เจาะลึกเทคนิค Guilloché และความประณีตของหัตถศิลป์จากเมซง Van Cleef & Arpels
หากพูดถึงสัญลักษณ์แห่ง “ความโชคดี” ในโลกของเครื่องประดับชั้นสูง คงไม่มีชื่อไหนโดดเด่นไปกว่าใบโคลเวอร์สี่แฉกหรือ Alhambra ของ Van Cleef & Arpels อีกแล้ว นับตั้งแต่ปี 1968 เมซง (Maison) แห่งนี้ได้เปลี่ยนรูปทรงทางเรขาคณิตที่เรียบง่ายให้กลายเป็นไอคอนระดับโลก แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ เมื่อเครื่องประดับเหล่านี้นอกจากจะทำหน้าที่เพียงแค่ประดับกายแล้ว ยังทำหน้าที่บอกเวลาได้อย่างสง่างาม

วิวัฒนาการจากโมทิฟสู่เรือนเวลา
ความน่าสนใจของคอลเลกชัน Alhambra คือการไม่หยุดนิ่ง นับตั้งแต่มีการเปิดตัวเวอร์ชันนาฬิกาเป็นครั้งแรกในปี 1998 เมซงได้พิสูจน์ให้เห็นว่าความงามเหนือกาลเวลาสามารถหลอมรวมเข้ากับกลไกการบอกเวลาได้อย่างไร้รอยต่อ โดยเฉพาะในคอลเลกชันล่าสุดที่เน้นย้ำคำนิยามของ “Jewels Telling Time” หรืออัญมณีที่บอกเล่าเรื่องราวแห่งกาลเวลา




การร่ายรำของแสงบนงาน Guilloché และ Chalcedony
หัวใจสำคัญของผลงานใหม่ในรุ่น Sweet Alhambra คือการสลับสับเปลี่ยนระหว่าง “ความทึบแสง” และ “ประกายแสง” ได้อย่างมีชั้นเชิง เรือนเวลาในตัวเรือนทองคำขาว 18 กะรัต ถูกนำมาจับคู่กับ Chalcedony (โมราสีพยับหมอก) ที่มีเนื้อละอองแร่ดูนุ่มนวลเหมือนเมฆยามเช้า



สิ่งที่อาจทำให้เราหลงใหลเป็นพิเศษคือการใช้เทคนิค Guilloché (กิโยเช่) หรือการสลักลายริ้วรัศมีตะวันบนเนื้อทองคำขาว ซึ่งเป็นเทคนิคที่ต้องอาศัยความชำนาญอย่างสูง ลวดลายนี้ไม่ได้มีไว้เพียงความสวยงาม แต่เมื่อมันกระทบกับแสงไฟ ลายเส้นเหล่านี้จะทำหน้าที่กระจายแสงออกไปในทิศทางต่างๆ สร้างมิติที่ลุ่มลึกราวกับงานศิลปะที่มีชีวิต
ความลับที่ซ่อนอยู่ในจี้สร้อยคอ
อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้คือ Alhambra Secret Pendant Watch นี่คือบทสรุปของนิยามนาฬิกาซ่อนเวลา (Secret Watch) ที่ Van Cleef & Arpels เชี่ยวชาญมาตลอด ในรูปแบบของจี้สร้อยคอทองคำสีกุหลาบ (Rose Gold) ที่ประดับด้วย Carnelian สีเพลิง การจะดูเวลาต้องอาศัยการหมุนโมทิฟด้านบนออกอย่างแผ่วเบาเพื่อเผยให้เห็นหน้าปัด Mother-of-pearl ที่ซ่อนอยู่ด้านใน มันคือจังหวะแห่งการสื่อสารระหว่างเจ้าของและเรือนเวลาที่มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก






เครื่องประดับที่เป็นดั่งมรดกทางหัตถศิลป์
ทุกรายละเอียดของนาฬิกา Alhambra ถูกล้อมรอบด้วย “ลูกปัดทอง” (Gold Beads) ที่ผ่านการขัดผิวขึ้นเงาราวกับกระจก ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ Alhambra ดูอ่อนโยนและนุ่มนวลเมื่อสัมผัสกับผิวพรรณ สำหรับผู้อ่านที่ชื่นชอบงานดีไซน์ที่เน้น Silhouette หรือรูปทรงที่เป็นเอกลักษณ์ เรือนเวลาเหล่านี้นอกจากทำหน้าที่บอกนาทีหรือชั่วโมงแล้วยังบอกถึง “รสนิยม” และ “ความปรารถนา” ที่จะพกพาความโชคดีไปในทุกย่างก้าวของชีวิต

ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18 กะรัต / โรสโกลด์ 18 กะรัต / เยลโลว์โกลด์ 18 กะรัต
- หน้าปัด: เทคนิคสลักลายริ้วรัศมีตะวัน (Guilloché) เปลือกหอยมุก (Mother-of-pearl) อัญมณีเลอค่า (Chalcedony, Carnelian, Onyx, Blue Agate) และงานฝังเพชร
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมงและนาที (นาฬิกาบางรุ่นมาในรูปแบบจี้สร้อยคอซ่อนเวลา)
- กลไก: ระบบควอตซ์สวิส (Swiss Quartz Movement) ที่เน้นความแม่นยำและช่วยให้ตัวเรือนมีความบางเบาราวเครื่องประดับ
- สาย: โครงสร้างสายทำจากโมทิฟอัญมณีและทองคำเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง พร้อมตัวล็อกที่ซ่อนอยู่อย่างแนบเนียน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Lederer Inverto Titanium เผยความงามบริสุทธิ์ของกลไกผ่านตัวเรือนไทเทเนียมโครงสร้างโปร่งใส
Slim d’Hermès Hippocampe การเดินทางสู่ความลึกของศิลปะหัตถกรรม
HYT S1 Seddiqi 75th Anniversary การรวมตัวของสุดยอดนวัตกรรมและความมั่งคั่งแห่งดูไบ


