พร้อมแขกรับเชิญสุดพิเศษ ณเดชน์ คูกิมิยะ มาร่วมแบ่งปันความประทับใจในนาฬิการุ่นไอคอนิกของเมซง

วันสุดท้ายสำหรับงาน Bangkok Watch Week 2026 เรามีโอกาสได้เข้าร่วมฟังเวทีเสวนา ‘Roman Jeweler of Time’ โดย Bvlgari ซึ่งเปิดโอกาสให้แฟนของเมซงที่ชื่นชอบทั้งงานจิวเวลรี่ และชื่นชมในกลไกอันน่าทึ่งของเรือนเวลารุ่นไอคอนิกอย่าง Octo Finissimo และ Serpenti ได้เข้ามาร่วมรับฟังหลากหลายมุมมองของผู้ที่หลงใหลในแบรนด์นาฬิกาที่ผสมผสานดีเอ็นเออิตาเลียน เข้ากับคุณภาพมาตรฐาน Swiss Made ได้อย่างกลมกล่อม บนเวทีเราจึงได้รับฟังทั้งมุมมองของผู้บริหารจาก Emma Behaeghel กรรมการผู้จัดการ Bvlgari ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Tien Tan นักสะสมนาฬิกา และ ณเดชน์ คูกิมิยะ ผู้หลงใหลในนาฬิการุ่นไอคอนิกจาก Bvlgari
ความหมายของเวลา

เปิดเวทีเสวนาด้วยการตั้งคำถามเกี่ยวกับความหมายของเวลา คำตอบแรกมาจาก Behaeghel ตัวแทนจาก Bvlgari ผู้บริหารหญิงผู้คร่ำหวอดในแวดวงลักซ์ชัวรีมาอย่างยาวนานกล่าวถึงความหมายของเวลาในบริบทของเธอว่า
เวลาคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของเรา เป็นตัวแทนของโอกาส ความก้าวหน้า และช่วงเวลาต่างๆ ที่เราสร้างขึ้น และนาฬิกาชั้นเลิศก็ทำหน้าที่ย้ำเตือนให้เราระลึกถึงความสำเร็จและหมุดหมายสำคัญในชีวิต
Emma Behaeghel – กรรมการผู้จัดการ Bvlgari ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ในมุมของนักสะสมอย่าง Tan เขามองว่า เวลามีความหมายเฉพาะตัวอย่างลึกซึ้ง และวิธีที่เราเลือกใช้เวลานั้นขึ้นอยู่กับตัวเราเอง ส่วนนาฬิกาบนข้อมือเป็นเครื่องสะท้อนรสนิยมและความเชื่อส่วนบุคคล อีกทั้งยังเป็นเสมือน ‘ชื่อเสียงที่บ่มเพาะขึ้นจากการใช้เวลาของคุณ’
ส่วนนักแสดงระดับซูเปอร์สตาร์อย่างณเดชน์ที่เวลาทุกนาทีมีค่าอย่างยิ่งมองว่า “เวลาเป็นสิ่งที่บ่งบอกคุณค่าในการใช้ชีวิตของคนเรา ส่วนตัวผมเองถูกสอนมาให้ใช้เวลาให้มีประโยชน์สูงสุด ตัวผมเองมีเวลาว่างค่อนข้างน้อยมากๆ ทุกๆ วันต้องทำงาน ผมจึงให้ความสำคัญกับทุกวินาทีที่เกิดขึ้นมากๆ นอกจากให้เวลากับตัวเราเองแล้วเรายังต้องแบ่งเวลาให้กับคนที่เรารักด้วย นาฬิกาจึงเป็นตัวแทนของสิ่งที่ผมเป็น นอกจากนั้นยังเป็นเครื่องมือที่คอยย้ำเตือนเราว่า เวลาเป็นเรื่องสำคัญมากๆ”
ตลาดนาฬิกาหรูในไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เมื่อพูดถึงตลาดนาฬิกาหรูในไทยและในระดับภูมิภาค ผู้บริหารหญิงจาก Bvlgari มองว่า ตลาดในภูมิภาคนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดผู้นำที่โดดเด่นเป็นพิเศษ และยังเป็นตลาดนาฬิกาหรูที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ โดยลูกค้ามีความรู้ความเข้าใจและชื่นชอบในเรื่องราวของมรดกทางประวัติศาสตร์และงานฝีมือ ขณะที่ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็แสดงให้เห็นถึงความสนใจในนาฬิกาหรูเพิ่มขึ้นเช่นกัน
เช่นเดียวกับคอมมูนิตี้นักสะสมที่ขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องและเปิดกว้างต้อนรับนักสะสมหน้าใหม่มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง Bvlgari ก็ตอบรับกับการเปิดกว้างในกลุ่มคอมมูนิตี้ ด้วยนาฬิการุ่นไอคอนิกที่ปรับขนาดตัวเรือนให้เล็กลง แต่ไม่ลดทอนประสิทธิภาพในเชิงกลไกตามที่ Tan ได้ให้ความเห็นไว้ว่า
“นาฬิกา Octo Finissimo 37 มม. น่าจะดึงดูดนักสะสมกลุ่มใหม่ๆ ที่มองหานาฬิกาที่แตกต่าง และในที่สุดเขาก็เจอนาฬิกาที่สามารถสวมใส่ได้ในชีวิตประจำวัน”
เมื่อความคิดสร้างสรรค์แบบอิตาเลียนหลอมรวมกับมาตรฐาน Swiss Made

