลยุทธ์กูตูร์แห่งเรือนเวลา

เบื้องหลังความสำเร็จ Piaget Polo จากงานเสวนา Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026

ฟังเบื้องหลังความสำเร็จของ Piaget Polo จากงาน Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 กับ 3 องค์ประกอบในการสร้างเรือนเวลาไอคอน งานฝีมือทำมือชั้นสูง และนวัตกรรมหน้าปัดหินโซดาไลต์ที่สะท้อนคุณค่าเหนือกาลเวลา

เจาะลึกแก่นแท้ของ ‘Quiet Luxury’ ผ่านเรือนเวลา Laurent Ferrier

พร้อมเปิดมุมมองของนักสะสมผู้ได้สัมผัสแนวคิด Quiet Luxury บนเวทีเสวนา The Irresistible Charm of Laurent...