ทำความรู้จักกับแบรนด์ TAOS นิยามใหม่ของงานหัตถศิลป์ชั้นสูงบนข้อมือ

Date:

เมื่อผืนโลกและสิ่งมีชีวิตกลายเป็นงานศิลปะบนข้อมือ TAOS Genèse & Odonata

พบกับความวิจิตรบรรจงระดับ Métiers d’Art จากเจนีวา กับการเปิดตัวผลงานระดับ Piece Unique (มีเพียงเรือนเดียวในโลก) สองรุ่นล่าสุดจาก TAOS แบรนด์ที่เกิดจากการรวมตัวของสุดยอดช่างทำหน้าปัดระดับปรมาจารย์

สำหรับแบรนด์ TAOS คือพื้นที่จัดแสดงศักยภาพของเหล่าช่างฝีมือกว่า 40 ชีวิตจาก Atelier Olivier Vaucher ในเจนีวา สำหรับปี 2026 นี้ เมซงได้นำเสนอผลงานระดับ Piece Unique (หนึ่งเดียวในโลก) สองเรือนที่ถ่ายทอดความงามของธรรมชาติผ่านมุมมองที่ต่างกันอย่างสุดขั้วในรุ่น Genèse และ Odonata

Genèse คือการตกผลึกของจิตวิญญาณแห่งธรณีวิทยา Genèse  

เป็นผลงานสดุดีต่อพลังงานผู้สร้างโลก หน้าปัดโดดเด่นด้วยโทนสีดำและน้ำเงินลุ่มลึก รังสรรค์ผ่านเทคนิค Stone Marquetry ด้วยการนำหินกึ่งมีค่าอย่าง Black Jade (หยกดำ) และ Blue Agate (อาเกตน้ำเงิน) มาเจียระไนและวางเรียงต่อกันอย่างแม่นยำ ผิวสัมผัสของหน้าปัดยังได้รับการตกแต่งด้วยเทคนิค Under-fired Enamel เพื่อเลียนแบบความขรุขระของชั้นหินธรรมชาติ ผสานเข้ากับงานแกะสลักมือที่สร้างมิติความลึกให้กับภาพรวมอย่างสมบูรณ์

Odonata ความบอบบางของปีกแมลงปอในสวนสวรรค์ 

ในขณะที่ Odonata (โอโดนาตา) นำเสนอความสว่างไสวของสีฟ้าพาสเทลและสีม่วงผ่านแรงบันดาลใจจากปีกของแมลงปอ ช่างฝีมือใช้เทคนิค Plique-à-jour หรือการลงยาแบบโปร่งแสงเพื่อให้หน้าปัดดูเหมือนกระจกสีที่ยอมให้แสงลอดผ่าน เสริมความระยิบระยับด้วยเทคนิค Paillonné Enamel หรือการวางแผ่นทองคำเปลวไว้ใต้ชั้นอีนาเมล พร้อมประดับมุก (Mother-of-Pearl) และฝังเพชรน้ำงามลามจากหน้าปัดไปจนถึงขาตัวเรือน

อัจฉริยภาพของกลไกที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง 

นาฬิกาทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติ VOP318 ความหนาเพียง 4.2 มิลลิเมตร หัวใจสำคัญอยู่ที่การออกแบบ Invisible Oscillating Weight หรือโรเตอร์ขึ้นลานแบบซ่อน การออกแบบนี้เปิดโอกาสให้ผู้ครอบครองสามารถชื่นชมงานแกะสลักด้วยมือบนแผ่นสะพานจักรด้านหลังเครื่องได้อย่างเต็มสายตา โดยไม่มีชิ้นส่วนกลไกใดมาบดบังทัศนียภาพอันวิจิตร

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ชื่อรุ่น: TAOS Genèse & TAOS Odonata (Piece Unique)
  • ตัวเรือน: ไวท์โกลด์ 18K (White Gold) ขนาด 38 มม. หนา 10 มม. รุ่น Odonata ประดับเพชรที่ขอบตัวเรือนและขาตัวเรือน
  • หน้าปัด: Genèse งานหินมาร์เก็ตทรี (Black Jade, Blue Agate) และอีนาเมลแบบผิวสัมผัสธรรมชาติ และในรุ่น Odonata งานลงยา Plique-à-jour, Paillonné Enamel และการประดับมุกพร้อมเพชร
  • ฟังก์ชัน: แสดงชั่วโมง และนาที (เข็มรูปทรงใบไม้ขัดเงา)
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติ Calibre VOP318 สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง โรเตอร์แบบซ่อน (Invisible Rotor) งานตกแต่งเครื่องด้วยมือทั้งหมด
  • สาย: สายหนังจระเข้เย็บมือในเจนีวา พร้อมตัวล็อกไวท์โกลด์ 18K

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม

เผยโฉม Christiaan van der Klaauw x Revolution
Franck Muller เผยโฉมสามเรือนเวลาไอคอนิก ต้อนรับสีสันแห่งเดือนมีนาคม
Breitling Navitimer ฺB19  Chronograph 43 Perpetual Calendar สองรุ่นใหม่ ทะยานสู่ความสูงอีกระดับ

Share post:

More like this

ย้อนวันวานสู่วงการความเร็วกับ Angelus Chronographe Tachymètre นาฬิกาโครโนกราฟทรงวินเทจ

เปิดตัว Angelus Chronographe Tachymètre นาฬิกาโครโนกราฟวินเทจขนาดกะทัดรัด 37 มิลลิเมตร สะท้อนกลิ่นอายมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิกด้วยกลไกไขลานคาลิเบอร์ A5000 ผลิตจำนวนจำกัด

สรุปไฮไลต์นาฬิกาเปิดตัวใหม่วีคแรกของเดือนตุลาคม 2026 จาก 5 แบรนด์ดัง 

อัปเดตเทรนด์นาฬิกาล่าสุดประจำเดือนตุลาคม 2026 รวบรวมเรือนเวลารุ่นเด่นทั้ง Oris Big Crown Pointer Date, Frederique Constant The Elements, Omega Seamaster Diver 300M, MeisterSinger Panthero Jumping Hour และ Parmigiani Fleurier TORIC

Introducing: Peacock Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญอง 3 แกนที่เล็กและเบาที่สุดในโลก

Peacock เขย่าวงการนาฬิกาไฮเอ็นด์ด้วย Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญองสามแกนขนาดจิ๋วเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 0.436 กรัม บนตัวเรือนไวท์โกลด์ 43.5 มิลลิเมตร หน้าปัดแกะลายกิโยเช่โค้งสามมิติ ผลิตจำกัด 70 เรือนทั่วโลก

เปิดตัว Bell & Ross BR-03 Green Radar Ceramic ที่จำลองหน้าจอเรดาร์สีเขียวของกองทัพเครื่องบินรบ

สัมผัสความแปลกใหม่กับ Bell & Ross BR-03 Green Radar Ceramic นาฬิกาข้อมือรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 999 เรือน ย่อขนาดตัวเรือนเหลือ 41 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยหน้าปัดเรดาร์แสงสีเขียวมรกตและจานดิสก์รูปเครื่องบินรบสามลำ