เสริมสไตล์ให้เข้มข้น
ในปี 2015 Oris ได้ออกนาฬิการุ่นหนึ่งที่ถือเป็นรุ่นที่สำคัญที่สุดของ Oris ในทศวรรษนี้ นั่นก็คือ นาฬิกาดำน้ำตัวเรือนสตีล ขนาด 40 มม. ขอบตัวเรือนสีดำ คู่กับสายยาง และมีตัวเลขบนหน้าปัดที่ดูแปลกตาเป็นพิเศษ แน่นอนว่านาฬิการุ่นนั้นก็คือ Divers Sixty-Five รุ่นแรก ลักษณะที่เริ่มต้นด้วยความเรียบง่ายนี้ กลับทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายมาเป็นคอลเลกชั่นนาฬิกาที่มีรูปแบบต่าง ๆ อยู่มากมาย ซึ่งล้วนถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยุคสมัยของนาฬิกาดำน้ำยุคนีโอวินเทจสุดคลาสสิกได้อย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่า Sixty-Five ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาดำน้ำรุ่นของ Oris ซึ่งออกจำหน่ายในปี 1965 ด้วยดีไซน์ที่ไม่เพียงแต่เป็นแค่แรงบันดาลใจให้กับดีไซน์ของรุ่นปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังเป็นที่มาของชื่อรุ่นที่เลือกใช้อีกด้วย ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา Sixty-Five ได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีทั้งการใช้ตัวเรือนบรอนซ์ การเพิ่มรุ่นโครโนกราฟ การใช้กลไกใหม่ คาลิเบอร์ 400 และแน่นอนว่ามีหน้าปัดให้เลือกหลากหลายรูปแบบ
วันนี้ เรากำลังก้าวเข้าใกล้วันครบรอบ 60 ปีของการเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นประวัติศาสตร์ของ Oris มากขึ้น และทางแบรนด์ก็ได้ใช้โอกาสนี้ในการกำหนดนิยามใหม่ของนาฬิกาที่เรารู้จักกันในชื่อ Sixty-Five ด้วย
กล่าวทักทายกับ Divers Date
นี่คือนาฬิกาที่ดูเผิน ๆ แล้วเหมือนรุ่น Sixty-Five ที่ใคร ๆ ก็หลงรัก แต่ในความเป็นจริงแล้วมันได้รับการปรับปรุงที่สำคัญเพื่อจะทำให้ยังคงได้รับความนิยมไปอีกหลายปี ในช่วงครึ่งแรกของทศวรรษที่ผ่านมา ผู้คนต่างต้องการนาฬิกาที่สะท้อนถึงความทรงจำในอดีต ผมอาจสาบานได้ว่าแทบไม่มีนาฬิกาแบรนด์ไหนเลยที่ไม่นำสีของสารเรืองแสงที่นำแรงบันดาลใจจากสีของเรเดียมเก่า และมีตัวเลือกหน้าปัดในเฉดสีเขตร้อนมาใช้ ซึ่ง Sixty-Five ก็เข้ากับบรรยากาศเช่นนี้ได้อย่างลงตัว นาฬิการุ่นนี้ผสมผสานความน่าดึงดูดใจและความน่าเชื่อถือของมรดกทางวัฒนธรรมได้อย่างกลมกล่อม ทั้งยังผสมผสานกับคุณค่าอันเป็นตำนานของ Oris ด้วย แต่ในสมัยที่ Bob Dylan เริ่มร้องเพลงเมื่อ 1 ปีก่อนที่ Oris จะเปิดตัวนาฬิกาดำน้ำรุ่นดั้งเดิมนั้นมันกำลังมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทุกวันนี้ ความต้องการของเราไม่ได้เอนเอียงไปทางการออกนาฬิกาแบบย้อนยุคเต็มรูปแบบอีกต่อไป เพราะโดยทั่วไปแล้ว ตลาดดูจะให้ความสำคัญกับลักษณะที่เป็นการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมน้อยลง


