ข้ามขีดจำกัดแห่งอวกาศ Bell & Ross เปิดตัว BR-X5 Meteorite รุ่นใหม่ล่าสุด รังสรรค์จากอุกกาบาตจริง

Date:

Bell & Ross ดึงเสน่ห์จากสรวงสวรรค์และจักรวาลมาสู่คอลเลกชัน BR-X5 

ถ้าพูดถึงเทรนด์หลักของวงการนาฬิกาปีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่องอวกาศ ไม่ว่าจะเป็น IWC ที่สร้างนาฬิกากลไกสำหรับเที่ยวบินอวกาศเชิงพาณิชย์ Breitling ที่เปิดตัว Cosmonaute Artemis II หรือ Bremont ที่เตรียมส่งรุ่น Supernova Chronograph ไปดวงจันทร์ และล่าสุด Bell & Ross ก็ร่วมแจมเทรนด์นี้ด้วยเช่นกันในมุมมองที่ต่างออกไป

แม้ตัวเรือน BR-X5 รุ่นใหม่จะไม่ได้ถูกส่งออกไปนอกโลก แต่ตัวหน้าปัดกลับทำมาจากวัตถุที่มาจากอวกาศโดยตรงอย่าง “อุกกาบาตมูโอเนียนลุสตา” (Muonionalusta) จากสวีเดนที่มีอายุราว 4,500 ล้านปี ลวดลายเส้นลวดบนหน้าปัดที่เรียกว่า Widmanstätten เกิดจากปฏิกิริยาความร้อนและการเย็นตัวของเหล็กกับนิกเกิลขณะตกลงสู่พื้นโลก

Bell & Ross BR-X5 Meteorite

ความพิเศษของหน้าปัดเรือนนี้แตกต่างจากหน้าปัดอุกกาบาตทั่วไป เพราะไม่ใช่แค่การนำแผ่นหินอุกกาบาตแผ่นบางๆ มาแปะลงบนฐานทองเหลือง ทว่าเป็นการใช้แผ่นอุกกาบาตแท้แบบชิ้นเดียว (Solid slice) ยึดติดโดยตรงผ่าน ‘ขาหน้าปัด’ (Dial feet) พื้นผิวถูกปกป้องด้วยการเคลือบ PVD พร้อมประดับด้วยหลักชั่วโมงและเข็มทรงแท่ง (Baton hands) ชุบโรเดียม ซึ่งทั้งสองส่วนได้รับการบรรจุสารเรืองแสง Super-LumiNova เอาไว้อย่างครบครัน นอกจากนี้ การจัดวางองค์ประกอบบนหน้าปัดยังสร้างสมดุลได้อย่างลงตัว ด้วยช่องหน้าต่างแสดงวันที่แบบเปิดกว้าง 3 วัน (Triple date window) ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และเข็มชี้ระดับพลังงานสำรองที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา 

กลิ่นอายสไตล์อุตสาหกรรมอันเป็นจุดเด่นของ BR-X5 เข้ากันได้ดีเป็นพิเศษกับหน้าปัดอุกกาบาต เพราะลวดลายผลึกธรรมชาติช่วยเพิ่มมิติและเทกซ์เจอร์ให้ดูมีเสน่ห์ โดยไม่แย่งความเด่นไปจากความเท่ล้ำสมัยของตัวเรือน การขัดลายแปรงสลับขัดเงาบนตัวเรือนช่วยเสริมโทนสีเทาเงินของหน้าปัด ขณะที่สายสแตนเลสสตีลและสายยางสีดำก็ช่วยตอกย้ำการคุมโทนสีในสไตล์ Tone-on-tone ได้อย่างลงตัว 

