Orient Stretto Collection ฉลอง 75 ปี มาพร้อม 3 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมือง

Date:

ฉลอง 75 ปี Orient ด้วยคอลเลกชัน “Stretto” สะท้อนจังหวะชีวิตคนเมือง

คุณเคยสงสัยไหมว่า นาฬิกาเรือนหนึ่งจะสามารถสะท้อนเรื่องราวของเมืองใหญ่ได้อย่างไร? และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อแฟชั่นนาฬิกามาบรรจบกับสไตล์การแต่งตัวที่กำลังจะมาถึงในปี 2025? โอเรียนท์ (Orient) แบรนด์นาฬิกาชื่อดังจากญี่ปุ่น ได้ไขคำตอบนี้ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ล่าสุดเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 75 ปี ภายใต้ชื่อ Stretto ที่เป็นผลงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมืองใหญ่ 

โอเรียนท์แบรนด์นาฬิกาฉลองครบรอบ 75 ปี ด้วยการเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ในกลุ่ม Contemporary ภายใต้ชื่อ “Stretto” ซึ่งประกอบด้วยนาฬิกา 3 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นและรุ่นปกติ ชื่อนี้เป็นคำในภาษาอิตาลีที่ใช้ในทางดนตรี หมายถึงท่วงทำนองที่เร่งเร้าก่อนถึงท่อนพีค สื่อถึงความรู้สึกเบิกบานและไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบของคนเมือง

จุดเด่นของคอลเลกชัน

นาฬิกาในคอลเลกชันนี้มีหน้าปัดสีเทาโมโนโทน ซึ่งเป็นสีที่หาได้ยากในนาฬิการุ่นอื่นๆ ของโอเรียนท์ ดีไซน์ของนาฬิกาซีรีส์ Orient Stretto ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมของเมืองใหญ่ โดยหลักเวลาทรงลิ่มสื่อถึงตึกระฟ้า และร่องวงกลมบนหน้าปัดสะท้อนภาพเสาโค้งแบบสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยเทคนิคขัดเงาบริเวณขาตัวเรือนแบบ reverse-R และเข็มวินาทีสีส้มกับจุดพรายน้ำทรงกลมที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับภาพรวมแบบโมโนโทน

นาฬิกาทั้งสามรุ่นสามารถเปลี่ยนจากสายสเตนเลสสตีลเป็นสายหนังสีเทาได้ง่ายๆ เพื่อปรับลุคให้เข้ากับโอกาสต่างๆ โดยเทรนด์แฟชั่นผู้ชายปี 2025 ที่โอเรียนท์นำเสนอ คือสไตล์ “classic modern” ที่ผสมผสานความทางการและความสบายเข้าด้วยกัน

รายละเอียดนาฬิกาทั้ง 3 รุ่น

คอลเลกชัน Orient Stretto ประกอบด้วยนาฬิกา 3 รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นและรุ่นทั่วไป อย่างกล่าวไปว่าคอลเลกชันนี้มีหน้าปัดสีเทาโมโนโทนที่หาได้ยากในนาฬิกาโอเรียนท์รุ่นอื่นๆ และสามารถเปลี่ยนจากสายสเตนเลสสตีลเป็นสายหนังสีเทาได้เพื่อปรับลุคให้เข้ากับโอกาสต่างๆ มาดูรายละเอียดเพิ่มเติมในแต่ละรุ่น มาเริ่มที่เรือนแรก

ORIENT Mechanical Contemporary สายเหล็ก (RA-AC0R04N) Limited (รุ่น Date)

นาฬิการุ่นนี้มาในดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมืองใหญ่ โดยมีหลักเวลาทรงลิ่มที่สื่อถึงตึกระฟ้า และวงกลมซ้อนกันที่หน้าปัดซึ่งสะท้อนถึงสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ตัวเรือนมีการขัดเงาแบบ reverse-R ที่ขาตัวเรือนเพื่อให้เกิดประกายที่โดดเด่น

รุ่น Date เป็นตัวเลือกที่เรียบง่ายและคลาสสิกที่สุดในคอลเลกชันนี้ ด้วยตัวเรือนที่มีขนาดเล็กที่สุดที่ 38.5 มม. และหนา 11.2 มม. เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกาขนาดพอดีมือหรือมีข้อมือเล็ก ขับเคลื่อนด้วยกลไก In-house อัตโนมัติ Calibre F6722 ซึ่งเป็นกลไกที่เน้นฟังก์ชันการใช้งานที่จำเป็นคือการแสดง วันที่ ที่ใช้งานได้ง่ายและลงตัวในทุกโอกาส

