ชวนดูแนวคิด “ซ่อนวันที่” ของ Armin Strom Orbit

Date:

จากกลไกตามสั่ง สู่การผสานสีสันเข้ากับเนื้อโลหะ พร้อมสายเหล็กดีไซน์สปอร์ต ผลิตจำกัดเพียง 20 เรือนทั่วโลก

ถ้าพูดถึงการเปลี่ยนสีนาฬิกา ส่วนใหญ่แบรนด์ต่างๆ มักจะเปลี่ยนแค่สีหน้าปัดจากน้ำเงินเป็นเขียว จากเขียวเป็นแดง แต่สำหรับ Armin Strom แบรนด์อินดี้ที่ชอบโชว์โครงสร้างกลไกเปลือยๆ พวกเขาคิดต่างออกไปในรุ่นล่าสุดอย่าง Orbit Midnight Purple เพราะรอบนี้พวกเขาเลือกย้อมสีม่วงลงลึกไปถึงชิ้นส่วนด้านในสุดของตัวเครื่องเลยทีเดียว

นาฬิการุ่นนี้มีจุดเด่นหลักๆ อยู่ 3 เรื่องที่ชวนให้เราหยุดมองและคิดตาม

หน้าต่างกลไกที่มีฉากหลังเป็นสีม่วงเนื้อทราย

ความเท่ของเรือนนี้คือมันไม่มีแผ่นหน้าปัดมาปิดทับชิ้นส่วนกลไก ทำให้เรามองเห็นชิ้นส่วนฟันเฟืองต่างๆ ลอยเด่นอยู่ด้านบน และเพื่อสร้างความแปลกใหม่ ทางแบรนด์จึงจับเอาแผ่นฐานกลไกชิ้นล่างสุดไปพ่นทรายให้มีผิวสากๆ แล้วย้อมเป็นสีม่วงเข้มโทน Midnight Purple

ผลลัพธ์ที่ได้คือ เมื่อแสงตกกระทบ ตัวโครงสร้างกลไกสีเงินที่อยู่ด้านบนจะดูมีมิติและลอยเด่นขึ้นมาทันทีเพราะมีพื้นหลังสีม่วงเข้มคอยขับอยู่ ถือเป็นการเล่นสนุกกับเฉดสีที่ดูฉลาดและไม่ตะโกนจนเกินไป

Armin Strom Orbit Midnight Purple

ฟังก์ชัน “Date-on-Demand” วันที่ตามสั่ง

นี่คือหัวใจสำคัญของนาฬิกาตระกูล Orbit เพราะปกตินาฬิกาทั่วไปจะบังคับให้เราเห็นวันที่อยู่ตลอดเวลา แต่ Armin Strom มองว่า บางครั้งคนเราก็แค่อยากมองหน้าปัดโล่งๆ เพื่อดูเวลาอย่างสงบ พวกเขาเลยออกแบบเข็มชี้วันที่ (เข็มปลายศรสีม่วง) ให้หยุดนิ่งอยู่ที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาเสมอ

เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณอยากรู้วันที่ แค่กดปุ่มตรงข้างตัวเรือน (ตำแหน่ง 10 นาฬิกา) เข็มศรสีม่วงจะดีดตัวไปชี้วันที่ปัจจุบันบนขอบเซรามิกสีดำทันที และเมื่อดูเสร็จแล้ว กดปุ่มอีกครั้ง เข็มก็จะดีดกลับมาซ่อนตัวที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกาเหมือนเดิม โดยที่ระบบสมองกลข้างในยังคงนับวันที่เดินหน้าไปเรื่อยๆ อย่างแม่นยำ

ปรับลุคใหม่ด้วยสายเหล็ก และความหายากระดับ 20 เรือน

ในเวอร์ชันก่อนหน้านี้ นาฬิการุ่นนี้เคยมากับสายผ้าใบ ซึ่งให้ลุคที่ดูลุยๆ หน่อย มาในรุ่นนี้แบรนด์เลือกเปลี่ยนมาใช้สายสเตนเลสสตีลที่ออกแบบมาให้เชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกับตัวเรือน การเปลี่ยนมาใช้สายเหล็กช่วยเบรกความจัดจ้านของสีม่วงลง ทำให้ภาพรวมของนาฬิกาดูสุขุม เรียบหรู และสามารถใส่เข้ากับการแต่งตัวในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น และผลิตออกมาเพียงแค่ 20 เรือนทั่วโลก ทำให้มันกลายเป็นไอเทมสำหรับนักสะสมกลุ่มเฉพาะจริงๆ

ในโลกยุคปัจจุบันที่หน้าจอโทรศัพท์คอยแจ้งเตือนและยัดเยียดข้อมูลให้เราตลอดเวลา การที่แบรนด์นาฬิกายอมออกแบบกลไกที่ซับซ้อนขึ้น เพียงเพื่อให้ผู้สวมใส่มีสิทธิ์เลือกที่จะ “ซ่อน” หรือ “ดู” วันที่ได้ตามใจชอบ ชวนให้คิดเหมือนกันว่า หรือความหรูหราที่แท้จริงในยุคนี้ อาจไม่ใช่การอวดฟังก์ชันเยอะๆ แต่คือการมอบ “ความสงบทางสายตา” ให้กับผู้ใช้งาน?

ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคArmin Strom Orbit Midnight Purple (Ref. ST26-OR.01)
ตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 43.4 มม. หนา 12.6 มม. ขอบตัวเรือนเซรามิกสีดำ
กระจกแซฟไฟร์เคลือบสารกันสะท้อนทั้งสองด้าน ฝาหลังเปลือย
การกันน้ำ5 ATM (50 เมตร)
กลไกกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติ Calibre ASS20 ความถี่ 25,200 ครั้ง/ชั่วโมง (3.5 Hz)
พลังงานสำรอง72 ชั่วโมง พร้อมระบบ Equal Force Barrel
สายนาฬิกาสายสเตนเลสสตีลแบบผสาน (Integrated Bracelet) พร้อมบานพับล็อกสองชั้น

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร
The Reason Why: ทำไม Hublot Big Bang ถึงกลายเป็นไอคอนแห่งศตวรรษ? กับ 3 เหตุผลที่นักสะสมทั่วโลกหลงใหล
Rado ปลุกกระแสความสนุกให้กับตัวเรือนทรงรีระดับตำนานด้วยการเปิดตัว DiaStar Original Skeleton Limited Edition ที่มาพร้อม 3 เฉดสี

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน