LVMH Watch Week 2026: Gérald Genta เปิดตัวนาฬิกา Time Only ในตัวเรือนทรงเหลี่ยมโค้ง

Date:

Gérald Genta Geneva Time Only การกลับมาของความคลาสสิกในสไตล์ Cushion Case

แนะนำนาฬิกาคอลเลกชัน Time Only ขนาด 38 มม. ในตัวเรือนทรงเหลี่ยมโค้ง โดดเด่นด้วยการจัดวางหน้าปัดแบบสองเข็มที่ดูสะอาดตา และหน้าปัดลายเกรนไล่เฉดสี (Smoked Grained Dial) ที่มีเสน่ห์ดึงดูดสายตา

เคสดีไซน์ใหม่ล่าสุดรูปทรงคล้ายเบาะ ออกแบบโดยทีมงานปัจจุบันของ Gérald Genta

Gérald Genta คือชื่อล่าสุดที่ตบเท้าเข้าสู่กลุ่มแบรนด์อิสระระดับท็อปที่ได้รับการฟื้นฟูภายใต้ชายคาของ LVMH โดยเริ่มกลับมาอีกครั้งในปี 2023 ซึ่งผลลัพธ์แรกของการฟื้นฟูนี้คือรุ่น Oursin แบบบอกเวลาอย่างเดียวในปี 2024 ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีภาษาการออกแบบที่โดดเด่นและกล้าหาญอย่างชัดเจน ตามมาด้วยนาฬิกากลไกซับซ้อนระดับสูงอย่าง Minute Repeater ในปี 2025 ซึ่งมาในตัวเรือนทรงเหลี่ยมโค้งที่พิสูจน์แล้วว่าเข้าถึงกลุ่มผู้สะสมในวงกว้างได้ง่ายกว่ารุ่น Oursin

ในปีนี้ ตัวเรือนทรงเหลี่ยมโค้งที่มีเสน่ห์ได้กลับมาอีกครั้งในงาน LVMH Watch Week ในรูปแบบที่ถูกใจมหาชนมากขึ้น นั่นคือแบบบอกเวลาอย่างเดียว โดยรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า Geneva Time Only นี้ มีขนาดเล็กลงและบางกว่ารุ่น Minute Repeater และถ้าพูดกันตามตรง นาฬิการุ่นนี้ถือว่าทำออกมาได้ “โดนใจ” ในหลายแง่มุม การออกแบบให้กลิ่นอายวินเทจอย่างแท้จริง ในขณะที่คุณภาพการผลิตมอบสัมผัสที่ทันสมัยอย่างชัดเจนเมื่อได้หยิบจับ

ตัวเรือนใหม่ทั้งหมด

แม้ว่าตัวเรือนทรงเหลี่ยมโค้งอาจทำให้หลายคนคิดว่า Geneva Time Only รุ่นนี้เป็นการนำงานวินเทจกลับมาผลิตใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วไม่ใช่เลย หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของนาฬิการุ่นนี้คือตัวเรือนที่เป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยทีมงาน Gérald Genta ชุดปัจจุบัน ซึ่งเห็นได้ชัดว่าได้รับแรงบันลใจมาจากงานในอดีต แต่ไม่ใช่การลอกเลียนแบบ ทว่าเป็นการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ภายใต้การนำของ Mathieu Hegi ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ของ La Fabrique du Temps นี่คือสิ่งที่การฟื้นฟูแบรนด์อย่างมีชั้นเชิงควรจะเป็น นั่นคือไม่ใช่แค่การนำอดีตกลับมา แต่เป็นการสานต่อมรดกให้ดำเนินต่อไป

รูปทรงเหลี่ยมโค้งดูเรียบง่ายในทางทฤษฎี ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วคือรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีขอบมน แต่ในการผลิตจริงมันกลับมีความน่าสนใจมากกว่านั้นมาก องค์ประกอบสำคัญคือขอบตัวเรือนแบบสองชั้น (Double-stepped bezel) ซึ่งช่วยเพิ่มลักษณะที่ดูมีความโค้งมนอิ่มเอิบ และช่วยลดทอนความแข็งกร้าวของตัวเรือนทรงเหลี่ยมให้ดูนุ่มนวลขึ้น

เครื่องหมายบอกชั่วโมงที่ติดอยู่บนตัวเรือนเรียงตัวเป็นวงกลมอย่างสมบูรณ์แบบ สร้างความแตกต่างที่ลงตัวกับตัวเรือนทรงหมอน

ส่วนหนึ่งของเสน่ห์ในนาฬิกาเรือนนี้มาจากวิธีการที่ตัวเรือนทรงเหลี่ยมเชื่อมโยงเข้ากับหน้าปัดทรงกลมได้อย่างนุ่มนวล โดยหลักชั่วโมงแบบแปะถูกจัดวางเป็นวงกลมที่สมบูรณ์แบบ สร้างความแตกต่างอย่างมีชั้นเชิงกับรูปทรงเหลี่ยมโค้งของตัวเรือนภายนอก นอกจากนี้ สเกลนาทีแบบรางรถไฟ (Railroad-style) ยังช่วยเน้นย้ำการส่งต่อของรูปทรงนี้ โดยรางชั้นนอกจะล้อไปกับรูปทรงของตัวเรือน ในขณะที่รางชั้นในก่อตัวเป็นวงกลมที่สะอาดตา มันเป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่ดูสนุกสนาน และช่วยให้นาฬิกามีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างเงียบเชียบ

