โฉมใหม่ Santos de Cartier Chronograph นาฬิกาจับเวลาทรงเหลี่ยมที่สืบทอดมรดกนักบินยุคบุกเบิก
ลองย้อนเวลากลับไปในปี 1906 ท่ามกลางยุคบุกเบิกของอุตสาหกรรมการบิน ชายผู้ชื่อ อัลแบร์โต ซานโตส-ดูมงต์ (Alberto Santos-Dumont) ได้สร้างสถิติวัดความเร็วด้วยการบินระยะทาง 220 เมตร ภายในเวลาเพียง 21 วินาที ความเร็วและความท้าทายในระดับนั้นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาเคยขอให้ หลุยส์ คาร์เทียร์ (Louis Cartier) เพื่อนสนิท ช่วยออกแบบนาฬิกาข้อมือที่สามารถดูเวลาได้ง่ายในขณะควบคุมเครื่องบินเมื่อปี 1904 จนกลายเป็นจุดเริ่มต้นของนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของโลก


ในวันนี้ Cartier ได้นำมรดกทางความคิดและจิตวิญญาณแห่งความเร็วเหล่านั้นมาส่งต่อสู่อนาคต ผ่านการตีความใหม่ของ Santos de Cartier Chronograph นาฬิกาฟังก์ชันจับเวลาขนาดใหญ่ (LM) ที่น่าสนใจตรงการบาลานซ์ระหว่างความสามารถทางเทคนิคชั้นสูง กับความตั้งใจที่จะทำให้นาฬิกาเรือนนี้เป็นเรือนที่หยิบมาใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน






ความท้าทายของการออกแบบนาฬิกาโครโนกราฟหน้าปัดสี่เหลี่ยมคือการจัดวางองค์ประกอบอย่างไรไม่ให้ดูแน่นหรือเทอะทะจนเกินไป ซึ่งในรุ่นขนาดตัวเรือน 47.5 x 39.8 มิลลิเมตรนี้ คาร์เทียร์เลือกใช้วิธีเพิ่มมิติด้วยพื้นผิวหน้าปัดสีเงิน ที่สลับระหว่างลายขัดซาตินตรงกึ่งกลาง และเอฟเฟกต์ซันเรย์ที่ขอบด้านนอก หน้าปัดย่อยสำหรับจับเวลาทั้งสามตำแหน่ง (วินาที นาที และชั่วโมง) ถูกล้อมด้วยวงแหวนที่ขึ้นรูปอย่างประณีต ช่วยให้การอ่านค่าเวลาชัดเจนและเพิ่มมิติในแนวลึกได้อย่างนุ่มนวล โดยกระบวนการตกแต่งหน้าปัดทั้งหมดนี้มีขั้นตอนที่สลับซับซ้อนรวมกันกว่า 70 ขั้นตอนเลยทีเดียว

เอกลักษณ์เดิมที่แฟนๆ คาร์เทียร์คุ้นเคยยังคงอยู่ครบ ทั้งสกรูขัดเงา 8 ตัวบนตัวเรือน และเม็ดมะยมทรงเจ็ดเหลี่ยมที่ประดับด้วยสปิเนลสีน้ำเงิน (หรือแซฟไฟร์สำหรับรุ่นทองคำ) แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือฟังก์ชันการใช้งานที่ยืดหยุ่น ตัวเรือนมาพร้อมระบบ QuickSwitch™ ที่ช่วยให้สามารถเปลี่ยนสลับระหว่างสายโลหะและสายสำรอง (เช่น สายยางสีดำ หรือสายหนังจระเข้ตามแต่ละรุ่น) ได้ด้วยตัวเองภายในไม่กี่วินาที ควบคู่ไปกับระบบ SmartLink™ สำหรับการปรับข้อสายสตีล



ส่วนขุมพลังภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานอัตโนมัติรหัส 1904-CH MC ตัวกลไกทำงานผ่านปุ่มกดโครโนกราฟสองปุ่มเพื่อการเริ่ม หยุด และรีเซ็ตที่แม่นยำ พร้อมให้พลังงานสำรอง 47 ชั่วโมง รวมถึงผ่านการทดสอบความทนทานต่อทั้งแรงกระแทก สนามแม่เหล็ก และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่านาฬิกาเรือนนี้พร้อมจะไปกับคุณในทุกกิจกรรม

สำหรับเวอร์ชันใหม่นี้มีให้เลือกหลากหลายวัสดุตามสไตล์ของผู้สวมใส่ ตั้งแต่สตีลล้วนโฉบเฉี่ยว โกลด์สตีล (สองกษัตริย์) ไปจนถึงวัสดุทองคำเยลโลว์โกลด์ล้วน


ลองจินตนาการดูว่า การนำนาฬิกาจับเวลาที่มีจุดกำเนิดจาก cockpit ของนักบินยุคแรก มาแมตช์เข้ากับเสื้อเชิ้ตดีๆ หรือชุดลำลองในวันทำงานยุคปัจจุบัน มันให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากการใส่นาฬิกาทรงสปอร์ตทรงกลมทั่วไปอย่างไร? คิดว่าหน้าปัดสี่เหลี่ยมขนาด LM นี้ จะเข้าคู่กับไลฟ์สไตล์วันทำงานของคุณได้ดีในมุมมองไหนบ้าง?
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล / เยลโลว์โกลด์และสเตนเลสสตีล / เยลโลว์โกลด์ ขนาด 47.5 × 39.8 มม. หนา 11.6 มม. กันน้ำ 100 เมตร
- หน้าปัด: สีเงิน ตกแต่งผิวซาตินและซันเรย์ พร้อมเข็มทรงดาบเคลือบ Super-LumiNova® และหน้าปัดย่อย 3 ตำแหน่ง
- ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที วินาที พร้อมจับเวลาโครโนกราฟ (Chronograph)
- กลไก: คาลิเบอร์ 1904-CH MC กลไกอัตโนมัติ สำรองพลังงาน 47 ชั่วโมง
- สาย: สายโลหะพร้อมระบบ SmartLink™ และ QuickSwitch™ พร้อมสายสำรอง (ยางสีดำ หรือหนังจระเข้สีเทาเข้ม ขึ้นอยู่กับรุ่น)
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre เผยโฉมบูติกแห่งใหม่ ณ ไอคอนสยาม
เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ Carrera Chronograph Thailand Limited Edition
Roger Dubuis Excalibur The Kabuto Legacy ถ่ายทอดจิตวิญญาณซามูไรผ่านศิลปะนาฬิกาชั้นสูง

