เพิ่มความชัดเจนให้อัตลักษณ์ความคลาสสิกด้วยระบบ Monopusher ตัวแรกของคอลเลกชัน, Chronograph Moonphase ปรับสัดส่วนใหม่ และนาฬิกาสามเข็มดีไซน์สดใหม่
นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2005 Master Collection ถือเป็นหนึ่งในคอลเลกชันระดับสัญลักษณ์ของ Longines ที่สะท้อนถึงศาสตร์การประดิษฐ์เรือนเวลาด้วยระบบกลไกตามแบบแผนดั้งเดิม โดยไลน์ผลิตภัณฑ์นี้มีความหลากหลายอย่างมาก ตั้งแต่นาฬิการะบบออโตเมติกแบบสามเข็มที่เรียบง่าย ไปจนถึงโครโนกราฟ ปฏิทิน ฟังก์ชันแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม (Moonphase) ตลอดจนการรวมฟังก์ชันซับซ้อน (Complications) ต่างๆ เข้าด้วยกัน

ในปีนี้ Longines ปรับโฉมคอลเลกชัน Master Collection ครั้งใหญ่ เพื่อสร้างทิศทางภาพลักษณ์ที่คมชัดยิ่งขึ้น หลังจากเปิดตัวดีไซน์เฟสแรกไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งวางมาตรฐานภาษาแห่งงานดีไซน์ใหม่ให้กับรุ่นสามเข็มขนาด 30 มม., 34 มม., 39 มม. และ 41 มม. ไม่ว่าจะเป็นขอบเบเซลแบบโค้งเว้า (Concave bezel) ลวดลายบาร์เลย์คอร์น (Barleycorn) บนหน้าปัดที่ได้รับการตีความใหม่ และสายนาฬิกาดีไซน์ใหม่ ล่าสุด Longines ได้นำ DNA ดังกล่าวมาถ่ายทอดสู่รุ่นโครโนกราฟอีก 2 รุ่น พร้อมเพิ่มตัวเลือกหน้าปัดสีน้ำเงินและรุ่นสองกษัตริย์ (Two-tone) เข้ามาเสริมในไลน์นาฬิกาแบบสามเข็ม
Monopusher รุ่นแรกใน Master Collection
Longines Master Collection Chrono Monopusher ถือเป็นนาฬิการุ่นไฮไลต์ที่สำคัญที่สุดของการปรับโฉมครั้งนี้ ในฐานะนาฬิกาจับเวลาแบบปุ่มเดียว (Single-pusher chronograph) เรือนแรกที่ถูกเพิ่มเข้ามาในตระกูล และยังโดดเด่นด้วยงานออกแบบที่งดงามประณีต

ฟังก์ชันเริ่ม (Start), หยุด (Stop) และเซ็ตศูนย์ (Reset) ทั้งหมด ถูกควบคุมผ่านปุ่มเดียวที่รวมไว้ในเม็ดมะยม บริเวณขอบหน้าปัดล้อมรอบด้วยมาตรวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Pulsometer scale) ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่คำนวณอัตราการเต้นของหัวใจได้จากการจับเวลาจังหวะการเต้นครบ 30 ครั้ง นับเป็นฟังก์ชันพิเศษที่มีรากฐานมาจากนาฬิกาจับเวลาทางการแพทย์ที่แพทย์เคยใช้ในอดีตก่อนยุคระบบมอนิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์
ตัวเรือนสแตนเลสสตีลมาในขนาด 41 มม. ความหนา 12.6 มม. และความยาวจากขาตัวเรือนถึงขาตัวเรือน (Lug-to-lug) 48.6 มม. พร้อมขอบเบเซลทรงเว้า (Concave bezel) ตามภาษาการดีไซน์ใหม่ของคอลเลกชัน จัดวางหน้าปัดย่อยแบบสองวง (Two-register layout) เพื่อความสะอาดตาและเป็นระเบียบ โดยแสดงวินาทีหลักอยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และวงจับเวลา 30 นาทีอยู่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา
ในช่วงเปิดตัวมีให้เลือก 2 หน้าปัด ได้แก่ หน้าปัดสีเงินโอพาลีน (Silver opaline) พร้อมหลักตัวเลขและเข็มชุบโรเดียมเงางาม และ หน้าปัดสีน้ำเงินผิวด้าน (Frosted blue) พร้อมรายละเอียดตกแต่งชุบโรสโกลด์ ทั้งสองแบบโดดเด่นด้วยลายบาร์เลย์คอร์น (Barleycorn) อันเป็นเอกลักษณ์, วงหน้าปัดย่อยขัดลายก้นหอย (Snail-finished) และวงแหวนขอบนอกพ่นทราย (Sandblasted) เพื่อแบ่งสัดส่วนแต่ละพื้นที่บนหน้าปัดอย่างชัดเจน จับคู่มากับสายหนังจระเข้สีเทาแอนทราไซต์หรือสีน้ำตาล พร้อมหัวล็อกแบบพับล็อกที่ปรับระยะได้อย่างละเอียด (Micro-adjustable folding clasp)

หัวใจหลักในการขับเคลื่อนเรือนเวลานี้คือ กลไกไขคอหมุน คาลิเบอร์ L799.5 (Longines manual-winding caliber L799.5) ซึ่งโชว์ความงดงามผ่านฝาหลังแซฟไฟร์โปร่งใส กลไกนี้ทำงานด้วยระบบคอลัมน์วีล (Column-wheel) พร้อมสายใยจักรกรอกซิลิคอน (Silicon balance spring) ที่มีคุณสมบัติต้านทานสนามแม่เหล็ก โดยสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 68 ชั่วโมง
การนำกลไก Monopusher กลับมาใช้ในครั้งนี้ ยังช่วยเชื่อมโยง Master Collection เข้ากับหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของ Longines อีกด้วย เพราะเมื่อย้อนดูคลังจดหมายเหตุของแบรนด์ จะพบว่า Longines เริ่มพัฒนานาฬิกาจับเวลาข้อมือแบบ Monopusher เรือนแรกมาตั้งแต่ปี 1911 ก่อนที่อีก 2 ปีต่อมา (ปี 1913) แบรนด์จะประสบความสำเร็จในการผลิตกลไกขนาดกะทัดรัด คาลิเบอร์ 13.33Z เพื่อใช้นำร่องผลิตนาฬิกาจับเวลาข้อมือแบบซีรีส์ใหญ่เป็นครั้งแรก ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการว่า เป็นหนึ่งในกลไกจับเวลาขนาดเล็กยุคแรกเริ่มที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อนาฬิกาข้อมือโดยเฉพาะ

ข้อมูลทางเทคนิค: Longines Master Collection Chrono Monopusher
- กลไก: กลไกเอกสิทธิ์เฉพาะ Longines คาลิเบอร์ L799.5, ระบบไขคอหมุน (Manual-winding), ระบบจับเวลา คอลัมน์วีล (Column-wheel), สำรองพลังงาน 68 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง, นาที, วินาทีขนาดเล็ก (Small seconds); เข็มจับเวลาวินาทีตรงกลาง, เข็มจับเวลา 30 นาที; มาตรวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Pulsometer)
- ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล ขนาด 41 × 12.6 มม., ความยาว Lug-to-Lug 48.6 มม., กระจกหน้าปัดและฝาหลังโปร่งใส แซฟไฟร์ คริสตัล, กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: ลายบาร์เลย์คอร์น (Barleycorn) สีเงินโอพาลีน (Silver opaline) หรือ สีน้ำเงินผิวด้าน (Frosted blue)
- สายนาฬิกา: หนังจระเข้สีเทาแอนทราไซต์ (Anthracite) หรือ สีน้ำตาล พร้อมหัวล็อกแบบพับปรับระยะละเอียดได้ (Micro-adjustable folding clasp)
Chrono Moonphase ปรับขนาดใหม่เป็น 41 มม.
Longines Master Collection Chrono Moonphase รุ่นใหม่นี้ เป็นการปรับโฉมหนึ่งในกลไกซับซ้อนที่เป็นระดับลายเซ็นของคอลเลกชัน Master Collection โดยมาในขนาดตัวเรือนใหม่ 41 มม. จากเดิมที่มีให้เลือกระหว่างขนาด 40 มม. และ 42 มม. ส่งผลให้รุ่นปรับโฉมใหม่นี้ลงตัวพอดีตรงกลางระหว่างสองขนาดเดิม การเลือกใช้ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 41 มม. เช่นเดียวกับรุ่น Monopusher Chrono ยังช่วยสร้างมาตรฐานขนาดที่สอดคล้องกันและดูทันสมัยยิ่งขึ้นให้กับทั้งสองรุ่น

