ความสำเร็จอีกขั้นของ Ming Thein กับนวัตกรรมและความงามลงตัวอัดแน่นในทุกอณูตัวเรือนแทนทาลัม 35 มม.
WORDS Thor Svaboe
Ming Thein ถือว่าเป็นนักธุรกิจเจ้าของแบรนด์นาฬิกา ผู้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่บรรดาแบรนด์เล็กๆ ต่างใฝ่ฝัน นั่นคือการสร้างสรรค์ผลงานที่เรียกได้ว่ามี “เสน่ห์” ดึงดูดความสนใจของบรรดานักสะสม แม้คำว่าเสน่ห์ดึงดูดใจนี้อาจจะเป็นคำคุ้นหูกันมายาวนานเหลือเกินก็ตา

ทั้งนี้ด้วยบุคลิกของเจ้าตัวที่เป็นมิตรและเข้าถึงง่าย ไม่เพียงส่งเสริมให้ Ming Thein ครองใจคนรักนาฬิกาไว้ได้เหนียวแน่น ท่ามกลางกระแสความนิยมในวงการนาฬิกาที่ผันผวนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่เขายังประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลงานใหม่ภายใต้แบรนด์ของตน แม้ช่วงปีที่ผ่านมาจะเป็นช่วงเวลาที่อุตสากรรมนาฬิกาค่อนข้างซบเซา และปี 2025 ก็มีทีท่าว่าจะเป็นปีแห่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสียอีก
เมื่อปีที่แล้ว Ming เปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งช่วยบูรณาการกระบวนการผลิตได้อย่างครบวงจร พร้อมเปิดตัว Ming 37.02 Minimalist ซึ่งถือเป็นรุ่นแรกจากฐานการผลิตแห่งใหม่ เป็นนาฬิกาขวัญใจคนรักความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลที่เข้าถึงง่าย จัดจำหน่ายโดยไม่ต้องพรีออเดอร์ และเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำ Ming 37.09 Bluefin ที่คว้ารางวัลอันทรงเกียรติจากเวที GPHG มาเป็นเครื่องการันตี ความสำเร็จล้นหลามของ Ming Thein ในปีที่ผ่านมา
ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยากและท้าทายในแวดวงธุรกิจนี้ ช่วยยกระดับบรรทัดฐานของแบรนด์ขึ้นไปอีกขั้น พร้อมๆ กับความคาดหวังที่มีต่อผลงานที่เปิดตัวใหม่ในปี 2025 ที่สูงลิ่วเป็นเงาตามตัว และแบรนด์ก็ไม่ทำให้แฟนนาฬิกาต้องผิดหวังเลย และถ้าจะพูดให้ถูก Project 21 นี้ เรียกได้ว่าเป็นผลงานที่ทำถึง เหนือความคาดหมายของเราเลยก็ว่าได้
ขอแนะนำ Project 21
แม้ว่ารุ่น 37.02 จะเป็นสุดยอดเรือนเวลาสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และอยู่ในลิสต์ของผมในปีนี้ แต่ผลงานของ Ming ก็ยังมีอีกมุมหนึ่งที่เน้นความวิจิตรบรรจง ซึ่งน่าสนใจไม่แพ้กัน อย่างเช่นรุ่น 37.04 Rose Gold มาพร้อมกับหน้าปัดแต่งลวดลาย Comblemine guilloche เป็นต้น นาฬิกาเหล่านี้ถูกจัดอยู่ในหมวด Special Projects Cave บนเว็บไซต์หน้าแรกของแบรนด์ เป็นการนำเสนอผลงานสไตล์มินิมอลที่เราคุ้นเคย แต่สอดแทรกทักษะฝีมือในการตกแต่ง ซึ่งยกระดับผลงานไปอีกขั้น
ที่สำคัญคือ Project 21 Series เป็นุรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่ผลิตแค่ 15 เรือนเท่านั้น โดยมีราคาที่สูงกว่ารุ่น 37.02 ถึงสิบเท่าอย่างไร้ข้อกังขา เป็นผลงานชิ้นเอกที่ถือกำเนิดขึ้นได้ด้วยความเชี่ยวชาญและความร่วมมือจากหลายฝ่าย และอยู่เหนือสุดในบรรดาผลงานนาฬิกาชั้นสูงที่สวยงามเป็นที่จดจำของแบรนด์ Ming Thein ได้อย่างไม่ยากเย็น