ในปีนี้ การออกแบบได้รับการพัฒนาไปอีกขั้นผ่านสัดส่วนที่ดียิ่งขึ้น ในขณะที่รุ่น Minute Repeater มีขนาด 40 มม. แต่ในรุ่นบอกเวลาอย่างเดียวนี้มาในขนาด 38 มม. พร้อมความหนาเพียง 8.15 มม. ซึ่งถือว่าเป็นความบางที่น่าประทับใจมากเมื่อพิจารณาว่าภายในบรรจุกลไกแบบไขลานอัตโนมัติ แม้มันอาจจะไม่เล็กเท่ากับนาฬิกาจากยุค 1970 ที่เป็นแรงบันลใจ แต่มันก็ถ่ายทอดจิตวิญญาณของยุคสมัยนั้นออกมาได้อย่างชัดเจน ด้วยความบาง ความกะทัดรัด และการติดตั้งขาตัวเรือนขนาดเล็กที่จับคู่กับสายหนังเส้นบาง ทำให้นาฬิกาเรือนนี้มอบลุค “นาฬิกาเรือนเล็ก” บนข้อมือ ซึ่งเหล่านักสะสมนาฬิกาวินเทจจะหลงรักในทันที นาฬิกาขนาดคอมแพ็คที่มีดีไซน์อันแข็งแกร่งไม่จำเป็นต้องส่งเสียงตะโกนเพื่อแสดงจุดยืน และนั่นคือสิ่งที่นาฬิกาเรือนนี้เป็น

Marrone และ Grafite

Geneva Time Only รุ่นใหม่นี้มาในสองเฉดสีที่แตกต่างกัน โดยผลิตขึ้นเฉพาะในตัวเรือนโลหะมีค่าเท่านั้น เพื่อให้ได้ลุคแบบ “Tone on Tone” ที่ดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน โดยเวอร์ชันโรสโกลด์จะจับคู่กับหน้าปัดโทนสีทองเหลืองที่ดูอบอุ่น ในขณะที่รุ่นไวท์โกลด์มาพร้อมกับหน้าปัดสีเทาเงิน ทั้งสองรุ่นโดดเด่นด้วยพื้นผิวหน้าปัดลายเกรนพร้อมเทคนิคการไล่เฉดสีอย่างประณีต โดยจะมีความสว่างที่บริเวณกึ่งกลางและค่อยๆ เข้มขึ้นบริเวณขอบหน้าปัด

มันเป็นรูปลักษณ์ที่มีเสน่ห์ ทั้งดูสนุกสนานและไม่เสแสร้ง เป็นการระลึกถึงดีไซน์ในยุค 1970 แต่ในขณะเดียวกันก็มีความทันสมัยอย่างปฏิเสธไม่ได้ ด้วยงานผลิตที่ประณีตแม่นยำซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการผลิตนาฬิการ่วมสมัย

นาฬิกา Marrone ตัวเรือนโรสโกลด์จับคู่กับหน้าปัดสีทองเหลืองอบอุ่น
นาฬิกา Grafite ตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดสีเงินเทา

การสนับสนุนจากแบรนด์พี่น้อง

เช่นเดียวกับรุ่น Oursin ที่เปิดตัวไปก่อนหน้า Geneva Time Only ขับเคลื่อนด้วยกลไกจาก Zenith ซึ่งเป็นแบรนด์พี่น้องในเครือ โดยกลไกรหัส GG-005P นี้มีพื้นฐานมาจากกลไกตระกูล Elite และมาพร้อมกับโรเตอร์ที่ได้รับการออกแบบใหม่ซึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแบบเปลือย ด้วยขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25.6 มม. และความหนาเพียง 3.88 มม. ทำให้มันมีสัดส่วนที่กะทัดรัดใกล้เคียงกับกลไกคลาสสิกอย่าง ETA 2892 กลไกนี้ทำงานด้วยความถี่ 4 เฮิรตซ์ พร้อมสำรองพลังงานได้ 50 ชั่วโมง มอบประสิทธิภาพที่แม่นยำและเชื่อถือได้ในขนาดที่เหมาะสมกับตัวเรือนอย่างสมบูรณ์แบบ

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • เลขรหัสอ้างอิง: ECFD01A1 (สี Marrone) ECFF01A1 (สี Grafite) 
  • กลไก: รหัส GG-005P (พื้นฐานจาก Zenith Elite) ระบบไขลานอัตโนมัติ สำรองพลังงาน 50 ชั่วโมง ความถี่ 4 เฮิรตซ์ หรือ 28,800 ครั้งต่อชั่วโมง 
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมงและนาที 
  • ตัวเรือน: ขนาด 38 มม. x 8.15 มม. วัสดุโรสโกลด์ 18K หรือไวท์โกลด์ กันน้ำได้ 30 เมตร สายนาฬิกา: สายหนังวัว (Calfskin)

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

ไขปริศนาศาสตร์แห่งการผลิตนาฬิกายุคโบราณผ่านโปรเจ็กต์ Naissance d’une Montre ครั้งล่าสุดของ Ferdinand Berthoud
The Game Changers – ว่าด้วยนาฬิกาที่สร้างแรงกระเพื่อมในวงการนาฬิกาและนำพาศาสตร์แห่งการบอกเวลาเข้าสู่ยุคสมัยใหม่
เจาะลึกแก่นแท้แห่งกาลเวลาไปกับ Bernhard Lederer และศิลปะแห่งเอสเคปเมนต์

Share post:

More like this

พาชมเรื่อนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก

เบื้องหลังความงามระดับหัตถศิลป์ของ Czapek Promenade Goutte de Rosée กับหน้าปัด Grand Feu Enamel สีเขียวบนฐานเงินแท้ ที่ยอมแบกรับอัตราคัดทิ้งสูงถึง 50% เพื่อมิติแสงหนึ่งเดียวในโลก