Grand Seiko เชิดชูภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยรุ่น SBGJ285 ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่สวยงามตระการตาในแบบ Fuji-Iro

Date:

นำความหมายใหม่มาสู่หน้าปัดดอกไม้

เนื่องในโอกาสครบรอบ 2 ปีของการปรากฎตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก Grand Seiko ขอนำเสนอ SBGJ285 นาฬิการุ่นพิเศษที่รวบรวมเอาความสวยงามและมรดกทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นเข้าไว้ด้วยกัน นาฬิการุ่นนี้ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองมรดกในการออกแบบและงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยมีหน้าปัดนาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกวิสทีเรียของญี่ปุ่น หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า ดอกไม้ฟูจิ ซึ่งขึ้นชื่อในด้านความสวยและความสง่างามที่เป็นสัญลักษณ์เฉพาะตน

หน้าปัดสีม่วงอ่อนที่เรียกว่า Fuji-iro เป็นการอุทิศแด่ความเกี่ยวเนื่องทางประวัติศาสตร์ของดอกวิสทีเรียกับความสง่างาม พื้นผิวของหน้าปัดสะท้อนถึงการพลิ้วไหวของดอกไม้ในสายลมอย่างงดงาม ทั้งยังสะท้อนถึงความงามอย่างอ่อนโยนของธรรมชาติอีกด้วย ภายใต้ความงามอันเงียบสงบนี้ มีพลังและความแม่นยำมาจากกลไกไฮบีท 36000 GMT คาลิเบอร์ 9S86 ของ Grand Seiko ซึ่งเป็นคาลิเบอร์ที่ได้รับการยกย่องด้านความแม่นยำในการทำงาน ด้วยอัตราเพียง +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน และมาพร้อมกับฟังก์ชั่น GMT

ดีไซน์ตัวเรือนแบบ 44GS ของรุ่น SBGJ285 ซึ่งสืบย้อนต้นฉบับไปได้ถึงปี 1967 และยังคงเป็นหลักยึดของปรัชญาการออกแบบแห่ง Grand Seiko อยู่ ตัวเรือนทำขึ้นจากเอเวอร์บริลเลียนท์สตีล โลหะผสมสูตรเฉพาะของบริษัทที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนได้ดีเยี่ยมด้วยค่า PREN ที่สูงกว่าวัสดุสเตนเลสสตีลเกรดมาตรฐานถึง 1.7 เท่า ตามความหมายของชื่อวัสดุ ผิวของ เอเวอร์บริลเลียนท์สตีล มีเฉดที่กระจ่างใสกว่า ทั้งยังช่วยยกระดับความสวยงามด้วยการขัดเงาบนพื้นผิวที่ขาวกระจ่างใสกว่า มอบโทนสีที่แวววาวยิ่งขึ้น ตัดกับพื้นผิวที่ถูกขัดลายละเอียดแบบแฮร์ไลน์ โดยการขัดเงานั้นถูกกระทำด้วยเทคนิคซารัตสึ อันเลื่องชื่อของ Grand Seiko ซึ่งเป็นเทคนิคการขัดเงาที่ต้องใช้ความแม่นยำและทักษะสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกระทำกับเอเวอร์บริลเลียนท์สตีล เนื่องจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของโลหะชนิดนี้

ปัจจุบัน Grand Seiko ได้นำเสนอวัสดุระดับพรีเมียมนี้ในนาฬิกาที่ผลิตขึ้นแบบปกติอยู่เพียง 6 รุ่นเท่านั้น

SBGJ285 รุ่นนี้จะพร้อมจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2024 โดยมีจำหน่ายเฉพาะที่บูติก Grand Seiko ที่ Marina Bay Sands และผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการหลายแห่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก อันได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และเวียดนาม

ข้อมูลทางเทคนิค: Grand Seiko SBGJ285

  • กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติ คาลิเบอร์ 9S86 พลังงานสำรอง 55 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที วันที่ และไทม์โซนที่สอง
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 40 มิลลิเมตร หนา 14.04 มม. กันน้ำได้ 100 เมตร
  • หน้าปัด: สีม่วงผิวลายหยาบ
  • สาย: สตีล ตัวล็อกแบบบานพับ 3 ทบ และมีสายหนังวัวสีม่วงให้มาอีก 1 เส้น
  • จำนวนการผลิต: จำนวนจำกัด 180 เรือน

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

by Katherine Arteche

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน