6 เรือนใหม่ที่ชุบชีวิตตำนานยุคดิสโก้และอาเขต สาดพลังนีออนสะท้อนแสงเต็มพิกัด
นาทีนี้ไม่มีแบรนด์ไหนที่จะถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยุค 80s และ 90s ได้เท่า Swatch อีกแล้ว เพราะสีสันจัดจ้านคือ DNA ที่สะท้อนความสนุกสนาน ความสดใส และสไตล์ที่กล้าท้าทายอย่างมีเอกลักษณ์ และในปีนี้ Swatch ก็ได้กลับมาสร้างความตื่นเต้นอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Swatch NEON Collection บทใหม่ ที่แฟนๆ ต้องกรี๊ดกับพลังสีนีออนสะท้อนแสงสุดจี๊ดและเอนเนอร์จี้การดีไซน์แบบจัดเต็ม
คอลเลกชันนี้ได้แรงบันดาลใจจากนาฬิกา Swatch ไอคอนิกในยุคอะนาล็อกที่ชวนให้นึกถึงความทรงจำตั้งแต่ม้วนวิดีโอ VHS ไปจนถึงตู้เกมอาเขต โดยเป็นการนำดีไซน์ในตำนานจาก Archive กลับมาเล่าใหม่ในแบบฉบับร่วมสมัย พร้อมอัปเกรดให้ฟอร์มสวยขึ้น ดีเทลใหม่จัดเต็ม และบางรุ่นยังมาพร้อมฟีเจอร์ SwatchPAY!* ที่ชาร์จพลังให้สไตล์ฟิลกู๊ดแบบเต็มขั้น
เจาะลึก 6 เรือนใหม่ที่ชุบชีวิตตำนานจากยุค 80s และ 90s
การเปิดตัวครั้งล่าสุดนี้มาพร้อมกันถึง 6 เรือนใหม่ ที่หยิบโมเดลยอดนิยมจากยุค 80s และ 90s กลับมาตีความใหม่ในแบบที่จัดจ้านและโดดเด่นกว่าเดิม

เริ่มจาก SWATCH NEON FLUMOTIONS รุ่นนี้ได้แรงบันดาลใจจากรุ่น FLUMOTIONS ในตำนานที่เปิดตัวเมื่อปี 1988 กลับมาคราวนี้ในเคส SKIN CLASSIC ที่บางเฉียบ แต่ยังคงเปล่งพลังด้วยโทนสีนีออนเต็มแม็กซ์ มอบความรู้สึกวินเทจที่ทันสมัยอย่างลงตัว
ถัดมาที่ SWATCH NEON SIGNAL FLAG เป็นการตีความใหม่ของรุ่น SIGNAL FLAG (ปี 1990) เพิ่มดีกรีความมันส์ด้วยพาเล็ตต์สีนีออน ส้ม เหลือง และเขียว ที่ถูกเร่งให้จัดจ้านชัดกว่าเดิม สาดพลังสีแบบ non-stop ที่พร้อมจะสะกดทุกสายตา


รุ่นต่อมาคือ SWATCH NEON EMERALD CHRONO รุ่นนี้เป็นการตีความใหม่ของ EMERALD DIVER (ปี 1986) และยังเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในรูปแบบ โครโนกราฟ เต็มรูปแบบ โดยผสมผสานความแม่นยำของการบอกเวลาแบบคลาสสิกเข้ากับโทนสีจัดจ้านสไตล์ยุค 80s และ 90s ได้อย่างลงตัว
มาต่อกันที่ SWATCH NEON SKYCHART การคิดใหม่ของรุ่น SKYCHART (ปี 1991) เวอร์ชันใหม่นี้ยังคงเก็บหน้าต่างแสดงวันที่อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ แต่กลับมาอีกครั้งในสีใหม่ที่สะดุดตาอย่าง เขียวไฟฟ้า ม่วงเข้ม และน้ำเงินเข้ม เป็นการวิวัฒนาการดีไซน์ไอคอนิกที่น่าสนใจ


สำหรับ SWATCH NEON SEPPIA นี่คือการรีมิกซ์จากรุ่น SEPPIA (AQUACHRONO ปี 1994) ที่กลับมาในเคส BIG BOLD ขนาด 47 มม. ที่ดูทรงพลัง พร้อมสายนาฬิกาลุคเข้มเท็กซ์เจอร์หนักแน่น แต่เติมลูกเล่นด้วยสีนีออน ชมพู เขียว และเหลือง เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเข้มกับความสดใส
ปิดท้ายด้วย SWATCH NEON HIELO รุ่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก HIELO รุ่นที่เปิดตัวในปี 1993 โดยถูกสร้างสรรค์ใหม่ที่ท้าทายสิ่งเดิมๆ จากเคส 25 มม. สู่เคส 47 มม. พร้อมบูสต์ให้จัดจ้านกว่าเดิม ทำให้เป็นรุ่นที่โดดเด่นสะดุดตาทุกครั้งที่สวมใส่

นาฬิกาทั้ง 6 เรือนใหม่จาก Swatch NEON Collection วางขายแล้ววันนี้เป็นต้นไป ทาง Swatch.com และร้าน Swatch ทั่วโลก
*ฟีเจอร์ SwatchPAY! สามารถใช้งานได้เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น
ข้อมูลทางเทคนิค
| ชื่อรุ่น | แรงบันดาลใจ (ปีเดิม) | ตัวเรือน | หน้าปัด / ฟังก์ชันหลัก | กลไก/ฟีเจอร์ |
| NEON FLUMOTIONS | FLUMOTIONS (1988) | SKIN CLASSIC (บางเฉียบ) | บอกเวลา 3 เข็ม โทนสีนีออน | ควอตซ์ (Quartz) |
| NEON SIGNAL FLAG | SIGNAL FLAG (1990) | Standard Swatch | บอกเวลา 3 เข็ม สี ส้ม/เหลือง/เขียว นีออน | ควอตซ์ (Quartz) |
| NEON EMERALD CHRONO | EMERALD DIVER (1986) | Standard Swatch | โครโนกราฟ เต็มรูปแบบ สีเขียวนีออน | ควอตซ์ (Quartz) |
| NEON SKYCHART | SKYCHART (1991) | Standard Swatch | บอกเวลา 3 เข็ม + วันที่ สีเขียว/ม่วง/น้ำเงิน | ควอตซ์ (Quartz) |
| NEON SEPPIA | SEPPIA (AQUACHRONO, 1994) | BIG BOLD (47 มม.) | บอกเวลา 3 เข็ม สี ชมพู/เขียว/เหลือง นีออน | ควอตซ์ (Quartz), SwatchPAY!* |
| NEON HIELO | HIELO (1993) | 47 มม. (ปรับจาก 25 มม.) | บอกเวลา 3 เข็ม โดดเด่นด้วยขนาดใหญ่ | ควอตซ์ (Quartz), SwatchPAY!* |
หมายเหตุ: วัสดุตัวเรือนส่วนใหญ่เป็นพลาสติกหรือวัสดุชีวภาพ (Bio-sourced) ตามมาตรฐาน Swatch | กลไก เป็นระบบควอตซ์ทั้งหมด | SwatchPAY! ใช้งานได้เฉพาะในบางประเทศ
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre เปิดตัวนาฬิกา Reverso Tribute Enamel ‘Horse’ รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 10 เรือนทั่วโลก
CHANEL เผยโฉมใหม่ของบูติกสาขาเอ็มควอเทียร์ สาขาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
สัปดาห์ยนตรกรรมแห่ง Monterey การเฉลิมฉลองยานยนต์ที่ผสานความคลาสสิกและนวัตกรรม

