NORQAIN: เจาะลึกเบื้องหลังแบรนด์นาฬิกาสวิสอิสระที่กล้าท้าทายตลาดในเวทีเสวนานาฬิกา Bangkok Watch Week

Date:

คืนชีพตำนานจากซอกหลืบประวัติศาสตร์ เมื่อความท้าทายไร้สูตรสำเร็จของ NORQAIN ปลุกชีพความกล้า

ต้องยอมรับว่าวงการนาฬิกาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมานั้น เต็มไปด้วยสูตรสำเร็จของการรีเมคเรือนเวลาวินเทจ แบรนด์ใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ร้อยปีเลือกเซฟโซนด้วยการปัดฝุ่นหน้าปัดเก่า เติมสารเรืองแสงสีครีมวินเทจ แล้ววางป้ายราคาแพงลิบลิ่ว จนบางครั้งเราก็รู้สึกว่าความน่าตื่นเต้นในอุตสาหกรรมนี้ก็ดูเหมือนจะตายด้านไปตามกาลเวลา การได้นั่งฟังการสนทนาระหว่างผู้ดำเนินรายการกับ Tobias Kuffer รองประธานและหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง NORQAIN บนเวทีเสวนาของงาน Bangkok Watch Week ในปีนี้ จึงให้ความรู้สึกเหมือนมีลมหายใจใหม่ๆ ที่พัดเข้าสู่ห้องที่อบอ้าวไปด้วยกลยุทธ์การตลาดแบบเดิมๆ

สิ่งที่สะดุดใจไม่ใช่แค่เรื่องราวการเติบโตของแบรนด์อิสระอายุน้อยที่กล้าท้าทายตลาด แต่คือวิธีคิดเบื้องหลังการสร้างแบรนด์ที่ปฏิเสธความปลอดภัย และเลือกเดินบนเส้นทางที่คนส่วนใหญ่ส่ายหัวตั้งแต่เริ่มต้น

ความบ้าคลั่งที่มีรากฐาน ก่อกำเนิดแบรนด์อิสระในยุคที่ไม่มีใครร้องขอ

บนเวทีเสวนาได้เล่าย้อนกลับไปในปี 2018 ท่ามกลางบรรยากาศที่อุตสาหกรรมสวิสกำลังปรับตัวกับความผันผวนและความท้าทายรอบด้าน จะมีใครสักกี่คนที่คิดจะสร้างแบรนด์นาฬิกาสวิสขึ้นมาใหม่จากศูนย์ กับคำถามคลาสสิกที่ว่า “เราจำเป็นต้องมีนาฬิกาสวิสแบรนด์ใหม่อีกจริงๆ หรือ?” สะท้อนความจริงในตลาดได้ดีที่สุด

แต่สำหรับตระกูล Kuffer ซึ่งมีสายเลือดพัวพันกับอุตสาหกรรมนี้มาถึงสามรุ่น โดยมีคุณพ่อเป็นผู้ผลิตนาฬิกามานานกว่า 45 ปีผ่านบริษัท private label อย่าง Roventa-Henex และพี่ชายอย่าง Ben Kuffer ที่สะสมประสบการณ์ใน Breitling นานถึง 12 ปี การตัดสินใจกระโดดลงมาทำแบรนด์เองไม่ได้เกิดจากความเพ้อฝัน ภาพจำวัยเด็กของ Tobias ที่เคยนั่งทำงานในโรงงานตอนอายุ 14 ปี ล้อมรอบด้วยช่างฝีมือชาวอิตาเลียนรุ่นลายคราม เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนบนเรือนนาฬิกาเพราะมือยังสั่น แต่มันคือจุดเริ่มต้นของความหลงใหลในกลไกจักรกลที่หาซื้อไม่ได้จากตำราธุรกิจเล่มไหน

การดึงคนที่มีเลือดนักสู้เข้ามาอยู่ในบอร์ดบริหารรุ่นบุกเบิก ไม่ว่าจะเป็น Ted Schneider ทายาทอดีตเจ้าของ Breitling หรือ Mark Streit ตำนานนักกีฬาไอซ์ฮอกเอ็นเอชแอลชาวสวิส ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือการรวมตัวของกลุ่มคนที่ขับเคลื่อนด้วยแพสชันล้วนๆ ไม่ใช่แค่ตัวเลขผลประกอบการเพียงอย่างเดียว 

