Bremont ยกระดับเรือนเวลา Jumping Hour สู่ขนาด 35 มม. โดดเด่นด้วยพื้นผิวแบบ Frosted และกลไก Caliber BC634
- Bremont ปรับขนาดตัวเรือน Terra Nova Jumping Hour ให้ลงตัวยิ่งขึ้น ด้วยเรือนเวลาขนาด 35 มิลลิเมตร ถึง 4รุ่น พร้อมเสริมทัพด้วยเวอร์ชันขนาด 40.5 มิลลิเมตร ในเฉดสีแดงเบอร์กันดี
เมื่อ Bremont เปิดตัว Terra Nova Jumping Hour เป็นครั้งแรกในปี 2025 เรือนเวลารุ่นนี้ได้สร้างปรากฏการณ์ความนิยมอย่างล้นหลาม แม้ว่าจะฉีกกรอบและแตกต่างจากผลงานทั้งหมดที่เคยมีมาของแบรนด์นาฬิกาสัญชาติอังกฤษแบรนด์นี้ก็ตาม ซึ่งนับแต่นั้นเป็นต้นมา Bremont ได้ทยอยเปิดตัวเวอร์ชันต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงรุ่นผลิตจำนวนจำกัด (Limited Editions) ทว่าในปี 2026 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาแห่งการขยายไลน์เรือนเวลาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ด้วยการเผยโฉมเรือนเวลารหัสใหม่ถึง 5 รุ่น ในช่วงสัปดาห์งาน Geneva Watch Days เดือนกันยายน
การเปิดตัวขนาดตัวเรือนใหม่ที่ 35 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มความหลากหลายและเปิดกว้างในการสวมใส่ (Inclusive) โดยออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลในเรือนเวลารูปทรงกะทัดรัดโดยเฉพาะ ตัวเลือกใหม่ในคอลเลกชันหลักมีตั้งแต่รุ่นพื้นฐานอย่าง Terra Nova 35 Jumping Hour ในตัวเรือนสแตนเลสสตีล 904L ที่วางตำแหน่งช่องมองตัวเลขชั่วโมงไว้ ณ 12 นาฬิกา และช่องมองนาที ณ 6 นาฬิกา ไปจนถึงรุ่นขนาด 35 มิลลิเมตร ที่เพิ่มเข็มวินาทีกลางหน้าปัด พร้อมโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีแดงเบอร์กันดีเคลือบเงาเล่นแสงปัดซันเรย์ (Sunray Lacquer) ประดับหลักชั่วโมงรูปดาวและจุด (Star-and-dot Markers) รวมถึงรุ่นขนาดดั้งเดิม 40.5 มิลลิเมตร ในเฉดสีแดงเบอร์กันดีเข้าชุดกัน ซึ่งจัดวางช่องมองชั่วโมงและนาทีไว้ ณ ตำแหน่ง 9 นาฬิกา



ในส่วนของเรือนเวลาที่สะท้อนเสน่ห์อันอ่อนหวานและเป็นผู้หญิงยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เราแทบไม่เคยเห็นมาก่อนจากยุคใหม่ของ Bremont ก็คือรุ่นผลิตจำนวนจำกัดอย่าง 35mm Frosted Pink ที่มาพร้อมหน้าปัดสีชมพูโรสโกลด์ปัดลายซันเรย์ (Rose Sunray Dial) ประดับเพชรแท้กระจายเรียงร้อยเป็นหลักชั่วโมงอย่างมีชั้นเชิง จับคู่กับสายหนังนูบัคสีเบบี้พิงก์ (Baby Pink Nubuck Strap) ได้อย่างลงตัว

ไฮไลต์อันเป็นที่สุดคงต้องยกให้ Terra Nova 35 Jumping Hour Frosted ผลงานผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนทั่วโลก โดยพื้นผิวด้านหน้าของตัวเรือนสตีลและขานาฬิกาได้รับการตกแต่งด้วยลวดลายฟรอสต์ (Frosted Pattern) ที่มีความละเอียดประณีตสูงจนส่องประกายระยิบระยับราวกับละอองเพชร (Diamond Dust) ตัดด้วยขอบตัวเรือนแบบขัดเงาเพื่อเบรกประกายและเพิ่มมิติทางทัศนวิสัย ช่องมองตัวเลขชั่วโมงและนาทียังคงวางตำแหน่งไว้ ณ 12 และ 6 นาฬิกาอย่างลงตัว
ขณะที่โลโก้ Wayfinder ถูกแทนที่ด้วยแผ่นป้าย “Plaque” บริเวณส่วนล่างของหน้าปัดที่สลักชื่อแบรนด์ Bremont ไว้อย่างสง่างาม เรือนเวลานี้จับคู่มากับสายหนังนูบัคสีเทา และมีความบางเพียง 8.9 มิลลิเมตร เผยทิศทางของสไตล์ที่เอนเอียงเข้าสู่ความเป็นนาฬิกาเดรส (Dress Watch) อย่างเต็มภาคภูมิ

ทั้ง 5 เรือนเวลานี้ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก Caliber BC634 (ซึ่งมีพื้นฐานมาจาก Sellita) มาพร้อมพลังงานสำรองที่ยาวนาน 56 ชั่วโมง โดยความพิเศษของกลไกนี้คือความสามารถในการดีดเปลี่ยนตัวเลขชั่วโมงได้อย่างฉับไวด้วยเวลาน้อยกว่า 1 ใน 10 วินาที
ข้อมูลทางเทคนิค
- ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล 904L ขนาด 35 มม. × 40.93 มม. หนา 8.9 มม. ตกแต่งลวดลาย Frosted กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด/การแสดงผล: ดีไซน์หน้าปัดปิดแบบ Frosted, จานแสดงชั่วโมงสีขาวพร้อมตัวเลข Super-LumiNova สีดำ, จานแสดงนาทีสีขาวพร้อมตัวเลขสีดำ ติดตั้ง กระจกแซฟไฟร์แยกชิ้น เหนือช่องมองทั้งสอง พร้อมเลนส์ขยายบริเวณช่องแสดงนาที
- ฟังก์ชั่น: ชั่วโมงกระโดด (Jumping Hours) และนาที (Minutes)
- กลไก: กลไกออโตเมติก Bremont Caliber BC634 สำรองพลังงานได้ 54 ชั่วโมง
- สายนาฬิกา: สายหนังนูบัคสีเทาพร้อมระบบปลดสายเร็ว (Quick-release) เย็บด้ายสีโทนเดียวกัน
- การวางจำหน่าย: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนทั่วโลก
อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Geneva Watch Days 2026: เตรียมพร้อมสำหรับมหกรรมนาฬิกาที่ยิ่งใหญ่ที่สุด พร้อมเขย่าวงการนาฬิกาโลก
เมื่อดารากลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบ มุมมองต่อ Rado True Square Open Heart x Ji Chang-wook
ข้ามขีดจำกัดแห่งอวกาศ Bell & Ross เปิดตัว BR-X5 Meteorite รุ่นใหม่ล่าสุด รังสรรค์จากอุกกาบาตจริง