 

ORIENT Mechanical Contemporary สายเหล็ก (RA-AK0311N) Limited (รุ่น Day & Night)

รุ่นนี้เป็นรุ่นที่โดดเด่นและซับซ้อนที่สุดในคอลเลกชัน ด้วยตัวเรือนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่ 41.5 มม. และหนา 13.0 มม. มีหลักเวลาทรงลิ่มและวงกลมซ้อนกันที่หน้าปัด และการขัดเงาแบบ reverse-R ที่ขาตัวเรือน ซึ่งช่วยให้ตัวเรือนดูมีมิติและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น

ขับเคลื่อนด้วยกลไก In-house อัตโนมัติ Calibre F6B24 ซึ่งเป็นกลไกที่มาพร้อมฟังก์ชันที่ครบครัน ทั้งการแสดง วันที่ วันในสัปดาห์ และฟังก์ชัน Day & Night ที่ช่วยให้ทราบได้ว่าขณะนี้เป็นกลางวันหรือกลางคืน ฝาหลังของรุ่นนี้เป็นแบบ See-through ที่เผยให้เห็นกลไกและมีการสลักคำว่า “Orient Since 1950 75th Anniversary” พร้อมหมายเลขประจำเรือน

 

ORIENT Mechanical Contemporary สายเหล็ก (RA-AR0012N) Limited (รุ่น Semi Skeleton)

เช่นเดียวกับสองรุ่นที่ผ่านมาในเรื่องของดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมือง แต่รุ่น Semi Skeleton นี้มีความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการออกแบบหน้าปัดแบบ Semi Skeleton ที่มีช่องหน้าต่างเผยให้เห็นการทำงานของกลไกภายใน ซึ่งช่วยให้ผู้สวมใส่ได้ชื่นชมความสวยงามของการเคลื่อนไหวของชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกา ตัวเรือนมีขนาดกำลังดีที่ 40.8 มม. และมีความหนาเพียง 10.9 มม. ทำให้สวมใส่สบาย ใช้กลไก In-house อัตโนมัติ Calibre F6S22 พร้อมฟังก์ชัน หยุดเข็มวินาที ที่ช่วยให้การตั้งเวลาแม่นยำยิ่งขึ้น

นาฬิการุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นทุกรุ่นในซีรีส์นี้มาพร้อมกับกล่องพิเศษครบรอบ 75 ปี และสายนาฬิกา 2 แบบ ได้แก่ สายสเตนเลสสตีลและสายหนังสีเทาโมโนโทน ฝาหลังตัวเรือนทำจากกระจกใสที่เผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติ และมีการสลักข้อความ “Orient Since 1950 75th Anniversary” พร้อมหมายเลขประจำเรือน

กลไกและคุณสมบัติ

นาฬิกาในซีรีส์ Orient Stretto ใช้กลไก in-house แบบอัตโนมัติที่สามารถขึ้นลานด้วยมือได้ มีพลังงานสำรองสูงสุด 40 ชั่วโมง และมีความเที่ยงตรงอยู่ที่ +25 ถึง -15 วินาทีต่อวัน ตัวเรือนทำจากสเตนเลสสตีล และกระจกหน้าเป็นแซฟไฟร์ นาฬิกามีคุณสมบัติกันน้ำได้ที่ระดับ 5 บาร์ หรือเทียบเท่าความลึก 50 เมตร

การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย

ในมุมมองของผู้เขียน การที่โอเรียนท์เลือกใช้หน้าปัดสีเทาโมโนโทนและดีไซน์ที่ได้แรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมเมืองใหญ่ ถือเป็นการสร้างสรรค์ที่น่าสนใจมาก มันทำให้เรามองนาฬิกาเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัยและสไตล์ที่เรียบหรู และยังคงไม่ทิ้งความสนุกด้วยเข็มวินาทีสีส้มสดใส การที่ทุกรุ่นสามารถเปลี่ยนสายได้ก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้เราสามารถสนุกกับการแต่งตัวได้มากขึ้น โดยรวมแล้ว คอลเลกชันนี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่กำลังมองหานาฬิกาที่เข้าได้กับทุกลุคและทุกโอกาสจริงๆ