พันธมิตรระดับพรีเมียมและการมองข้ามข้อจำกัดเรื่องขนาด

บทเรียนสำคัญสำหรับแบรนด์เกิดใหม่คือการหาซัพพลายเออร์มาร่วมงานด้วย เมื่อก้าวเข้าสู่ปีที่สองของการดำเนินกิจการ NORQAIN สร้างความฮือฮาด้วยการคว้าพันธมิตรระดับท็อปอย่าง Kenissi ผู้ผลิตกลไกเบื้องหลังแบรนด์ดังระดับโลกมาร่วมงานกันจนได้

ในมุมมองของคนตามข่าว การที่บริษัทผู้ผลิตกลไกแถวหน้ายอมตกลงร่วมมือกับแบรนด์ที่มีตัวเลขการผลิตยังไม่สูงนักในตอนนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะโชคช่วย แต่เป็นการนำเสนอ วิสัยทัศน์ของแบรนด์ (Vision) ที่ชัดเจน ในการประชุมพิทช์งาน Ben Kuffer แสดงให้เห็นว่านาฬิกาไม่ได้เป็นแค่วัตถุในปัจจุบันนะ แต่แบรนด์กำลังจะเดินไปทางไหน ซึ่งทำให้กลุ่มลงทุนและซัพพลายเออร์ต่างก็มองเห็นคุณค่าของการมีแบรนด์อิสระอยู่ในระบบนิเวศของวงการนี้

นอกจากนี้ การได้พันธมิตรด้านวัสดุและสายนาฬิกานวัตกรรมอย่าง BIWI ซึ่งดูแลชิ้นส่วนพิเศษให้กับแบรนด์ระดับไฮเอนด์อย่าง Richard Mille รวมถึงการที่ Pascal ผู้นำของ BIWI มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งถึงขั้นเป็นพ่อทูนหัวของหลานชาย ทำให้เครือข่ายความสัมพันธ์นี้กลายเป็นแต้มต่อสำคัญที่แบรนด์ในระดับราคาเดียวกันยากจะเทียบเคียง

ความกล้าที่จะฉีกกรอบ ทั้งสีสัน ความสนุก และการกล้าฆ่ารุ่นที่ขายดี

ความน่าสนใจอีกประการคือการสร้างคอลเลกชันที่ปฏิเสธความน่าเบื่อ ตั้งแต่ตระกูล Independence, Adventure ไปจนถึง Freedom แบรนด์เลือกที่จะใช้สีสันสดใสและความสนุกเป็นตัวนำ เชื่อว่าหลายคนเคยเห็นผ่านตากันมาบ้าง เช่นไอเดียของคอลเลกชัน Enjoy Life ที่เริ่มต้นจากโจทย์ง่ายๆ ในห้องประชุมปลายปี 2024 เมื่อโลกเต็มไปด้วยข่าวลบและวิกฤต ทีมงานกลับเลือกสร้างนาฬิกาที่สะท้อนความสุขผ่านไอเดียเรื่องไอศกรีมและรสชาติอย่าง บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ และพิตาชิโอ พร้อมซ่อนลูกเล่นหน้าต่างวันที่รูปโคนไอศกรีมที่จะปรากฏทุกๆ 7 วัน เพื่อเตือนให้ผู้สวมใส่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ความกล้าหาญเชิงธุรกิจที่ชัดเจนที่สุดคือการประกาศ “ยกเลิกการผลิต” รุ่นที่กำลังขายดีถล่มทลายอย่างรุ่นหน้าปัดโรยเกล็ดสเปรย์ เพื่อเปิดทางให้งานออกแบบใหม่ๆ เข้ามาแทน แทนที่จะผลิตซ้ำเพื่อกอบโกยผลกำไรระยะยาว และเรามองว่าการทำเช่นนี้ช่วยรักษาความสดใหม่และกระตุ้นให้เกิดแรงกระหายในหมู่คนสะสมได้เป็นอย่างดี

นวัตกรรมทางวิศวกรรมใน Wild ONE และเงาของตำนานอย่าง Jean-Claude Biver

จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญที่ทำให้ชื่อของ NORQAIN ก้าวขึ้นมาอยู่ในเรดาร์ของนักสะสมระดับจริงจัง คือการถือกำเนิดของ Wild ONE และวัสดุลิขสิทธิ์เฉพาะอย่าง NORTEQ ซึ่งพัฒนาขึ้นร่วมกับ BIWI

เรื่องราวเบื้องหลังการเข้ามามีส่วนร่วมของ Jean-Claude Biver ตำนานแห่งวงการนาฬิกาสวิสผู้สร้างความสำเร็จให้ทั้ง Omega และ Hublot เริ่มต้นขึ้นอย่างไร้รอยต่อในช่วงโควิดปี 2020 เมื่อเขาเป็นฝ่ายส่งอีเมลหาแบรนด์ด้วยความชื่นชมในพลังของคนรุ่นใหม่ และเข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการผลักดันขีดจำกัดด้านนวัตกรรม

