การเดินทางของ Tudor จากนาฬิกาสู่พันธมิตรแห่งท้องทะเลฝรั่งเศส

Date:

การเดินทางของ Tudor จากเวลาแห่งการทดสอบของกองทัพเรือฝรั่งเศสสู่การเปิดตัว Pelagos FXD GMT “Zulu Time”

ทิวดอร์กับการเป็นนาฬิกาประจำฝรั่งเศส ความเชื่อมโยงและความสามารถพบได้อีกครั้ง 56 มาพบกับทิวดอร์ที่จะกลายเป็นนาฬิกาในกองทัพเรือฝรั่งเศส

หวนกลับไปในปี พ.ศ. 2499 สู่จุดเริ่มต้นแห่งตำนานการรำลึกถึงประวัติศาสตร์และนวัตกรรมที่ไม่มีวันลืม

เรื่องราวความร่วมมือที่มีมานานหลายสิบปี ตั้งแต่ยุคเริ่มต้นจนถึงรุ่นล่าสุดในปี 2024

เรื่องราวของ Tudor เริ่มต้นจากความร่วมมือที่ยาวนานกับกองทัพเรือฝรั่งเศส ตั้งแต่ปี 1956 จนถึงปี 1975 เมื่อ Tudor ส่งมอบนาฬิกาให้กับกองทัพเรือฝรั่งเศสเพื่อใช้ในภารกิจทางทะเลและการดำน้ำ โดยมีการเปิดตัวครั้งแรกด้วยนาฬิกา เรเฟอเรนซ์ 7922 และ 7923 ในตัวเรือนขนาด 37 มม. ซึ่งทั้งคู่เป็นโมเดล Oyster Prince Submariner ที่ทดสอบการกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตร จนได้รับการยอมรับจากผู้บัญชาการของกลุ่มวิจัยและศึกษาใต้น้ำ (G.E.R.S.) โดยเป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการรุ่นแรกของ Marine Nationale

การเดินทางของ Tudor จากเวลาแห่งการทดสอบของกองทัพเรือฝรั่งเศสสู่การเปิดตัว Pelagos FXD GMT “Zulu Time”

Tudor และการเป็นพันธมิตรกับกองทัพเรือฝรั่งเศส (Marine Nationale) มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่เริ่มต้นจากปี 1956 และยังคงเป็นที่ยอมรับในวงการนาฬิกาแห่งการทดสอบความแข็งแกร่งและคุณภาพ จนมาถึงการเปิดตัว Pelagos FXD GMT “Zulu Time” ในปี 2024 รุ่นที่แสดงถึงพัฒนาการใหม่ในตำนานของการเป็นพันธมิตรกับกองทัพเรือฝรั่งเศสที่ Tudor ไม่เคยหยุดพัฒนา

1956: การเริ่มต้นด้วย Ref. 7922 และ 7923

ทุกสิ่งเริ่มต้นด้วยนาฬิกาสองรุ่นที่ออกวางจำหน่ายในปี 1956 คือ Ref. 7922 และ Ref. 7923 (ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 37 มม.) Tudor ส่งนาฬิกาทั้งสองรุ่น (Oyster Prince Submariner) ไปยังกลุ่มการศึกษาและวิจัยใต้น้ำใน Toulon (G.E.R.S.) เพื่อทำการทดสอบ โดยมีความทนทานต่อการดำน้ำที่ระดับ 100 เมตร ซึ่งนาฬิกาทั้งสองรุ่นนี้ได้แสดงถึงความแข็งแกร่งและความน่าเชื่อถือจนทำให้ผู้บังคับการของ G.E.R.S ยอมรับให้เป็นนาฬิกาอย่างเป็นทางการของ Marine Nationale

Ref. 7922 ได้รับการพัฒนาในปี 1954 ก่อนหน้าหนึ่งปีจาก Ref. 7923 แม้รูปลักษณ์จะดูคล้ายกัน แต่มีความแตกต่างสำคัญสองประการ คือ 7922 เป็นกลไกอัตโนมัติ ขณะที่ 7923 ใช้กลไกขึ้นลานด้วยมือ (ETA 1182) ซึ่งทำให้ 7923 มีความบางกว่า 7922 อย่างเห็นได้ชัด และเป็นรุ่น Submariner ที่ไม่ใช่กลไกอัตโนมัติรุ่นเดียวที่ผลิตโดย Tudor นอกจากนี้ 7922 และ 7923 ยังมีเม็ดมะยมขนาดเล็กเพียง 6 มม. ซึ่งเป็นรุ่นสุดท้ายที่ใช้เม็ดมะยมขนาดนี้ ก่อนที่รุ่น 7924 ในปี 1958 จะมีเม็ดมะยมขนาด 8 มม. มาแทนที่