“หาก Ming Thein สามารถออกแบบนาฬิกาสำหรับตัวเองได้โดยไม่มีข้อจำกัดเรื่องขนาด วัสดุ หรือกลไกที่มีอยู่แล้ว ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร และถ้าหากทำได้จริง จะสามารถผลิตออกมาเป็นรุ่นลิมิเต็ดสำหรับนักสะสมที่อยู่ภายในงานนี้โดยเฉพาะได้หรือไม่”
และผลลัพธ์จากคำท้าครั้งนี้ก็คือ Project 21 ที่เปิดตัวและผลิตให้กับยอดนักสะสมจำนวน 10 คน หลังจากที่ผ่านกระบวนการออกแบบอันยาวนาน และในวันนี้ คนรักนาฬิกาก็ได้มีโอกาสสัมผัสกับ 15 เรือนเวลารุ่นพิเศษ เวอร์ชันที่เป็นการกลับมาพร้อมหน้าปัดใหม่ล่าสุด กลไกระดับตำนานที่มีความบางเฉียบและรูปลักษณ์ที่สะท้อนตัวตนใหม่อย่างสิ้นเชิง
พลิกตำนานบทใหม่ของ Frederic Piguet Caliber 21
จนกระทั่งเมื่อแบรนด์ Piguet ในขณะนั้น ควบรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของ Swatch Group กลไกที่ว่าและบรรดากลไกรุ่นน้องๆ ที่พัฒนาขึ้นในลำดับถัดมา ก็ถูกนำไปใช้โดยแบรนด์หรูหลายแบรนด์ไม่ว่าจะเป็น Patek Philippe, Audemars Piguet, Vacheron Constantin, Jaeger-LeCoultre, Blancpain, Cartier และอีกมากมาย เรียกได้ว่าเป็นกลไกสำคัญของวงการนาฬิกามาอย่างยาวนาน และ Ming Thein ก็อยากสร้างนาฬิกาโดยใช้กลไกสุดคลาสสิกนี้ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีความทันสมัยขึ้น

Ming กล่าวว่า “ผมมองว่าอยากนำกลไกวินเทจอย่าง Frederic Piguet cal. 21 มาปรับโครงสร้างใหม่ เปลี่ยนสะพานจักรหรือบริดจ์เสียใหม่ โดยให้หนึ่งในนั้นใช้วัสดุไทเทเนียมเพื่อแมทช์กับสีของหน้าปัด ฉลุโปร่งแบบสเกเลตันเพื่อโชว์เฟืองจักรที่อยู่ภายใน และฝังอัญมณีลงช่องที่ทำไว้โดยเฉพาะ ซึ่งเราได้พารท์เนอร์อย่าง TitAl SA และ Mathis Horlogerie มาช่วยปรับเปลี่ยนในเรื่องพวกนี้ ส่วนบริดจ์แต่ละชิ้นเราตกแต่งลบเหลี่ยมขัดเงา และขัดพ่นทรายอย่างประณีต เช่นเดียวกับเทคนิคการขัดแต่งพื้นผิวที่เราใช้ในกลไกรุ่นอื่นๆ”



ตัวเรือนขนาด 35 มม. ของรุ่น Project 21 เป็นผลงานจากความร่วมมือของสองผู้เชี่ยวชาญ ทั้ง Alternative Horological Alliance และ Josh Shapiro จากสหรัฐอเมริกา ที่ได้รับโจทย์สุดท้าทายในการร่วมกันพัฒนาตัวเรือนนาฬิการุ่นนี้ขึ้น โดยใช้โลหะแทนทาลัมเพียงชิ้นเดียว (monobloc)
ตัวเรือนได้รับการขัดแต่งพื้นผิวทั้งหมดสามแบบด้วยกัน การขัดเงาวาวบริเวณขอบตัวเรือนด้านในที่ติดกับหน้าปัด ตัดกับการขัดแต่งผิวแบบวงกลมบนขอบตัวเรือนทรงเว้าไปจรดพื้นผิวด้านบนของขาฬิกา และขนาบด้วยการขัดแต่งผิวแบบพ่นทรายบนขอบตัวเรือนที่ออกแบบมาให้ดูเรียบลื่นไม่มีสะดุด
ลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Ming ยังคงปรากฏอยู่ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น รูปทรงของตัวเรือนที่ลื่นไหล และรูปทรงขานาฬิกาที่บานออก แต่ทุกรายละเอียดได้รับการปรับแต่งให้เบาบาง เรียบง่าย เพื่อให้หน้าปัดและกลไกเป็นสิ่งที่โดดเด่นที่สุดได้เป็นอย่างดี พอๆ กับที่ทุกองค์ประกอบในตัวเรือนซึ่งหนาเพียง 6.9 มม. สามารถสื่อสารเสน่ห์เฉพาะตัวของแบรนด์ได้อย่างงดงามไร้ที่ติ