โครงสร้างของ Wild ONE นั้นประกอบด้วยชิ้นส่วนเดี่ยวๆ ถึง 25 ชิ้น ผสมผสานระหว่างเคส NORTEQ ที่น้ำหนักเบาและทนทานต่อรอยขีดข่วน เข้ากับระบบดูดซับแรงกระแทกยาง และกรงไทเทเนียมด้านในที่บรรจุกลไก ทำให้มันทนทานต่อแรงกระแทกได้ถึงระดับ 5,000 Gs เมื่อมองเทียบกับระดับราคาในตลาด ความซับซ้อนทางวิศวกรรมนี้ทำให้ตัวเลขบนป้ายราคามีเหตุผลรองรับอย่างหนักแน่น

และนี่ก็คือเรื่องราวการเดินทางของ NORQAIN จากเวทีเสวนาในงาน Bangkok Watch Week ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า การจะยืนหยัดในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสที่มีผู้เล่นรายใหญ่อยู่แน่นหนา ไม่จำเป็นต้องเดินตามรอยใคร การผสมผสานระหว่างมรดกครอบครัว ความสัมพันธ์เชิงลึกกับซัพพลายเออร์ระดับโลก และความกล้าที่จะทดลองสิ่งใหม่ คือสูตรผสมที่ทำให้แบรนด์อิสระน้องใหม่รายนี้กลายเป็นผู้เล่นที่น่าจับตาอย่างแท้จริง

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

เบื้องหลังบรรยากาศอันมีชีวิตชีวาของมหกรรมนาฬิกาแห่งปีใน Geneva Watch Days 2026 แล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้างหลังจากงานนี้?
บทสัมภาษณ์พิเศษ Pascal Ravessoud รองประธานบริหาร Fondation de la Haute Horlogerie (FHH)
กรุงเทพฯ สู่หมุดหมายใหม่บนปฏิทินโลก สยามพารากอน สานต่อความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เป็นปีที่ 2

Share post:

More like this

Bangkok Watch Week ย้อนรอยประวัติ Tourbillon สิ่งประดิษฐ์ที่ Breguet สร้างไว้ให้กับโลกนาฬิกา 

Emmanuel Breguet พาย้อนเวลาไปสำรวจจุดกำเนิดของ Tourbillon สิ่งประดิษฐ์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากวิทยาศาสตร์เมื่อ 225 ปีก่อน และยังคงเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่สุดของโลกนาฬิกาชั้นสูง เมื่อพูดถึง...

Cole Pennington พาสำรวจการเดินทางหนึ่งศตวรรษแห่งจิตวิญญาณ Born to Dare ของ Tudor บนเวทีเสวนา A Century of Tudor ภายในงาน Bangkok Watch Week 2026

พาศึกษาวิวัฒนาการของแบรนด์ Tudor ตลอดระยะเวลากว่า 100 ปีภายในเวลา 1 ชั่วโมง หลายคนอาจคิดว่า นี่คือการนั่งฟังพรีเซนเทชันของแบรนด์ที่เล่าเรื่องตามลำดับขั้นตอนตามขนบ แต่ต้องบอกว่า...

เรียนรู้งานช่างฝีมือและสัมผัสประการณ์การลงสีบนหน้าปัดเรือนเวลา Franck Muller บนเวทีเสวนา ‘The Art of Dial Painting’ ในงาน Bangkok Watch Week 2026

พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ อาเล็ก-ธีรเดช และ โบว์-เมลดา เข้าร่วมเสวนาและสาธิตบนเวที เรือนเวลาของ Franck Muller นั้นขึ้นชื่อเรื่องความคิดสร้างสรรค์อันบรรเจิดถ่ายทอดผ่านหน้าปัดที่ทำหน้าที่ดุจผืนผ้าใบชั้นดี ทางแบรนด์ยังให้ความสำคัญกับ...

Symposium Recap: Jacob & Co. เปิดเบื้องหลังความบ้าพลังของสองพ่อลูก Arabov และงานวิศวกรรมฉีกทุกกฎบนเวที Bangkok Watch Week 2026

สรุปประเด็นเจาะลึกตรงจากขอบเวที Siam Paragon Bangkok Watch Week 2026 กับบทสนทนาของ Benjamin Arabov ซีอีโอเจนเนอเรชั่นที่สองของ Jacob & Co. ที่มาถ่ายทอด DNA ความกล้าท้าทายกรอบเดิมๆ