1958: Ref. 7924

ในปี 1958 Tudor เปิดตัว Ref. 7924 ซึ่งกลายเป็นนาฬิกาที่ถูกเลือกใช้เป็นนาฬิกาประจำการของ Marine Nationale โดยรุ่นนี้ได้รับการตั้งชื่อเล่นว่า “Big Crown” เนื่องจากเม็ดมะยมที่ใหญ่ขึ้น และสามารถกันน้ำได้ถึงระดับ 200 เมตร

รุ่น 7924 นี้ยังมีตัวอย่างต้นแบบบางตัวที่มาพร้อมกับฝาหลังของ Rolex 6328 ซึ่งมีการขีดฆ่า Ref. 6328 และสลักเป็น Ref. 7922 ในตัวอักษรที่บางกว่าและใหญ่กว่า ซึ่งทำให้เกิดความน่าสนใจในวงการนักสะสม

1959-1960: Ref. 7928

หนึ่งปีหลังจากการเปิดตัว 7924 Tudor เปิดตัว Ref. 7928 ซึ่งมาพร้อมกับการเพิ่มฟีเจอร์การป้องกันเม็ดมะยมจากการกระแทก เพื่อเพิ่มความทนทาน มันได้รับความนิยมจากนักดำน้ำของ Marine Nationale และถูกใช้งานไปอีกสิบปีจนถึงการพัฒนารุ่น 7016

1969: Ref. 7016 และการถือกำเนิดของ “Snowflake”

Ref. 7016 นับเป็นการเปิดตัวดีไซน์ “Snowflake” ซึ่งมีลักษณะเข็มนาฬิกาเป็นรูปทรงพิเศษ และการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือการใช้จุดบอกเวลาที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมแทนที่จะเป็นวงกลม เพื่อเพิ่มความชัดเจนใต้ผิวน้ำ การออกแบบนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Marine Nationale และถือเป็นหนึ่งในการพัฒนาที่มุ่งเน้นให้การอ่านเวลาใต้ผิวน้ำเป็นเรื่องง่ายที่สุด

ห้าปีหลังจากการเปิดตัว รุ่น 7016 ก็กลายเป็นรุ่นแรกที่ถูกสลักคำว่า “TUDOR M.N.” ซึ่งทำให้นาฬิกาตัวอย่างรุ่นนี้เป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างมาก

1976: Ref. 9401 และ “Tudor Blue”

ในปี 1975 รุ่น Ref. 9401 ถูกปล่อยออกมา และได้รับชื่อเรียกว่า “Tudor Blue” เนื่องจากสีหน้าปัดและขอบตัวเรือนที่เป็นสีน้ำเงิน รุ่นนี้ยังคงเป็นที่นิยมจนถึงทศวรรษ 1980 และถูกใช้ไปจนถึงศตวรรษที่ 21 โดยถูกยกเลิกการผลิตไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว แต่ยังคงมีอยู่ในมือของอดีตทหารเรือและสมาชิกเก่าแก่ของ Marine Nationale

2024: Tudor Pelagos FXD GMT “Zulu Time”

ในปี 2024 Tudor เปิดตัว Pelagos FXD GMT “Zulu Time” (Ref. M2542G247NU-0002) ซึ่งเป็นส่วนเสริมที่น่าจับตามองจากการเป็นพันธมิตรกับ Marine Nationale นาฬิการุ่นนี้มีดีไซน์ที่สะท้อนถึงสีของ Tudor Pelagos LHD ด้วยการใช้สีที่เรียบหรูและเข้ากับตัวเรือนที่ทำจากไทเทเนียมผิวด้าน