ข้อมูลทางเทคนิค
ORIENT Stretto Day & Night (RA-AK0311N)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 41.5 มม. หนา 13.0 มม.
  • หน้าปัด: สีเทา
  • ฟังก์ชัน: แสดง วันที่ วันในสัปดาห์ และ Day & Night
  • กลไก: In-house อัตโนมัติ Calibre F6B24
  • สาย: สเตนเลสสตีล และสายหนังสีเทา
ORIENT Stretto Semi Skeleton (RA-AR0012N)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 40.8 มม. หนา 10.9 มม.
  • หน้าปัด: สีเทา แบบ Semi Skeleton
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลา พร้อมช่องหน้าต่างเผยให้เห็นกลไก และฟังก์ชันหยุดเข็มวินาที
  • กลไก: In-house อัตโนมัติ Calibre F6S22
  • สาย: สเตนเลสสตีล และสายหนังสีเทา
ORIENT Stretto Date (RA-AC0R04N)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 38.5 มม. หนา 11.2 มม.
  • หน้าปัด: สีเทา
  • ฟังก์ชัน: แสดงวันที่
  • กลไก: In-house อัตโนมัติ Calibre F6722
  • สาย: สเตนเลสสตีล และสายหนังสีเทา

แล้วคุณล่ะ ชอบสไตล์ของนาฬิการุ่นไหนในคอลเลกชันนี้ที่สุด และคิดว่านาฬิกาเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกถึงตัวตนของคุณอย่างไรบ้าง? สามารถมาแชร์ความคิดเห็นกันได้

อ่านบทความน่าสนใจอื่นๆ เพิมเติม
Van Cleef & Arpels จารึกบทใหม่ของนาฬิกา ผ่านนิทรรศการแห่งกาลเวลาและจินตนาการ
ZENITH CHRONOMASTER SPORT METEORITE เรือนเวลาจากนอกโลก ที่มาพร้อมความแม่นยำระดับเทพ
Vacheron Constantin Overseas Perpetual Calendar Ultra-thin: การกลับมาของความซับซ้อนที่เรียบง่าย

Share post:

More like this

เมื่อ Bremont เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ด้วยซีรีส์ Air Force Blue นาฬิกานักบินจำเป็นต้องมีหน้าปัดสีน้ำเงินจริงหรือ?

สำรวจรายละเอียดเชิงลึกของ Bremont Altitude Air Force Blue แคปซูลคอลเลกชันล่าสุดที่นำเฉดสีน้ำเงินลึกของกองทัพทหารอากาศมาถ่ายทอดลงบนตัวเรือนไทเทเนียมและเหล็ก 904L ครบทั้ง 4 รุ่นยอดนิยม

แฟนๆ ว่าไงใจกล้าพอไหมที่จะทำตัวเรียบร้อย? เมื่อ Hublot ยอมดรอปความซ่าแล้วหันมาซบโทนสีมินิมอลกับ Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe

เมื่อแบรนด์สายซ่าขอดรอปโทนสีฉูดฉาด เจาะลึก Hublot Spirit of Big Bang Essential Taupe บทที่ 5 จาก Essential Series ที่มาพร้อมสีเทาอมน้ำตาล (Taupe) ความหรูหราแบบเงียบเชียบที่ท้าทายสายตานักสะสมทั่วโลก

หัตถศิลป์หรือแฟชั่น? มาแกะรอยความลึกซึ้งบนหน้าปัดของ Louis Vuitton Color Blossom คอลเลกชัน

ส่องอินไซด์ล่าสุดของ Louis Vuitton Color Blossom เรือนเวลารุ่นใหม่ขนาด 26 มิลลิเมตร ที่ย่อส่วนงานเจียระไนหินสีและเปลือกหอยมุกธรรมชาติชั้นสูง ลงบนตัวเรือนรูปทรงมนโค้งอันเป็นเอกลักษณ์ จากฝีมือของสตูดิโอ La Fabrique du Temps

Moritz Grossmann เฉลิมฉลองสองศตวรรษด้วยสีสันและวัสดุสดใหม่ในนาฬิการุ่น TEFNUT Silver-Plated by Friction 

ครั้งแรกกับวัสดุเยลโลว์โกลด์ การจับคู่สีที่ดูแปลกตา และการกลับมาของโลโก้วินเทจ ต้องบอกว่า ถ้ามองนาฬิการุ่นนี้ไกลๆ ในครั้งแรกเรามองเห็นนาฬิกา dress watch หน้าตาคลาสสิกเรือนหนึ่ง แต่เมื่อซูมอินดูรายละเอียดใกล้ๆ...