สุดยอดนาฬิกาข้อมือ Skeleton ขนาดเล็กที่สุดจาก Franck Muller ดีไซน์ใหม่ที่สะกดทุกสายตา

Date:

การกลับมาของกลไกที่เล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Franck Muller พบกับรุ่นใหม่ Round Skeleton Baguette 31mm. พร้อมดีไซน์อันหรูหราไม่ซ้ำใคร

Franck Muller เปิดตัวนาฬิกา Skeleton ขนาดเล็กที่สุดในประวัติศาสตร์ของตน
การเปิดตัวครั้งใหม่ในปี 2024 ของ Franck Muller ในคอลเล็กชัน High Jewellery มาพร้อมกับนาฬิกาข้อมือ Round Skeleton Baguette ขนาด 31 มม. ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมที่เปล่งประกายให้กับพอร์ตโฟลิโอของแบรนด์ ด้วยการออกแบบที่นำเสนอเพชรและอัญมณีที่ตัดแบบบาแเกตต์อย่างงดงาม ติดตั้งอยู่ในช่องสลักอย่างประณีต ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามไร้ที่ติ คอลเล็กชั่นนี้เป็นเวอร์ชันพิเศษสำหรับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีการนำเสนอขอบตัวเรือนเป็นสีรุ้งที่ประกอบด้วยแซฟไฟร์, ทับทิม, ซาโวไรต์ และเพชร

นาฬิกาข้อมือ Skeleton ขนาดเล็กสุดจาก Franck Muller
Round Skeleton Baguette ขนาด 31 มม. ถือเป็นกลไกสเกเลตัน ขนาดเล็กที่สุดที่เคยมีมาของ Franck Muller หน้าปัดแบบเปิดโชว์กลไกสามารถมองเห็นกลไกไขลาน MVT FM 1540-RS ที่ให้พลังงานสำรองได้ยาวนานถึง 4 วัน

การเปิดตัวนาฬิกาไซส์เล็กในรูปแบบเครื่องประดับครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำถึงความทันสมัยในตลาดนาฬิกาในปัจจุบัน แม้ว่าในยุคนี้จะมีนาฬิกาขนาดใหญ่ที่ครองตลาดอยู่ แต่ Round Skeleton Baguette ขนาด 31 มม. ก็ยังโดดเด่นด้วยขนาดที่พอเหมาะ ให้ความรู้สึกที่หรูหราและเหมาะสมกับผู้ใช้งานหลากหลายกลุ่ม แม้ว่าจะมักจะถูกมองว่าเป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิง แต่นาฬิกาขนาดเล็กก็ได้รับความสนใจจากกลุ่มผู้ชายที่ชื่นชอบเครื่องประดับและดีไซน์ที่หรูหราด้วย

เสริมความหรูหราให้กับคอลเล็กชัน Round Skeleton
คอลเล็กชั่นนี้ยังขยายจากไลน์ Round Skeleton จาก Franck Muller ซึ่งเคยมีรุ่น 39 มม. และ 42 มม. อยู่ก่อนหน้านี้ โดย Round Skeleton Baguette 31 มม. ได้เข้ามาเสริมเติมให้ครบวงจรในไลน์นี้ โดยมีทั้งหมด 5 รุ่น ซึ่ง 4 รุ่นแรกเป็นแบบสีเดียว (Monochromatic) พร้อมเพชร, แซฟไฟร์สีน้ำเงิน, ทับทิม และมรกต โดยมีตัวเรือนที่ทำจากไวท์โกลด์หรือโรสโกลด์ และมาพร้อมเพชรที่ตั้งอยู่บนขอบตัวเรือน ข้างตัวเรือน และที่เม็ดมะยม

Franck Muller Round Skeleton Baguette 31

ข้อมูลทางเทคนิคของ Franck Muller Round Skeleton Baguette 31

  • กลไก: ไขลาน คาลิเบอร์ MVT FM 1540-RS พลังงานสำรอง 4 วัน
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง นาที และวินาทีเล็ก
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18K หรือโรสโกลด์ 18K ขนาด 30.5 มม. หนา 9.85 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
  • หน้าปัด: แบบสเกเลตัน
  • สาย: หนังจระเข้
  • “ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Katherine Arteche

Share post:

More like this

ลืมหน้าปัดแบบเดิมไปเลย เพราะ Ressence TYPE 7 รื้อวิศวกรรมหน้าปัดแบบ Oil-Filled พร้อมเนรมิต 2 สีใหม่ คมชัดราวกับจอดิจิทัล

เจาะลึกวิศวกรรมห้องน้ำมันของ Ressence TYPE 7 กับสองเฉดสีใหม่ Black และ Cactus การผสานโมดูล ROCS 7 เข้ากับการคำนวณอันเดอร์โทนวัสดุไทเทเนียม Grade 5

พาชมเรือนเวลาล่าสุดของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph Dual Time Date ซ่อนโครโนกราฟไว้ตรงไหน? 

วิเคราะห์ศาสตร์แห่งการตัดทอนของ H. Moser & Cie. ในรุ่น Endeavour Flyback Chronograph กับการปฏิวัติกลไก AgenGraphe สู่ร่างไขลานเพื่อซ่อน 3 ฟังก์ชันใหญ่ไว้บนแกนกลาง

พาชมเบื้องหลังความวิจิตรของ Jaeger-LeCoultre Reverso Hybris Artistica “Pegasus” กับงานสลักเสลามือกว่า 180 ชั่วโมง

วิเคราะห์เบื้องหลังการผสาน Gyrotourbillon เจนเนอเรชันที่ 4 เข้ากับงานแกะสลักนูนต่ำรอบตัวเรือนพิงก์โกลด์ ที่ใช้เวลาทำมือกว่า 180 ชั่วโมง ในเอดิชันจำกัดพิเศษเพียง 5 เรือนทั่วโลก

เมื่อความจัดจ้านของสตรีทแวร์ปะทะโครงสร้างล้ำยุค เจาะลึกวิสัยทัศน์เบื้องหลัง AP x AMBUSH ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นอย่างไรนะ?

บทวิเคราะห์โครงสร้างกลไกและการตัดทอนสิ่งเร้าในนาฬิกาไทเทเนียมขนาด 38.5 มิลลิเมตร Audemars Piguet Royal Oak Concept Flying Tourbillon ที่ออกแบบร่วมกับ Yoon และ Verbal สองผู้ก่อตั้งแบรนด์ AMBUSH