การออกแบบสีของรุ่นนี้ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่ยังมีความหมายเชิงกลยุทธ์ โดยเฉพาะการเลือกใช้สายผ้าใบสีเขียวทหารที่เป็นเอกลักษณ์ ตรงข้ามกับสีดำและแดงที่สร้างความเป็นชายหนุ่มที่กล้าหาญและพร้อมรับการทดสอบทุกรูปแบบ

รุ่นนี้มีฟังก์ชัน GMT ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการทำงานในเขตเวลาแตกต่างทั่วโลก และยังสามารถอ่านเวลาได้อย่างชัดเจนในที่มืด ด้วยหน้าปัดที่มีการเคลือบเรืองแสง และเข็มวินาทีที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

นาฬิกา Tudor Pelagos FXD GMT “Zulu Time” ขับเคลื่อนด้วยกลไก MT5652-U ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติที่ได้รับการรับรองจาก COSC และ METAS โดยมีการสำรองพลังงานถึง 65 ชั่วโมง บรรจุมาในตัวเรือนขนาด 42 มม. หนา 12.7 มม. และมีความทนทานต่อการดำน้ำที่ระดับ 200 เมตร

ข้อมูลทางเทคนิคของ Tudor Pelagos FXD GMT “Zulu Time”

  • กลไก: คาลิเบอร์ MT5652-U รับรองคุณภาพความแม่นยำจาก COSC และ METAS พลังงานสำรอง 65 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที และเขตเวลาที่สอง
  • ขนาดตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 2 ขนาด 42 มม. หนา 12.7 มม.
  • การกันน้ำ: 200 เมตร
  • หน้าปัด: สีดำ
  • สาย: สายผ้าสีเขียว

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา: Rob Nudds

Share post:

More like this

The Vintage Renaissance: เมื่อ ‘อดีต’ คือการปฏิวัติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนาฬิกา

เมื่อแบรนด์นาฬิกาแข่งกันว่าใครจะสามารถ ‘เล่าเรื่องอดีต’ ได้ร่วมสมัยที่สุด  Words: Chanist Prasertburanakul เมื่อเราก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 2020 โลกนาฬิกาได้เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า ‘Reverse...

นาฬิกา collaboration การหลอมรวมนวัตกรรมและงานคราฟต์แมนชิพชั้นยอดที่แสดงถึงความแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมนาฬิกา

ไม่ใช่แค่เทคนิคทางการตลาด แต่เป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาอันแข็งแกร่งและยั่งยืน สำหรับวงการนาฬิกาชั้นสูงการสร้างสรรค์ผลงานความร่วมมือไม่ได้เกิดขึ้นง่ายดายนัก และการจับมือแต่ละครั้งไม่ใช่เพียงแค่หวังผลในเชิงตัวเลขรายรับเข้าบริษัทที่ทะยานสูงขึ้น แต่การที่เมซงที่มีความชำนาญในศาสตร์ใดศาสตร์หนึ่งอย่างสูง เลือกจับมือกับอีกเมซงที่มีความเชี่ยวชาญอีกด้าน ย่อมเป็นการรวมพลังครั้งยิ่งใหญ่ในการสร้างสรรค์ผลงานเรือนเวลาที่มากกว่าการหวังผลทางการตลาด แต่มันเป็นการประกาศถึงสายสัมพันธ์ในวงการนาฬิกาที่แข็งแกร่งและยั่งยืน รวมถึงความเป็นไปได้ในโลกแห่งเรือนเวลาจักรกลที่พยายามรักษาสมดุลระหว่างการดำรงไว้ซึ่งขนบดั้งเดิม และการโอบรับนวัตกรรมใหม่ๆ...

Rado Master of Materials นวัตกรรมไฮเทคเซรามิกและโครงสร้าง Monobloc แห่งอนาคต

Rado ตอกย้ำฉายา Master of Materials ด้วยการยกระดับไฮเทคเซรามิกสู่โครงสร้าง Monobloc ที่บางเบาและทนทาน ผสานงานดีไซน์หน้าปัดแบบเปิดโชว์กลไกที่สะท้อนถึงความล้ำสมัยและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Tambour Taiko Arty Automata ผลงานสุดซับซ้อนและเปี่ยมด้วยชีวิตชีวาจาก Louis Vuitton

Louis Vuitton ตอกย้ำความเชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงของโรงงาน  La Fabrique du Temps Louis Vuitton...