และประโยคในวรรคสุดท้ายของย่อหน้าก่อนก็คือ สิ่งที่ Divers Date รุ่นใหม่นี้มอบให้ด้วยรหัสการออกแบบที่เป็นสัญลักษณ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือน สีสัน ขอบตัวเรือน หรือรูปลักษณ์โดยรวม ล้วนได้รับแรงบันดาลใจมาจากอดีต และสายนาฬิกาสตีลที่มีลักษณะของหมุดย้ำอยู่ก็ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอดีตเช่นกัน แต่องค์ประกอบเหล่านี้ไม่ได้ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ดูโบราณ เพราะสิ่งที่น่าสนใจก็คือ นาฬิการุ่นนี้มันมีการเปลี่ยนแปลงไปมากเพียงใด ทั้งยังมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยที่สำคัญและมีความหมายอีกด้วย
ตัวเรือนมีขนาด 39 มม. โดยได้รับการปรับปรุงใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูให้ความมั่นใจยิ่งขึ้นและเส้นสายที่ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น และระดับการกันน้ำก็เพิ่มขึ้นด้วย โดยตอนนี้ตัวนาฬิกาจะสามารถกันน้ำได้ถึง 200 เมตรแล้ว ซึ่งหวังว่าจะทำให้ผู้ที่บ่นว่าการกันน้ำ 100 เมตรของรุ่นก่อนหน้านั้นไม่เพียงพอหมดไป โดยพื้นฐานแล้วตัวเรือนของนาฬิกาให้ความรู้สึกหนาขึ้นเล็กน้อยและมีเนื้อสัมผัสที่มากขึ้น หน้าปัดมีการออกแบบพื้นฐานเหมือนเดิมแต่มีการปรับปรุงใหม่ โดยมีข้อความน้อยลงที่ฝั่งด้านล่างของหน้าปัด และการจัดวางเลย์เอาต์ก็ดูเรียบร้อยขึ้น นี่คือการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดบนหน้าปัด แต่ก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างอื่นอีกหลายประการ


ชิ้นหลักชั่วโมงได้รับการปรับแต่งใหม่อย่างเช่น แนวขอบลาดเอียงที่ทำให้ดูสูงขึ้น ธีมที่ปรับแต่งและยกระดับขึ้นนั้นสอดคล้องกันในทุกด้าน และเป็นเรื่องยากที่จะมองเห็นลักษณะการออกแบบที่ไม่ดูซับซ้อนกว่ารุ่นก่อนในขณะที่ยังคงสามารถจับเสน่ห์และจิตวิญญาณที่ทำให้ Sixty-Five ประสบความสำเร็จได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย การเลือกสีสำหรับเวอร์ชั่นเปิดตัวก็ทำได้ดีเช่นกัน โดยสีน้ำเงิน สีดำ และสีเบจ เป็น 3 สีที่คลาสสิก แต่เฉดสีที่ Oris เลือกใช้ก็มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ด้วยเล็กน้อย
เป็นเรื่องแปลกพอสมควรที่ความเอาใจใส่และความคิดทั้งหมดนี้มาบรรจบกันบนสายนาฬิกา ในแง่ของประสบการณ์การสวมใส่ในแต่ละวันนั้น สายนาฬิกาถือเป็นตัวกำหนดชะตาของนาฬิกาแต่มักได้รับความสนใจน้อยกว่าที่ควรจะเป็น สายของรุ่นก่อนหน้านั้นมีความแข็งแรง สวมใส่สบาย และมีรายละเอียดหมุดย้ำที่สวยงาม แต่รุ่นนี้ถูกปรับปรุงให้ดียิ่งกว่า ซึ่งไม่เพียงเพราะได้ทั้งสายสตีลและสายยางมาในกล่องเท่านั้น แต่สายสตีลได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สปริงบาร์มากับระบบที่ถอดเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว และตัวล็อกก็มีความเสถียรมากขึ้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ Oris ทำกับรายละเอียดหมุดย้ำแบบมีสไตล์นั้นทำให้มันดูดีขึ้นจริง ๆ เพราะชิ้นส่วนหมุดย้ำมีความโดดเด่นมากขึ้น ด้วยการขัดเงาและมีขนาดที่หนาขึ้น ในขณะเดียวกันก็ดูผสานเข้ากับลักษณะโดยรวมของสายได้มากขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ให้ความรู้สึกทันสมัยแต่ยังคงเป็นการยกย่องประวัติศาสตร์นาฬิกาดำน้ำของ Oris อย่างแท้จริง






ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นาฬิการุ่น Divers Sixty-Five ครองส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มนี้ได้มาก เพราะเป็นการนำเสนอนาฬิกาดำน้ำชั้นยอดที่ตอบสนองภารกิจของ Oris ในการสร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนได้ดี ผมไม่สงสัยเลยว่านาฬิการุ่น Divers Date จะทำเรื่องเช่นเดียวกันนี้ได้ในอีกทศวรรษข้างหน้า
ข้อมูลทางเทคนิค: Oris Divers Date
กลไก: อัตโนมัติ Oris 733 พลังงานสำรอง 41 ชั่วโมง
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที และวันที่
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 39 มม. กันน้ำได้ 200 เมตร
หน้าปัด: สีดำ สีน้ำเงิน หรือสีเบจ
สาย: สเตนเลสสตีล พร้อมระบบควิก-เชนจ์ และมีสายยางสีดำมาให้สลับเปลี่ยน
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”
ที่มา:by Felix Scholz