ตัวเรือนมีความหนา 13.8 มม. และมีความยาวจากขาตัวเรือนถึงขาตัวเรือน (Lug-to-lug) 48.6 มม. โอบล้อมหน้าปัดสีเงินที่ประดับด้วยลวดลายบาร์เลย์คอร์น (Barleycorn) เสริมความโดดเด่นด้วยหลักตัวเลขอารบิกสีน้ำเงินแบบนูน (Applied blue Arabic numerals) ทั้ง 9 ตำแหน่ง และเข็มเหล็กชุบสีน้ำเงิน (Blued steel hands) ปิดท้ายความประณีตบนหน้าปัดด้วยการขัดลายก้นหอย (Snail finishing) รอบวงหน้าปัดย่อยทั้งสามวงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

นาฬิการุ่นนี้ยังคงอัดแน่นด้วยข้อมูลและฟังก์ชันบนหน้าปัดอย่างครบครัน โดยวงหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกาทำหน้าที่บอกวินาทีหลักร่วมกับเข็มแสดงเวลา 24 ชั่วโมง ขณะที่วงหน้าปัดย่อยที่ 12 นาฬิกาได้รวมเข็มจับเวลา 30 นาทีเข้ากับช่องหน้าต่างแสดงวันและเดือน ส่วนที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกา เป็นวงจับเวลารวม 12 ชั่วโมงที่โอบล้อมดิสก์แสดงข้างขึ้น-ข้างแรม (Moonphase) เอาไว้ และปิดท้ายด้วยเข็มชี้ตรงกลางปลายทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว (Half-moon-tipped hand) ที่ทำหน้าที่ชี้บอกวันที่รอบขอบหน้าปัด
ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก คาลิเบอร์ L687.5 (Longines automatic caliber L687.5) พร้อมระบบจับเวลา คอลัมน์วีล (Column-wheel) และสายใยจักรกรอกซิลิคอน สำรองพลังงานได้ยาวนาน 66 ชั่วโมง มาพร้อมตัวเลือกสายหนังจระเข้สีน้ำเงินหรือสายสแตนเลสสตีลดีไซน์ใหม่ ซึ่งทั้งสองแบบติดตั้งหัวล็อกแบบพับที่สามารถปรับระยะได้อย่างละเอียด
ข้อมูลทางเทคนิค: Longines Master Collection Chrono Moonphase
- กลไก: กลไกเอกสิทธิ์เฉพาะ Longines คาลิเบอร์ L687.5, ระบบออโตเมติก, ระบบจับเวลา คอลัมน์วีล (Column-wheel), สำรองพลังงาน 66 ชั่วโมง
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง, นาที, วินาทีขนาดเล็ก (Small seconds), แสดงเวลา 24 ชั่วโมง, บอกวันที่ด้วยเข็มชี้ (Pointer date), แสดงวัน, เดือน, ข้างขึ้น-ข้างแรม (Moonphase); เข็มจับเวลาวินาทีตรงกลาง, วงจับเวลา 30 นาที และ 12 ชั่วโมง
- ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล ขนาด 41 × 13.8 มม., ความยาว Lug-to-Lug 48.6 มม., กระจกหน้าปัดและฝาหลังโปร่งใส แซฟไฟร์ คริสตัล, กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: ลายบาร์เลย์คอร์น (Barleycorn) สีเงิน พร้อมหลักตัวเลขอารบิกสีน้ำเงินแบบติดนูน และเข็มเหล็กชุบสีน้ำเงิน
- สายนาฬิกา / สายเหล็ก: สายหนังจระเข้สีน้ำเงิน หรือ สายสแตนเลสสตีล พร้อมหัวล็อกแบบพับปรับระยะละเอียดได้
ไลน์สามเข็มจัดเต็ม 4 ขนาดตัวเรือน
การขยายไลน์ครั้งนี้ได้นำเสนอโทนสีและการตกแต่งใหม่ๆ โดยเพิ่มหน้าปัดสีน้ำเงินซันเรย์ผิวด้าน (Frosted blue sunray) ประดับเพชร Top Wesselton 11 เม็ด ให้กับตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 30 มม. และ 34 มม. รวมถึงเวอร์ชัน Two-tone หุ้มทองคำและทองโรสโกลด์ ที่มาพร้อมหน้าปัดมุกแท้สีขาวและหลักชั่วโมงประดับเพชรสุดหรู



สำหรับตัวเรือนขนาดใหญ่ขึ้นอย่าง 39 มม. และ 41 มม. มาพร้อมหน้าปัดลายบาร์เลย์คอร์นสีฟ้าอ่อน (Light blue barleycorn) ประดับหลักตัวเลขอารบิกแบบติดนูน และเข็มชุบโรเดียม โดยทั้งสองขนาดมีให้เลือกจับคู่กับสายหนังจระเข้สีเทาแอนทราไซต์ หรือสายสแตนเลสสตีล

