ภาคต่อลำดับที่สามของการคอลแลปสุดฮิตระหว่าง Oris และ The Muppets ที่ครั้งนี้พกเอาความป่วนและความประหลาดใจมาแบบจัดเต็ม

สานต่อความสำเร็จอันล้นพ้นจากผลงานคอลลาโบเรชันก่อนหน้าอย่าง Kermit และ Miss Piggy ในครั้งนี้ Oris กลับมาร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ The Muppets เป็นครั้งที่สาม และตัวละครที่ได้รับเลือกให้มาวาดลวดลายบนเรือนเวลาครั้งล่าสุดก็คือ เอเลี่ยนสตันท์แมนสุดเพี้ยนและขวัญใจแฟนๆ ทั่วโลกอย่าง Gonzo the Great

นาฬิการุ่นที่ได้รับเลือกมาเป็นเวทีปลดปล่อยความเพี้ยนท้าความตายของ Gonzo ก็คือ ProPilot X นาฬิกาตัวเรือนไทเทเนียมดีไซน์ร่วมสมัย ซึ่งยังคงยึดแนวทางเดิมของคอลเลกชัน Muppets Collab เช่นเดียวกับรุ่นก่อนหน้า ทว่าผลงานชิ้นนี้นับเป็นโปรเจกต์ที่เล่นใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา และเราไม่ได้หมายถึงแค่ขนาดตัวเรือนที่ขยายใหญ่ขึ้นเป็น 44 มิลลิเมตร เท่านั้น
Oris แสดงชั้นเชิงอันชาญฉลาดในการสร้างสรรค์นาฬิการ่วมกับคาแรกเตอร์ตระกูล Muppets เพราะหากเป็นแบรนด์อื่น ก็อาจจะต้านทานเสน่ห์ไม่ไหวและเลือกที่จะสกรีนภาพ Kermit หรือผองเพื่อนไว้ตรงกลางหน้าปัดเด่นหราเพื่อเน้นย้ำการคอลลาโบเรชันให้สะดุดตาที่สุด ทว่า Oris กลับเลือกใช้วิธีบอกเล่าถึงความบันเทิงอันเป็นที่รักนี้ด้วยท่วงท่าที่สบายๆ และแนบเนียนกว่า แม้โทนสีเขียวของ Kermit จะชัดเจนจนไม่มีทางพลาด แต่ตัวเจ้ากบเองกลับปรากฏตัวอยู่แค่ในจานดิสก์แสดงวันที่เท่านั้น ส่วน Miss Piggy แทบจะไม่ยอมเผยโฉมบนหน้าปัดเลยด้วยซ้ำ มีเพียงเฉดสีชมพูประจำตัวกับเพชรเม็ดเดียวก็เพียงพอที่จะส่งสัญญาณถึงตัวตนของเธอ


และเรื่องราวเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับ Gonzo หน้าปัดแบบสเกเลตัน (Skeletonised Dial) ถูกแต่งแต้มด้วยสายรุ้งแห่งเฉดสีประจำตัวของเขาอย่างมีชีวิตชีวา แต่หากมองผ่านๆ ในแวบแรก คุณจะหาจมูกยาวๆ อันเป็นเอกลักษณ์ของเขาไม่เจอเลยสักนิด สิ่งที่เราได้เห็นแทนคือ พริกชี้ฟ้า (Chilli Pepper) ที่ทำหน้าที่เป็นเข็มระบุพลังงานสำรอง (Power Reserve Indicator) ซึ่งแฟนพันธุ์แท้จะจำได้ทันทีว่าเป็นลวดลายบนเสื้อเชิ้ตของเขา พร้อมสเกลวัดพลังงานสำรองที่นับเป็นหน่วย ‘GREAT’ Days เพื่อล้อไปกับฉายา Gonzo the Great ของเขา ทว่าตัวตนจริงๆ ของ Gonzo กลับซ่อนอยู่อย่างมิดชิดจนหาตัวจับได้ยากยิ่ง

แม้ตัวเขาจะไม่ ได้อยู่บนหน้าปัด แต่เราก็มองเห็นเขาได้จากทางฝั่งหน้าปัดอยู่ดี เพราะในสิ่งที่น่าจะเป็นหนึ่งในตัวอย่างการทำ Co-branding ที่สร้างสรรค์และล้ำที่สุดเท่าที่วงการนาฬิกาเคยมีมา Gonzo จะปรากฏตัวขึ้นภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ โดยถูกเลเซอร์แกะสลักลงบนลานหลัก (Mainspring) ของกลไก Calibre 115 โดยตรง

ตามปกติแล้วการทำแบบนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่เนื่องจากกระปุกตลับลานของนาฬิการุ่นนี้สามารถมองเห็นได้จากทางฝั่งหน้าปัด ประกอบกับขนาดที่ค่อนข้างใหญ่โต (เพราะการสำรองพลังงานยาวนานถึง 10 วัน จำเป็นต้องใช้ตลับลานขนาดใหญ่เป็นพิเศษ) จึงทำให้มีพื้นที่มากพอจะปล่อยให้เจ้าตัวเล็กคนนี้ได้อวดโฉม แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นตลอดเวลา เพราะกระปุกลานจะต้องถูกไขจนเต็มเปี่ยมเท่านั้น Gonzo ถึงจะโผล่มาทายทัก และถ้าพูดถึงกิมมิกหรือ Easter Egg ในโลกนาฬิกาแล้ว นี่นับเป็นกิมมิกที่โคตรเจ๋งและแยบคายสุดๆ
การคอลแลบกับแฟรนไชส์ที่เป็นรักของคนทั่วโลกอย่าง The Muppets ถือเป็นพื้นที่ที่ท้าทายไม่น้อย ข้อดีคือการได้เข้าถึงกระแสความหลงใหลและความทรงจำอันแสนอบอุ่นในอดีตของผู้คนอย่างลึกซึ้ง แต่แน่นอนว่ามันก็มาพร้อมกับความเสี่ยง เพราะความตื่นเต้นและเสน่ห์แรกเริ่มอาจเลือนหายไปได้อย่างรวดเร็ว หากตกหลุมพรางของการออกรุ่นใหม่ๆ ที่เหมือนเดิมซ้ำไปซ้ำมา ซึ่งมีแต่จะลดทอนคุณค่าและผลตอบแทนของทั้งสองฝ่าย

แต่น่าประทับใจที่ Oris สามารถหลบหลีกปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแยบคาย ด้วยการเปลี่ยนสไตล์และกิมมิกการนำเสนอของเรือนเวลาตระกูล Muppets ในทุกๆ ครั้ง โดยสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ที่ยังคงสะท้อนตัวตนของคาแรกเตอร์และดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างลงตัว แม้จะไม่แปลกใจเลยที่ Oris ยังคงเก็บอุบรายละเอียดของรุ่นถัดไปไว้เป็นความลับในตอนนี้ แต่ส่วนตัวแล้ว ผมตั้งหน้าตั้งตารอการมาถึงของ Fozzie Bear อยู่เลย… Waka Waka!
ข้อมูลทางเทคนิค Oris ProPilot X Gonzo Edition
- ตัวเรือน: ไทเทเนียม ขนาด 44 มม. × 52 มม. หนา 12.6 มม. กันน้ำได้ลึก 100 เมตร
- หน้าปัด: แบบสเกเลตัน (Skeletonised) แต่งแต้มด้วยเฉดสีฟ้า แดง และเหลือง มาพร้อมเข็มระบุพลังงานสำรองดีไซน์พริกชี้ฟ้า (Chilli Pepper) และสเกล ‘GREAT’ Days
- ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง, นาที, วินาที และสเกลระบุพลังงานสำรองแบบ Non-linear
- กลไก: กลไกไขสลักอินเฮาส์ Oris Calibre 115 โดดเด่นด้วยตลับลานเลเซอร์แกะสลักรูป Gonzo (ปรากฏเมื่อไขลานเต็ม) สำรองพลังงานยาวนานถึง 10 วัน (240 ชั่วโมง)
- สายนาฬิกา: สายไทเทเนียมพร้อมตัวล็อคแบบบานพับสิทธิบัตรของ Oris
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Gerald Charles เผยโฉมเรือนเวลารุ่นพิเศษ Masterlink Atelier Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละ 25 เรือนทั่วโลก
ถอดโครโนกราฟออกจาก Chronomaster นี่คือนาฬิกาสามเข็มรุ่นล่าสุดจาก Zenith
Bremont Terra Nova Jumping Hour รุ่นใหม่ ก้าวล้ำเหนือชั้นกว่าเคย

