URWERK UR-230 Black Star นาฬิการะบบแซตเทิลไลต์ที่ถ่ายทอดความลึกลับของดวงดาวสีดำ

Date:

UR-230 Black Star นาฬิกาส่งท้ายปีแบบเท่ไม่ซ้ำใครสไตล์ URWERK

หลังจากเผยโฉม UR-10 SpaceMeter กับครั้งแรกที่นาฬิกาจาก URWERK มาพร้อมเข็มบอกเวลา รวมถึง UR-Freak ผลงานคอลลาบอเรชันสุดว้าวที่จับมือกับ Ulysse Nardin ที่ทำให้สาวกของทั้งสองแบรนด์ฮือฮากันยกใหญ่ URWERK ยังคงเดินหน้าเซอร์ไพรส์เราไม่หยุดกับผลงานสุดล้ำที่ทะยอยปล่อยมาอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2025 และสำหรับช่วงก่อนคริสต์มาสนี้ Martin Frei และ Felix Baumgartner ส่งของขวัญคริสต์มาสล่วงหน้ามาให้สาวกนาฬิกาได้เพิ่มลงไปใน wishlist อีกหนึ่งเรือน นั่นก็คือ  UR-230 Black Star ที่มาในมาดเข้มๆ พร้อมคอมพลิเคชันแซตเทิลไลต์อันเหนือชั้นอีกเช่นเคย

ตัวเรือนคอมโพสิตเซรามิกสีดำอันทรงพลัง

จริงอยู่ว่า เราเคยได้พบเห็นนาฬิกาคอมพลิเคชันแซตเทิลไลต์จาก URWERK ที่มาในตัวเรือนสีดำมาดเข้มดุดันอยู่หลายเอดิชันด้วยกัน อย่างเช่น UR-230 Eagle ที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอความเท่ผ่านหน้ากากและตัวเรือนสีดำขรึมขลัง ซึ่งต้องยอมรับว่า สีดำอันทรงพลังนั้นช่วยส่งเสริมสไตล์แปลกล้ำแบบอาวองการ์ตของ URWERK ได้อย่างลงตัว และที่มาของชื่อ ‘Black Star’ ตามที่ Martin Frei เล่าถึงแรงบันดาลใจไว้นั้นก็ทำให้ต้องพยักหน้าเห็นด้วยกับความโดดเด่นที่ไม่เปล่งแสงเรียกร้องความสนใจของดาวเคราะห์สีดำดวงนี้

“ในทางฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ‘Black Star’ หมายถึงสภาวะของดาวที่กำลังยุบตัว ดูดกลืนแสงราวกับหลุมดำ แต่ก็ไม่เชิง—เป็นเส้นแบ่งระหว่างการดำรงอยู่และการเลือนหายไป ‘Black Star’ ของ URWERK จึงสะท้อนตัวตนที่ฟังดูย้อนแย้งนี้ ความดำลึกที่มีชีวิต ไม่ได้ปฏิเสธแสง หากแต่เผยแสงนั้นผ่านม่านเงา เป็นประกายที่ถือกำเนิดจากศูนย์กลางแห่งจักรวาลอันมืดมิด” 

Martin Frei

ซึ่งเมื่อพิจารณาดูตัวเรือนสีดำของ UR-230 Black Star เราก็พบความแตกต่างในตัวเรือนเฉดสีดำ เพราะเรามองเห็นรายละเอียดเป็นจุดเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นที่เปรียบได้กับดวงดาวในห้วงอวกาศที่วางตัวแบบสุ่มตำแหน่ง ซึ่งวัสดุตัวเรือนก็ไม่ธรรมดา เพราะผลิตขึ้นจากวัสดุคอมโพสิตเซรามิกลามิเนตที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ URWERK โดยเฉพาะประกอบด้วยชั้นเซรามิกถักทอผสานกับไฟเบอร์กลาสและคาร์บอนไฟเบอร์หลอมรวมอยู่ใน polymer matrix  อย่างแนบเนียน เมื่อนำไปผ่านกระบวนการขึ้นรูปก่อให้เกิดผลลัพธ์เป็นผิวสัมผัสแวววาวเรียบเนียนที่ดูมีมิติ ทั้งยังมีจุดเป็นประกายแต่งแต้มลวดลายสีดำที่ดูราวกับห้วงอวกาศที่ดูลึกลับและทรงพลัง 

ที่สำคัญตัวเรือนเซรามิกชนิดนี้ยังมีความแกร่งทนทานกว่าตัวเรือนเซรามิกทั่วไปอีกต่างหาก ซึ่งการเลือกใช้วัสดุนี้ในการผลิตตัวเรือนถือเป็นความท้าทายไม่น้อย เพราะเซรามิกมีความเสี่ยงที่จะแตกได้หากต้องเผชิญกับแรงกระแทก แต่ Felix Baumgartner ช่างนาฬิกาผู้ก่อตั้งแบรนด์กล้าที่จะเสี่ยงกับวัสดุชนิดนี้ด้วยความหลงใหลในความสวยงาม ผิวสัมผัส และเส้นขอบคมชัดของวัสดุเซรามิก ผลลัพธ์จึงกลายเป็นตัวเรือนคอมโพสิตเซรามิกและฝาหลังไทเทเนียมเคลือบ DLC สีดำ ภายในมีโครงไทเทเนียมปิดผนึกแน่นทำหน้าที่เหมือนเกราะนิรภัยกำบังคาลิเบอร์ UR-7.30 