ในส่วนของกลไก รุ่นขนาด 30 มม. ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก คาลิเบอร์ L592.5 สำรองพลังงานได้สูงสุด 45 ชั่วโมง ส่วนรุ่นขนาด 34 มม., 39 มม. และ 41 มม. ขับเคลื่อนด้วยกลไกออโตเมติก คาลิเบอร์ L888.5 ทำงานด้วยความถี่ 3.5 เฮิรตซ์ (Hz) พร้อมสำรองพลังงานได้ยาวนานสูงสุด 72 ชั่วโมง ทุกรุ่นติดตั้งสายใยจักรกรอกซิลิคอน, หน้าต่างแสดงวันที่ ณ ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และฝาหลังโปร่งใส แซฟไฟร์ คริสตัล
นอกจากนี้ สายสแตนเลสสตีลยังได้รับการออกแบบใหม่ให้ข้อสายมีขนาดสั้นลง ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและโค้งรับกับข้อมือได้อย่างสบายยิ่งขึ้น พร้อมหัวล็อกแบบพับที่รองรับการปรับระยะได้อย่างละเอียด แม้จะมีรูปลักษณ์ที่เน้นความหรูหราแบบนาฬิกาเดรส (Dress watch) แต่ประสิทธิภาพการกันน้ำของนาฬิกาทั้งคอลเลกชันยังคงอยู่ในระดับมาตรฐานทั่วไปที่ 30 เมตร
ข้อมูลทางเทคนิค: Longines Master Collection รุ่นสามเข็ม (Three-Hand Models)
- กลไก:
- รุ่นขนาด 30 มม.: คาลิเบอร์ L592.5, ระบบออโตเมติก, ความถี่ 4Hz, สำรองพลังงาน 45 ชั่วโมง
- รุ่นขนาด 34 มม., 39 มม. และ 41 มม.: คาลิเบอร์ L888.5, ระบบออโตเมติก, ความถี่ 3.5Hz, สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง
- ทุกรุ่นใช้สายใยจักรกรอกซิลิคอน
- ฟังก์ชัน: บอกชั่วโมง นาที วินาที และวันที่
- ตัวเรือน: สแตนเลสสตีล (ขนาด 30 × 9.1 มม. / 34 × 9.3 มม. / 39 × 9.05 มม. / 41 × 9.5 มม.), กระจกหน้าปัดและฝาหลังโปร่งใส แซฟไฟร์ คริสตัล, กันน้ำได้ 30 เมตร
- หน้าปัด: สีน้ำเงินซันเรย์ผิวด้าน (Frosted blue sunray), สีขาวมุกแท้ประดับเพชร (White mother-of-pearl with diamond indexes) หรือ สีฟ้าอ่อนลายบาร์เลย์คอร์น (Light blue barleycorn)
- สายนาฬิกา / สายเหล็ก: สายหนังจระเข้, สายสแตนเลสสตีล หรือ สายสองกษัตริย์ (Two-tone) พร้อมหัวล็อกแบบพับปรับระยะละเอียดได้
Home of Elegance: บ้านแห่งความสง่างาม
การปรับโฉมใหม่ของคอลเลกชัน Master Collection ในครั้งนี้ ยังเป็นจุดสปอตไลต์สำคัญของแคมเปญใหม่ “Home of Elegance” จาก Longines ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้รวบรวมเหล่าแอมบาสเดอร์แห่งความสง่างาม (Ambassadors of Elegance) ทั้ง 6 คนของแบรนด์มาร่วมเฟรมกัน ได้แก่ เคต วินสเลต (Kate Winslet), เอ็ดดี้ เพิง (Eddie Peng), เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ (Jennifer Lawrence), เฮนรี คาวิลล์ (Henry Cavill), จ้าว ลี่อิ่ง (Zhao Liying) และ ยอช ยู (Yosh Yu) ภายใต้หลังคาเดียวกันในบรรยากาศอันอบอุ่นและเป็นกันเอง ซึ่งถ่ายทอดผ่านตัวตนและสไตล์เฉพาะตัวของแต่ละคนได้อย่างลงตัว

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
#WRISTLUCK : สีนาฬิกาประจำวันเกิด เสริมดวงและสไตล์ให้ปังตลอดวัน
หมุดหมายแห่งรางวัลระดับโลก PMT The Hour Glass คว้าสิทธิ์จัดนิทรรศการ GPHG 2026 ในกรุงเทพฯ 1 ใน 4 จุดหมายทั่วโลก
Audemars Piguet เปิดคอนเซ็ปต์บูติกแห่งใหม่ ณ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี่