ข้อมูลทางเทคนิค: Bell & Ross BR-X5 Meteorite
  • กลไก: กลไกออโตเมติก คาลิเบอร์ BR-CAL.323 ผ่านการรับรองความแม่นยำระดับโครโนมิเตอร์จาก COSC สำรองพลังงานได้ประมาณ 70 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที และวินาที หน้าต่างแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (Large date) ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา มาตรวัดพลังงานสำรองที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา
  • ตัวเรือน: สแตนเลสสตีลขัดลายซาตินสลับขัดเงา ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. ความหนา 12.8 มม. เม็ดมะยมแบบขันเกลียวพร้อมบ่าปกป้องเม็ดมะยม (Crown guard) ฝาหลังโปร่งใส แซฟไฟร์ คริสตัล กันน้ำได้ 100 เมตร
  • หน้าปัด: ชิ้นส่วนอุกกาบาตมูโอเนียนลุสตาแท้แบบเต็มชิ้น (Solid Muonionalusta meteorite) หลักชั่วโมงแบบติดนูนชุบโรเดียมแต้มสารเรืองแสง Super-LumiNova สีขาว เข็มโปร่ง (Skeletonised hands) ชุบโรเดียมแต้มสารเรืองแสง Super-LumiNova สีขาว วงแหวนขอบหน้าปัดนาที 60 นาที ขัดลายซาติน
  • สายนาฬิกา: สายสแตนเลสสตีลขัดลายซาตินสลับขัดเงา หรือ สายยางสีดำ บัคเคิลแบบพับวัสดุสแตนเลสสตีล
  • จำนวนการผลิต: ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือนทั่วโลก (Limited edition of 250 pieces)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Blancpain ย้อนเวลา Bathyscaphe สู่ปี 1968 เพื่อฉลองครบรอบ 70 ปี
นิยามใหม่แห่งนาฬิกากีฬา Norqain Independence Skeleton Titanium DLC ดุดัน ละเมียดละไม ด้วยไทเทเนียมรมดำ
Audemars Piguet เปิดคอนเซ็ปต์บูติกแห่งใหม่ ณ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่

Share post:

More like this

เมื่อดารากลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการออกแบบ มุมมองต่อ Rado True Square Open Heart x Ji Chang-wook

พาชมงานออกแบบ Rado True Square Open Heart x Ji Chang-wook ลิมิเต็ด เอดิชัน 987 เรือนทั่วโลก ที่ผสานนวัตกรรมไฮเทคเซรามิกเข้ากับเรื่องราวส่วนตัวของจีชางอุคอย่างลงตัว

Introducing: Peacock เปิดตัว Black Hole III Curved Guilloche Central Tourbillon ผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากสเปซไทม์และแรงดึงดูดของหลุมดำ 

Peacock เผยโฉม Black Hole III นาฬิกาตูร์บิยองกลางหน้าปัดที่ได้แรงบันดาลใจจากหลุมดำ โดดเด่นด้วยหน้าปัดแกะสลัก 3 มิติ วงแหวนไทเทเนียมเผาไฟ และกลไกสำรองพลังงานได้ถึง 120 ชั่วโมง

Blancpain ย้อนเวลา Bathyscaphe สู่ปี 1968 เพื่อฉลองครบรอบ 70 ปี

Blancpain ฉลองครบรอบ 70 ปีให้แก่เรือนเวลาระดับตำนาน ด้วยการเปิดตัว Bathyscaphe 70th Anniversary ถอดแบบความคลาสสิกจากรุ่นปี 1968 ไซส์กะทัดรัด 37.4 มม. ผสานกลไกยุคใหม่ Caliber 1150 ที่สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 100 ชั่วโมง

Introducing: ศาสตร์แห่งงานดีไซน์สไตล์ฝรั่งเศส เมื่อ Version Watches ตีความความงามยุค Midcentury ผ่านเรือนเวลา

Version Watches แบรนด์นาฬิกาอิสระจากฝรั่งเศสเปิดตัวรุ่น V01-LCC โดดเด่นด้วยหน้าปัดตะแกรงกึ่งสเกเลตันขนาด 38 มม. ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรม Bauhaus และรถยนต์คลาสสิก ยุค 70s ขับเคลื่อนด้วยกลไก Sellita SW200-1