Louis Moinet Speed Of Sound ปรากฏการณ์แห่งเสียงและห้วงอวกาศ บนเรือนเวลาที่ฟื้นคืนชีพจากกลไกในตำนาน

Date:

การกลับมาของ Valjoux 88 กลไกประวัติศาสตร์ในตัวเรือนไทเทเนียมสุดล้ำ

ในโลกแห่งการผลิตเครื่องบอกเวลาชั้นสูง การนำกลไกประวัติศาสตร์กลับมาปัดฝุ่นใหม่ถือเป็นความท้าทายที่ยากที่สุดอย่างหนึ่ง แต่ Louis Moinet (หลุยส์ มัวเนต์) ภายใต้การนำของ Jean-Marie Schaller ได้พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งถึงความสำเร็จในการนำกลไก Valjoux 88 (วัลจูซ์ 88) คาลิเบอร์อันเลื่องชื่อจากทศวรรษ 1940 มาตีความใหม่ในคอลเลกชัน SPEED OF SOUND (สปีด ออฟ ซาวด์) ผลงานมาสเตอร์พีซชุดนี้ผลิตออกมาในรูปแบบ Ultra-limited เพียงเฉดสีละ 3 เรือนเท่านั้น ได้แก่ สีส้ม สีเขียว และสีดำ

Louis Moinet Speed Of Sound

นวัตกรรมการแสดงผล ดวงจันทร์จากอวกาศบนข้อมือ

หัวใจของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในรุ่นนี้คือการออกแบบฟังก์ชัน “ข้างขึ้น-ข้างแรม” (Moon Phase) ใหม่ทั้งหมดแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยใช้แผ่นดิสก์ขนาดใหญ่ที่มีความนูนเล็กน้อย วาดลวดลายดวงจันทร์ด้วยมือด้วยสีพรายน้ำที่ส่องสว่างอย่างงดงาม ความพิเศษระดับไฮเอนด์คือการประดับชิ้นส่วนของ Dhofar 457 ซึ่งเป็นอุกกาบาตหายากที่เดินทางมาจากหลุมอุกกาบาตบนดวงจันทร์จริงๆ โดยชิ้นส่วนอุกกาบาตนี้จะเคลื่อนตัวทำหน้าที่เป็นดัชนีชี้สถานะดวงจันทร์เต็มดวงเมื่อตรงกับตำแหน่งเข็มชี้ที่ 3 และ 9 นาฬิกา

Louis Moinet Speed Of Sound
ชิ้นส่วนของอุกกาบาตจากดวงจันทร์ที่หายากอย่าง Dhofar 457 ถูกวางไว้บนแผ่นดิสก์เดียวกันเพื่อเป็นสัญลักษณ์แทนพระจันทร์เต็มดวง
Louis Moinet Speed Of Sound

สุนทรียภาพแห่งงานฝีมือและการวัดความเร็วเสียง

หน้าปัดของ SPEED OF SOUND โดดเด่นด้วยลวดลาย Guilloché (กิโยเช่) ที่สร้างสรรค์จากเครื่องจักรประวัติศาสตร์ของ Yann von Kaenel ให้มิติแสงเงาที่ลุ่มลึก ตกแต่งวงหน้าปัดย่อยด้วยอุกกาบาตเหล็ก Aletai (อาเลไท) เพื่อเพิ่มความลึกลับและความงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ตัวนาฬิกายังมาพร้อมฟังก์ชัน “Chronograph” ที่มากับสเกลพิเศษสำหรับวัดความเร็วของเสียง (Speed of Sound) ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถคำนวณระยะทางจากต้นกำเนิดเสียงได้ เช่น การกดจับเวลาเมื่อเห็นฟ้าแลบและหยุดเมื่อได้ยินเสียงฟ้าร้อง