Behaeghel ผู้ที่ใกล้ชิดกับแบรนด์มากที่สุดอย่างมองว่า Bvlgari ขึ้นชื่อในอัตลักษณ์โดดเด่นในเชิงดีไซน์ และความประณีตในงานช่างอัญมณีแบบฉบับอิตาเลียน และเมื่อความเชี่ยวชาญในด้านดังกล่าวผสานเข้ากับการผลิตนาฬิกาที่มีกลไกประสิทธิภาพสูงตามมาตรฐานนาฬิกาสวิส ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นผลผลิตของความเป็นเลิศทั้งสองด้าน ซึ่งกลายเป็นอัตลักษณ์เฉพาะตัวของ Bvlgari ด้านนักสะสมผู้สวมใส่นาฬิกา Bvlgari เป็นประจำอย่าง Tan เสริมว่า
“ผมคิดว่า Bvlgari มีความโดดเด่นตรงการผสานความเป็นอิตาเลียนผ่าน Fabrizio Buonamassa Stigliani ผู้ซึ่งเป็นอัจฉริยะด้านการออกแบบ เข้ากับนวัตกรรมและความเชี่ยวชาญด้านการผลิตนาฬิกาอย่างแท้จริง Bvlgari ยังคงผลักดันนวัตกรรมให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านกลไกซับซ้อนแบบบางพิเศษ (Ultra-thin Complications) และรางวัล GPHG ที่แบรนด์ได้รับก็เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสำเร็จดังกล่าว ผมคิดว่าการผสานทั้งสองสิ่งนี้เข้าด้วยกันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ Bvlgari ก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมครับ”
อัตลักษณ์ของนาฬิการุ่นไอคอนิก

บทพิสูจน์ที่เป็นรูปธรรมของความสำเร็จในการหลอมรวมความเป็นเลิศจากสองฝั่งเข้าด้วยกัน คือ นาฬิการุ่นไอคอนิกอย่าง Octo Finissimo และ Serpenti ที่กลายเป็นตัวแทนของดีไซน์ที่อาจหาญและกลไกอันน่าทึ่ง สำหรับ Serpenti นาฬิกาที่มีรูปทรงงูอันเป็นเอกลักษณ์จัดเป็นคอลเลกชันไอคอนิกที่สื่อถึงการเปลี่ยนแปลง ความแข็งแกร่ง และการเป็นทั้งนาฬิกาและเครื่องประดับในเวลาเดียวกัน ด้วยการออกแบบที่มีเอกลักษณ์และสามารถสวมใส่ได้หลากหลายโอกาส

