นาฬิกาปีม้า จากผืนผ้าใบสู่ข้อมือการคอลแลบระหว่าง Swatch และศิลปิน Yu Wenjie

Date:

เจาะลึก Riding the clouds เมื่อจิตวิญญาณแห่งม้าไฟสถิตบนเรือนเวลาศิลปะจาก Swatch

การเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองปีนักษัตรมักเป็นธรรมเนียมที่แบรนด์ต่างๆ ให้ความสำคัญเสมอมา แต่สำหรับปีมะเมียนี้ แบรนด์ได้ยกระดับการออกแบบไปอีกขั้นด้วยผลงานที่ชื่อว่า “RIDING THE CLOUDS” ซึ่งเป็นการผสานพลังของ “ม้าไฟ” เข้ากับศิลปะจีนร่วมสมัยอย่างลึกซึ้ง โดยได้ Yu Wenjie ศิลปินดาวรุ่งจากโครงการ Swatch Art Peace Hotel มาถ่ายทอดวิสัยทัศน์ที่เน้นเรื่องพลังอำนาจและความรุ่งเรืองอย่างไม่มีขีดจำกัด

Swatch Riding the clouds

หัวใจสำคัญของนาฬิกาเรือนนี้อยู่ที่การตีความสัญลักษณ์ “ม้า” ในฐานะตัวแทนของความมุ่งมั่นและความเป็นอิสระ โดยเฉพาะเมื่อมาควบคู่กับ “ธาตุไฟ” ซึ่งเป็นธาตุประจำปีที่สื่อถึงความหลงใหลอันแรงกล้า งานออกแบบบนหน้าปัดจึงไม่ใช่แค่รูปสัตว์ตามนักษัตรทั่วไป ยังเป็นการนำเสนอภาพม้าสองตัวที่กำลังควบทะยานอยู่กลางเวหา ท่ามกลางหมู่เมฆมงคลที่สื่อถึงโชคลาภและการปกป้องจากเบื้องบน โดยม้าทั้งสองถูกสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคลายนูนเพื่อให้เกิดมิติของความเคลื่อนไหวที่สมจริงราวกับมีชีวิต

สิ่งที่น่าสนใจและสะท้อนถึงปรัชญาตะวันออกได้อย่างคมคายคือการใช้สีของม้าคู่ที่แตกต่างกัน โดยตัวหนึ่งเป็นสีขาวและอีกตัวเป็นสีดำเพื่อสื่อถึงสมดุลแห่ง “หยินและหยาง” ซึ่งเป็นพื้นฐานของจักรวาลตามความเชื่อจีนโบราณ ม้าทั้งสองตัวถูกเติมแต่งด้วยปีกและแผงคอที่เป็นเปลวเพลิงสีสันสดใส สอดรับกับพื้นหลังโทนสีแดงเข้มที่ไหลต่อเนื่องจากหน้าปัดลงสู่สายนาฬิกา ซึ่งสีแดงนี้เองได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องรางด้ายแดงมงคลและภาพวาดม้วนโบราณของจีนที่สื่อถึงพลังอำนาจและการคุ้มครองผู้สวมใส่

สำหรับ Riding the clouds จึงเป็นงานศิลปะที่เชื่อมโยงประเพณีอันเก่าแก่เข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ได้อย่างไร้รอยต่อ ตัวเรือนสะท้อนถึงความกล้าที่จะแตกต่างตามแบบฉบับของ Swatch ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความหมายอันเป็นมงคลเพื่อเป็นของขวัญล้ำค่าสำหรับการเริ่มต้นปีใหม่ โดยนาฬิกาเรือนนี้เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อให้เหล่านักสะสมและผู้ที่เกิดปีมะเมียได้ครอบครองพลังแห่งความสำเร็จนี้ไว้บนข้อมือ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: วัสดุมาตรฐาน Swatch ดีไซน์ร่วมสมัย สีแดงมงคล
  • หน้าปัด: ลายม้าคู่ (ขาว-ดำ) สื่อถึงหยิน-หยาง ตกแต่งด้วยลายนูน (Embossed) และลายเมฆมงคล
  • ฟังก์ชัน: บอกเวลาพื้นฐาน (ชั่วโมง นาที) เน้นงานดีไซน์ศิลปะร่วมสมัย
  • กลไก: ควอตซ์ (Quartz) มาตรฐานสวิส (Swiss Made)
  • สาย: สายซิลิโคน/พลาสติก พิมพ์ลายกราฟิกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพวาดม้วนจีนและด้ายแดงมงคล

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

CHANEL เผยโฉมใหม่ของบูติกสาขาเอ็มควอเทียร์ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สานต่อตำนาน การกลับมาของ CHANEL PREMIÈRE GALON ที่ผสมผสานความคลาสสิกและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว
Chanel Première Ribbon Red การคืนชีพของตัวเรือนไอคอนในโทนสีแดงสุดคลาสสิค

Share post:

More like this

เมื่อความขัดแย้งกลายเป็นอัตลักษณ์ นี่คือคู่สีที่จัดจ้านที่สุดบนหน้าปัด H. Moser & Cie.

การโคจรมาพบกันของสีม่วงเบอร์รีลึกและสีเหลืองค็อกเทล บนตัวเรือนสปอร์ตขนาด 40 มิลลิเมตรที่สะท้อนทัศนคติแห่งความขี้เล่น

Arnold & Son HM London Skyline Limited Edition: จากลอนดอนยุควิกตอเรียนสู่มหานครร่วมสมัย ผ่านหน้าปัดที่เปลี่ยนเรื่องราวตามแสงและความมืด

Arnold & Son และ The Limited Edition ถ่ายทอดเรื่องราวของลอนดอนผ่าน HM London Skyline นาฬิกาลิมิเต็ดเอดิชันที่ใช้หน้าปัด Mother-of-Pearl และเทคนิคเรืองแสงเผยเมืองสองยุค พร้อมกลไกไขลานบางเฉียบสำรองพลังงาน 90 ชั่วโมง

Protected: เมื่อ TAG Heuer ประกาศเปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษส่งตรงเพื่อนักสะสมชาวไทยโดยเฉพาะกับ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition

พาไปชมรายละเอียดและวิเคราะห์แนวคิดของ TAG Heuer Carrera Chronograph Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นพิเศษที่หยิบยกประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตของ "พระองค์พีระ" และทีมหนูขาว มาตีความเป็นงานดีไซน์ร่วมสมัยได้อย่างน่าสนใจ

พาชมโปรเจกต์หุ่นยนต์ผู้พิทักษ์เวลา MB&F HM12 The Guardian ผลงานเซ็ตคู่ที่ประกอบด้วยนาฬิกาทูร์บิญอง และหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะฟังก์ชันครบ

บทความวิเคราะห์เจาะลึก MB&F HM12 The Guardian ผลงานนาฬิกาข้อมือทูร์บิญองหน้ากากกลไกที่มาพร้อมหุ่นยนต์ตั้งโต๊ะหนัก 15 กิโลกรัม เผยเบื้องหลังแนวคิดจากยุค 80s และข้อมูลอินไซด์ที่แบรนด์ยอมเฉือนกำไรเพื่อสร้างสิ่งสะสมแห่งอนาคต