Louis Moinet Speed Of Sound

ความประณีตภายใต้ตัวเรือนไทเทเนียม

ตัวเรือนขนาด 40.7 มิลลิเมตร รังสรรค์จาก ไทเทเนียมเกรด 5 ที่มีน้ำหนักเบาและทนทาน ปิดทับด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดมที่ช่วยขยายรายละเอียดบนหน้าปัดให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เมื่อพลิกไปที่ฝาหลังแบบโปร่งแสง จะพบกับงานแกะสลักด้วยมืออันอ่อนช้อยในลวดลายดอกไม้และเส้นสายคล้ายลูกไม้ ซึ่งถือเป็นงานศิลปะชั้นสูงที่ช่วยเติมเต็มความโรแมนติกให้กับกลไกจักรกลระดับตำนานได้อย่างสมบูรณ์ 

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ชื่อรุ่น: SPEED OF SOUND (ผลิตจำกัดสีละ 3 เรือน ดำ ส้ม เขียว)
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 (Grade 5 Titanium) ขัดเงาและปัดด้าน ขนาด 40.7 มิลลิเมตร
  • หน้าปัด: ลายกิโยเช่ (Guilloché) พร้อมวงหน้าปัดย่อยทำจากอุกกาบาตอาเลอไท (Aletai Meteorite) กระจกหน้าปัดแซฟไฟร์ทรงโดม (Box type) พร้อมเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน 
  • กลไก: คาลิเบอร์ Valjoux 88 แบบจับเวลาไขลาน (Hand-wound Chronograph)
  • ฟังก์ชัน: ชั่วโมง นาที วินาทีเล็ก จับเวลา 30 นาที และข้างขึ้น-ข้างแรมที่ประดับอุกกาบาตดวงจันทร์ ความถี่ 18,000 ครั้งต่อชั่วโมง (vph) พร้อมพลังงานสำรอง 40 ชั่วโมง
  • สาย: ยางขึ้นรูป (Preformed Rubber) พร้อมตัวล็อกแบบบานพับ “Fleur de Lys”

อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่:

CHANEL เผยโฉมใหม่ของบูติกสาขาเอ็มควอเทียร์ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สานต่อตำนาน การกลับมาของ CHANEL PREMIÈRE GALON ที่ผสมผสานความคลาสสิกและนวัตกรรมได้อย่างลงตัว
Chanel Première Ribbon Red การคืนชีพของตัวเรือนไอคอนในโทนสีแดงสุดคลาสสิค

Share post:

More like this

ฉลอง 145 ปีแห่งตำนาน สัมผัสความสง่างามของสีม่วงเอโดะ ผ่าน 3 เรือนเวลารุ่นพิเศษจาก Seiko

ฉลองครบรอบ 145 ปีการก่อตั้งแบรนด์ด้วยคอลเลกชันพิเศษ "Edo Purple" นำเฉดสีม่วงเอโดะอันเป็นตำนานแห่งกรุงโตเกียวมารังสรรค์บน 3 เรือนเวลารุ่นยอดนิยม Prospex Alpinist, Presage Cocktail Time GMT และ 5 Sports SKX

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก

สัมผัสความสดชื่นแห่งฤดูร้อน ผ่านประกายแสงตกกระทบบน 3 เรือนเวลาใหม่จาก Seiko Presage Cocktail Time

ต้อนรับฤดูร้อนด้วย 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดจาก Seiko Presage Cocktail Time ‘Spring & Summer’ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันยามต้องแสงไฟสปอร์ตไลต์ของค็อกเทล สู่หน้าปัด Crushed Ice อันสะกดสายตาบนข้อมือ

นาฬิกาพกกำลังกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง แต่เราเคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนแล้วไม่ใช่หรือ?

คำแนะนำของเราคือ จงโอบรับกระแสนี้ในฐานะการชื่นชมศาสตร์แห่งเรือนเวลา มากกว่าการตามแฟชั่น เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของนาฬิกาพกอยู่ที่คุณค่าทางประวัติศาสตร์ งานช่างฝีมือ และความซับซ้อนทางกลไกอันน่าทึ่ง WORDS: Nick Scott นาฬิกาพก แผ่นเสียงไวนิล เครื่องพิมพ์ดีด...