“ฉันคิดว่า Serpenti เป็นคอลเลกชันไอคอนิกอย่างแท้จริง เพราะเป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงและการพลิกโฉมตัวเอง และยังเป็นนาฬิกาที่ทำหน้าที่เป็นจิวเวลรี่ได้ด้วย มันเป็นหนึ่งในคอลเลกชันโปรดของฉันเลยค่ะ” Behaeghel กล่าวถึงความหมายที่แฝงอยู่ในนาฬิกา Serpenti และความรู้สึกส่วนตัวที่เธอมีต่อนาฬิกาที่สร้างภาพจำอันเด่นชัดให้กับ Bvlgari
ส่วนในมุมมองของนักสะสมอย่าง Tien Tan เขามองว่า นาฬิกาของ Bvlgari นั้นมีเอกลักษณ์โดดเด่นชนิดที่ไม่จำเป็นต้องเห็นโลโก้แบรนด์บนหน้าปัดก็สามารถบอกได้ในทันทีว่า นี่คือนาฬิกาของ Bvlgari ดีไซน์ของ Octo Finissimo เป็นสิ่งที่สะดุดตาเขาเป็นอย่างแรก และเมื่อได้เรียนรู้เรื่องราวเบื้องหลัง และรางวัลการันตีความยอดเยี่ยมจากเวที GPHG เขาก็ยิ่งสนใจในนาฬิการุ่นนี้ยิ่งขึ้น
“สิ่งที่ผมชอบใน Octo ก็คือมันเป็นนาฬิกาสำหรับทุกคน มันเป็นคอลเลกชันที่เปิดกว้างและมีความหลากหลายอย่างงดงาม ทำให้คุณสามารถเลือกเรือนที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ รสนิยม หรือมุมมองในการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างลงตัวครับ”
นอกจากนี้ Tan ยังมองว่า นาฬิกา Bvlgari มีความเหนือกาลเวลา ด้วยดีไซน์ที่ไม่ได้มุ่งตามกระแสความนิยมชั่วคราว ประกอบกับนวัตกรรมที่แบรนด์พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลไกซับซ้อนแบบบางพิเศษ รวมถึงความสามารถในการสวมใส่ในชีวิตประจำวันของนาฬิการุ่นใหม่ๆ เช่น Octo Finissimo 37 mm ทำให้นาฬิกาเหล่านี้มีคุณค่าอย่างยิ่งในมุมมองของนักสะสม
Octo Finissimo เป็นนาฬิกาที่ไม่เพียงแต่โดดเด่นด้านดีไซน์ แต่กลไกซับซ้อนอันบางเป็นพิเศษ ยังเป็นบทพิสูจน์ถึงความเชี่ยวชาญด้านกลไกของ Bvlgari และยังมีความหลากหลายในด้านวัสดุ เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์และรสนิยมที่แตกต่างกัน แต่ที่แสดงถึงการรับฟังความต้องการของตลาดและการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยอย่างแท้จริง ย่อมเป็น Octo Finissimo รุ่นใหม่ขนาด 37 มม. โดยเฉพาะรุ่นตัวเรือนเยลโลว์โกลด์ที่ถูกมองว่ามีความโดดเด่นและมีศักยภาพในการเป็นนาฬิกาไอคอนิกสำหรับทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรี

ผู้ที่ได้มีประสบการณ์ร่วมกับเรือนเวลาทั้งสองรุ่นอย่าง ณเดชน์ยังได้แบ่งปันประสบการณ์และเรื่องราวอันน่าประทับใจที่เขามีร่วมกับคนที่รักและนาฬิกา Bvlgari เขาแบ่งปันเรื่องราวส่วนตัวเกี่ยวกับการซื้อนาฬิกา Serpenti ให้คุณแม่ในวันเกิด นอกจากดีไซน์อันงดงามแล้ว Serpenti ยังมีความหมายทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงกับความเชื่อของไทยในเรื่อง ‘พญานาค’ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง ความเป็นนิรันดร์ และการมีอายุยืนยาว
“นอกจากนั้นผมยังรู้สึกว่า ความสวยงามของนาฬิกา Serpenti สามารถอยู่คู่คุณแม่ได้อย่างยาวนาน นอกเหนือจากการมอบเป็นของขวัญแล้วเรื่องราวและความทรงจำที่เกิดขึ้นในวันนั้นเป็นเรื่องราวที่เรามีความสุขกันมากๆ เลยครับ สิ่งที่ Bvlgari มอบให้เราจึงเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืม”
ณเดชน์ คูกิมิยะ – นักแสดง

นั่นทำให้เขาหวงแหนความทรงจำและประสบการณ์ต่างๆ ที่เชื่อมโยงกับนาฬิกาเรือนนี้อย่างมาก เรื่องราวอันน่าประทับใจของนักแสดงหนุ่มและความสุขที่ Bvlgari มอบให้จึงเป็นการปิดท้ายเวทีเสวนาได้อย่างสมบูรณ์แบบ
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
ถอดบทเรียนจากการเสวนาของ Vacheron Constantin ในงาน Bangkok Watch Week 2026