หน้าปัดนาฬิกาก็มีความพิเศษไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งลวดลายที่ประณีตสะกดสายตา บนพื้นผิวทองคำโรสโกลด์ 5N แม้จะมีความบางเฉียบสุดๆ แต่แท้จริงแล้วประกอบไปด้วยหน้าปัดสองชิ้น หนึ่งในนั้นตกแต่งพื้นผิวเป็นลายริ้วเล่นระดับอยู่ภายในเนื้อแก้วบาโรซิลิเกต ใส แกร่ง อันเป็นผลงานของพันธมิตรด้านเทคโนโลยีของ Ming อย่าง FEMTOprint โดยหน้าปัดส่วนนี้ยึดโยงอยู่เหนือฐานหน้าปัดวัสดุทองเหลืองเคลือบ CVD ที่มีความหนาเพียง 400 ไมครอน กลึงพื้นผิวให้เข้ากับลายเส้นของแผ่นหน้าปัดด้านบน และเช่นเดียวกับที่เราเคยเห็นมาก่อนหน้านี้
ขีดเครื่องหมายบ่งบอกเวลาต่างๆ ใช้เทคนิคสลักลงบนกระจกเคลือบ AR โดยเข็มนาฬิกาฉลุโปร่งแบบสเกเลตัน ขัดแต่งพื้นผิวและออกแบบรูปทรงให้ลาดเอียงด้านข้าง ดูมีมิติ ด้วยโครงสร้างที่มีความบาง สะอาดตา ในแบบนาฬิกา dress watch ที่เหมาะสำหรับชุดสูท ชุดสุภาพ หรือโอกาสที่เป็นทางการ นาฬิการุ่นนี้จึงไม่ได้รับการเติมแต่งสารเรืองแสงลงในองค์ประกอบใดๆ เลย ยิ่งทำให้ Project 21 กลายเป็นผลงานรุ่นพิเศษที่แตกต่างจากนาฬิการุ่นอื่นๆ ของ Ming

ขอปิดท้ายด้วยถ้อยคำจากตัวของ Ming Thein เอง ที่สรุปเรื่องราวของ Project 21 ได้อย่างครบถ้วนว่า “ผมมักมองหาความสมดุลในการออกแบบอยู่เสมอ และ Project 21 ก็น่าจะเป็นผลลัพธ์ที่ลงตัว ถ่ายทอดมุมมองของผมไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุดในวันนี้ครับ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูบาง เรียบหรู แต่สัมผัสแล้วให้ความรู้สึกที่มั่นคง หนักแน่น ตัวเรือนดูเหมือนค่อนข้างเล็ก แต่สวมขึ้นข้อแล้วดูเต็มและใหญ่กว่าที่เห็น ดูออกไปทางวินเทจ แต่ก็มีดีไซน์ล้ำสมัยที่สะท้อนความล้ำหน้าของเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน”
ข้อมูลเชิงเทคนิคของนาฬิกา Ming 21.02 ‘Project 21’
กลไก: Frederic Piguet Cal. 21 ไขลานด้วยมือ สำรองพลังงาน 38 ชั่วโมง
ฟังก์ชัน: ชั่วโมงและนาที
ตัวเรือน: ขนาด 35มม. × 6.9มม. วัสดุแทนทาลัม กันน้ำได้ที่ความลึก 50 เมตร
หน้าปัด: กระจก Femtoprint-fused borosilicate ที่มีช่องว่างเหนือฐานทองเหลืองเคลือบ CVD
สาย: สายหนังลูกวัวจาก Jean Rousseau Paris
การผลิตและจัดจำหน่าย: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 15 เรือน
ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง
ที่มา: Revolutionwatch