ระบบแซตเทิลไลต์พร้อมใบพัดกังหันคู่

UR-230 Black Star ยังคงเลือกใช้คอมพลิเคชันแซตเทิลไลต์ที่แสดงค่าเวลาแบบ wandering hours อันเป็นเอกลักษณ์คู่ URWERK มาตั้งแต่แรกเริ่ม โดยเลือกใช้เข็มเรโทรเกรดแบบสามมิติในการบ่งชี้ค่าเวลา โดยมีแกนกลางเชื่อมต่อกับบล็อกแสดงชั่วโมงทรงลูกบาศก์ทั้งสามส่วน บล็อกสี่ด้านจะเคลื่อนที่ผ่านเซกเตอร์ 120° ภายในระยะเวลา 60 นาที การแสดงเวลาชั่วโมงที่ทำงานอยู่ ซึ่งกำลังเคลื่อนที่ไปตามสเกลนาที แล้วจึงโคจรด้วยเข็มเรโทรเกรดแบบโปร่งที่คอยประกบและนำทางตลอดเส้นทางจากตำแหน่ง 0 ถึง 60 และเมื่อครบ 60 นาที เข็มจะดีดตัวกลับไปที่ตำแหน่งศูนย์ในทันที เพื่อรับหน้าที่พาบล็อกแซทเทิลไลต์ถัดไปเข้าสู่การโคจรรอบใหม่ ซึ่งถ้าหากใครที่คุ้นเคยกับการอ่านค่าเวลาด้วยระบบนี้อยู่แล้วจะพบว่า เวลาใช้งานจริงการแสดงค่าแบบนี้อ่านเวลาได้ง่ายกว่าการอธิบายระบบการทำงานของมันเป็นไหนๆ 

สิ่งสำคัญที่ช่วยให้การทำงานของระบบแซตเทิลไลต์เป็นไปอย่างราบรื่นย่อมเป็นระบบใบพัดกังหันคู่ที่พัฒนาขึ้นใหม่เพื่อนาฬิการุ่นนี้โดยเฉพาะ สาเหตุที่ต้องมีใบพัดถึงสองชุดทำงานร่วมกัน เนื่องจากแต่ละชุดแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจน ใบพัดชุดหนึ่งทำหน้าที่ดูดซับแรงกระแทกจากภายนอก อีกชุดทำหน้าที่ควบคุมการไหลเวียนของอากาศในกลไกขึ้นลานอัตโนมัติ นอกจากนี้บริเวณฝาหลังยังมีตัวควบคุมที่ช่วยปรับระดับการทำงานของโรเตอร์ได้ หรือแม้แต่ปิดการทำงานเพื่อสลับไปใช้โหมดไขลานด้วยมือก็ได้เช่นกัน

ข้อมูลทางเทคนิค

  • กลไก: ขึ้นลานอัตโนมัติแบบโมดูลาร์ คาลิเบอร์ UR-7.30 พัฒนาโดย URWERK สำรองพลังงาน 48 ชั่วโมง
  • ความถี่: 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง 4 เฮิรตซ์
  • ฟังก์ชัน: ระบบบอกเวลาแบบแซตเทิลไลต์สิทธิบัตรของ URWERK
  • เข็มนาทีแบบเรโทรเกรดทรงสามมิติ การแสดงผลการควบคุมระบบขึ้นลานอัตโนมัติแบบ Aerodynamic (Air Brake) แสดงสถานะการทำงานของระบบขึ้นลานอัตโนมัติ (เปิด–ปิด)
  • ตัวเรือน: คอมโพสิตเซรามิก ขนาด 44.81 มม.
  • หน้าปัด: แผ่นฐานทำจาก ARCAP P40 เข็มนาทีแบบสามมิติวัสดุอะลูมิเนียมพร้อมตุ้มถ่วงน้ำหนัก สปริงกลางทำจากสตีล ชุดขับเคลื่อนชั่วโมงทำจากอะลูมิเนียม คารูเซลกลางและสกรูทำจากไทเทเนียมเกรด 5
  • สาย: ยางวัลคาไนซ์© รุ่น Kiska พร้อมการล็อกสายแบบเวลโคร

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

URWERK เขียนกฎแห่งเวลาขึ้นใหม่ ในโลกแห่งความหรูหราที่คาดเดาได้

URWERK UR-10 SpaceMeter การบอกเวลาแบบใหม่ในรูปลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย

นาฬิกากับบทบาทในโลกภาพยนตร์และซีรีส์ : โอกาสแจ้งเกิดอันทรงพลังบนหน้าจอ

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน