พร้อมเสิร์ฟเมนูคอลแล็บระดับ 5 ดาว ที่เชฟของ Front Room ร่วมครีเอทกับเชฟโลคัลร้านดัง

ถ้าสวรรค์ของเหล่าฟู้ดดี้คือการได้ชิมอาหารฝีมือเชฟร้านเด็ดทั่วทุกสารทิศโดยไม่ต้องจองตั๋วเครื่องบินไปจับจองโต๊ะ (ซึ่งจองยากอยู่แล้ว) กันถึงถิ่น Front Room ก็เนรมิตรความฝันนั้นให้เป็นจริงได้แล้ว เมื่อโปรเจ็กต์ Taste of Thailand ที่เชฟอ้น-อธิติ ม่วงทอง หัวหน้าเชฟประจำห้องอาหาร Front Room ร่วมกับเชฟโลคัลร้านดังจากหลากหลายภูมิภาค ครีเอทเมนูพิเศษมาเสิร์ฟถึงใจกลางกรุงเทพฯ
Taste of Thailand: รสชาติแห่งท้องถิ่นไทยในบริบทร่วมสมัย
โปรเจ็กต์ Taste of Thailand ที่ทางห้องอาหาร Front Room โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok มุ่งมั่นสนับสนุนเชฟท้องถิ่นมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเผยแพร่เอกลักษณ์อันหลากหลายของอาหารไทยในแต่ละภูมิภาค โดยเน้นการนำวัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงอาหารทั้งแบบรสชาติดั้งเดิมตามตำรับ และการตีความใหม่ผ่านเทคนิคการปรุงอาหารร่วมสมัยของเชฟประจำ Front Room


ภายหลังจากได้รับการตอบรับที่ดีจากเหล่าฟู้ดดี้ชาวกรุงเทพฯ ในปีที่แล้ว ครั้งนี้ Taste of Thailand 2026 ได้เชิญ 5 เชฟโลคัลจากร้านเด็ดทั่วไทยผู้มาร่วมครีเอทเมนูใหม่ๆ โดยเริ่มเปิดครัวครั้งแรกกับ เชฟเมย์-สุธาทิพย์ บุญประกอบ จากร้าน ‘ปลาดิษฐ์’ ร้านอาหารทะเลจากชลบุรีที่สนับสนุนการประมงแบบดั้งเดิมเพื่อให้ทั้งชุมชนและท้องทะเลอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน ซึ่ง tasting menu ครั้งแรกนี้เพิ่งผ่านพ้นไปในวันที่ 27-29 มีนาคมที่ผ่านมา ต้องบอกว่าได้รับการตอบรับอย่างล้มหลามจากชาวกรุงที่รอชิมเมนูอาหารทะเลสดๆ ปรุงอย่างเรียบง่ายรสจัดแต่กลมกล่อมจากฝีมือเชฟเมย์ และเมนูของหวานจากเชฟอ้น ที่นำวัตถุดิบโลคัลมาครีเอทเป็นของหวานสุดหรูได้อย่างสร้างสรรค์
การเดินทางครั้งต่อไปผ่านรสมือของเชฟโลคัล



การเดินทางครั้งต่อไปในโปรเจ็กต์ Taste of Thailand เชฟสมภพ และเชฟนิภาพร ฉายสบัด จากร้าน ‘ครัวโอม’ จะพาล่องใต้ไปลิ้มรสอาหารใต้รสจัดตำรับภูเก็ต ที่ไม่เพียงแต่มีทีเด็ดในเรื่องรสชาติ แต่ยังเด่นในการนำวัตถุดิบสดๆ เกรดเอจากทะเลอันดามันมาปรุงเมนูท้องถิ่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยครัวโอมจะยกครัวมายัง Front Room ในวันที่ 15–17 พฤษภาคมนี้ (ราคา 2,200++ บาท ต่อท่าน สำหรับมื้อกลางวันและเย็น)
จากนั้นจึงขึ้นเหนือไปกับเชฟหวาย-สาละ ศักดาเดช แห่งร้าน ‘รสิก’ ร้านอาหารเหนือสไตล์ร่วมสมัยจากเชียงใหม่ที่ขึ้นชื่อว่า จองโต๊ะยาก และโดดเด่นในด้านการยกระดับการปรุงอาหารเหนือด้วยการตีความใหม่ให้เข้ากับบริบทปัจจุบัน และเน้นการปรุงอย่างละเมียดลไมในทุกกระบวนการ ใครเป็นแฟนร้านรสิกอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีโอกาสได้ขึ้นเหนือไปแอ่วเชียงใหม่ หรือยังไม่เคยจองโต๊ะได้สำเร็จ โอกาสลิ้มรสฝีมือเชฟหวายมาถึงแล้วในวันที่ 19–21 มิถุนายนนี้ (ราคา 2,500++ บาท ต่อท่าน สำหรับมื้อกลางวันและเย็น)




ออกเดินทางล่องใต้อีกครั้งคราวนี้ย้ายไปยังฝั่งอ่าวไทยกันบ้าง โดยมีลุงไข่-อมฤต ศรีแสง จากร้าน ‘บ้านสวนลุงไข่’ ยกเชฟส์เทเบิลกลางสวนมะพร้าวม ที่เสิร์ฟอาหารไทยสำรับใหญ่ปรุงทานกันเองในครอบครัวแบบไม่หวงเครื่อง และเน้นใช้วัตถุดิบท้องถิ่นสดใหม่ตามฤดูกาล เสิร์ฟจำนวนจำกัดตามแต่ปริมาณวัตถุดิบจะอำนวยในแต่ละวัน มาปรุงสดๆ กัน ณ Front Room ในวันที่ 12–13 และ 15-16 สิงหาคมนี้ จัดว่าเป็นรอบพิเศษที่จัดขึ้นถึง 4 วัน และยังตรงกับช่วงวันแม่พอดี น่าจะเป็นโอกาสดีสำหรับมื้อพิเศษของครอบครัว (ราคา 2,500++ บาท ต่อท่าน สำหรับมื้อกลางวัน และ 3,500++ บาท ต่อท่าน สำหรับมื้อเย็น)
ตามรอยความแซ่บไปยังภาคอีสานกันบ้าง ภาคที่อุดมไปด้วยรสชาติจัดจ้านนี้นำทัวร์โดยป้าเชฟ-ศิโรรัตน์ เถาว์โท แห่งร้าน ‘หมก’ จังหวัดอุบลราชธานี ผู้เชี่ยวชาญด้านการหมก กรรมวิธีประกอบอาหารที่นิยมใช้ในภาคอีสาน โดยเมนูของป้าเชฟเน้นอาหารอีสานพื้นถิ่นที่หาทานได้ยาก เลือกใช้วัตถุดิบที่หาได้ในพื้นที่ละแวกนั้น ปรุงรสจัดถึงเครื่องและหอมกลิ่นสมุนไพรพื้นบ้านสดๆ อันเป็นเสน่ห์เฉพาะของอาหารอีสานสไตล์โลคัลแท้ๆ โดยป้าเชฟจะยกครัวมาโชว์ทักษะการหมกและการปรุงอาหารอีสานรสแซ่บในวันที่ 7-8 พฤศจิกายน (ราคา 1,500++ บาท ต่อท่าน สำหรับมื้อกลางวัน และ 2,200++ บาท ต่อท่าน สำหรับมื้อเย็น) ใครอยากลิ้มรสอาหารอีสานขนานแท้ไม่ควรพลาด
ถ้าคุณเป็นฟู้ดดี้ตัวจริงที่รักในการชิมอาหารรสเด็ดพอๆ กับการเฟ้นหานาฬิกา grail watch ในฝัน ไปจับจองโต๊ะกันได้ที่ช่องทางออนไลน์ของโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok ทั้ง Facebook และ Instagram หรือโทร. 02-846 8888
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:
Penfolds กับก้าวสำคัญในโลกศิลปะผ่านมุมมองของ Troye Sivan

