MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย

Date:

MIDO Multifort 8 Two Crowns ตำนานแห่งวิศวกรรมที่ไม่มีวันลบเลือน

บนเส้นทางของเวลาที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ช่างนาฬิกาผู้มีนามว่า Georges Schaeren ได้ก้าวเข้าสู่โลกแห่งกลไกและความเที่ยงตรง ด้วยวิสัยทัศน์ที่ไม่เหมือนใคร เขาไม่ได้มองว่านาฬิกาเป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่เป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งความแม่นยำ และศิลปะแห่งเรขาคณิต (ซึ่ง MIDO เรียกว่า Technometry) ที่ถูกนำมาหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ

เล่าย้อนกลับไปในปี 1918 MIDO ได้ถือกำเนิดขึ้นท่ามกลางยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน ในช่วงเวลาที่โลกกำลังค่อยๆ ก้าวข้ามจากความคลาสสิกไปสู่ความล้ำสมัย และแบรนด์นี้ก็ได้กลายเป็นสะพานที่เชื่อมอดีตเข้ากับอนาคตอย่างไร้รอยต่อ

MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ MIDO ยังคงเดินหน้าสร้างสรรค์นาฬิกาที่ไม่ได้มีเพียงความงดงามเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม และวัฒนธรรม ซึ่งในปีนี้ พวกเขาได้ปลุกชีพตำนานรุ่น Multifort 8 Two Crowns ให้กลับมาอีกครั้ง 

นับตั้งแต่แรกเห็น Multifort 8 Two Crowns สะท้อนถึงเสน่ห์ของการออกแบบที่ผ่านการขัดเกลามาอย่างพิถีพิถัน ทุกเส้นสายของตัวเรือน ทุกองศาของหน้าปัด ล้วนเป็นผลลัพธ์จากศาสตร์แห่งความเที่ยงตรงของวิศวกรรม และศิลปะแห่งเรขาคณิตที่สมบูรณ์แบบ ร่องลายบนหน้าปัดที่สะท้อนถึงโครงสร้างที่แข็งแกร่งและงดงามในเวลาเดียวกัน และถ้ามองลึกลงไปถึงกลไกภายใน ทุกองค์ประกอบล้วนได้รับการออกแบบเพื่อการใช้งานที่เหนือระดับ ซึ่งเรากำลังจะมาลงลึกไปพร้อมๆ กันในบทความนี้

MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย

เส้นสายแห่งอนาคต ที่หยั่งรากมาจากอดีต

เคยสังเกตไหมว่า รูปทรงแปดเหลี่ยมมักจะปรากฏอยู่ในสิ่งก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่ของโลกที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างของมหาวิหารเก่าแก่ กำแพงเมืองที่ยืนหยัดผ่านศตวรรษ หรือองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ๆ หรือแม้แต่สะพานเหล็กที่ทอดยาวเชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ทำให้เห็นได้ชัดว่าเส้นสายของรูปทรงที่สง่างามเหล่านี้มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน นั่นก็คือ ‘ความสมดุล’ และ ‘ความแข็งแกร่ง’

MIDO จึงได้หยิบแรงบันดาลใจนี้มาถ่ายทอดเป็นหัวใจหลักของเรือนเวลา Multifort 8 Two Crowns เริ่มด้วยการออกแบบขอบหน้าปัดทรงแปดเหลี่ยม ตัดกันกับการขัดตกแต่งแบบซาติน ที่ไม่ใช่เพียงดีไซน์เพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นการตีความสัญลักษณ์ของความเสถียรภาพและความมั่นคง คล้ายกับเสาหลักของมหาวิหารที่ค้ำจุนโครงสร้างให้ยืนหยัดผ่านพายุแห่งกาลเวลา

MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย
MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย

นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้นำฟังก์ชั่นขอบหน้าปัดหมุนกลับมาใช้ ในรูปแบบที่ร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น มาพร้อมกับการควบคุมผ่านระบบสองเม็ดมะยม ที่จะปรากฎอยู่ตรงตำแหน่ง 2 นาฬิกา ช่วยให้สามารถเปิดใช้งานและปรับขอบหน้าปัดด้านในที่หมุนได้ ทำให้สามารถวัดเวลาที่ผ่านไปได้อย่างแม่นยำ

ส่วนเม็ดมะยมที่สองซึ่งอยู่ที่ตำแหน่ง 4 นาฬิกา ออกแบบมาเพื่อตั้งเวลาและวันที่โดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ใช้ได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ราบรื่น ฟังก์ชั่นหายากนี้ มาจากดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนาฬิกาดำน้ำในอดีต ที่ใช้จับเวลาการผจญภัยใต้ทะเลลึกและถูกนำกลับมาอีกครั้งโดย MIDO 

อีกหนึ่งความพิถีพิถันที่เห็นได้ชัด ต้องยกให้พื้นหน้าปัดสีดำด้านลายแนวนอน ชวนให้นึกถึงคลื่นลมของท้องทะเล คลื่นที่สั่นไหวแต่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คลื่นที่คอยตอกย้ำว่ากาลเวลายังคงเดินไปข้างหน้าเสมอ และผู้ที่เข้าใจจังหวะของมันเท่านั้นที่จะควบคุมมันได้

MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย

Caliber 72 กลไกลที่เต้นอย่างมั่นคง 

ภายใต้เปลือกนอกอันสง่างามของ Multifort 8 Two Crowns มีหัวใจที่เต้นด้วยจังหวะที่แม่นยำผ่านขับเคลื่อนด้วยกลไกล Caliber 72 ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความบาง ที่เป็นดั่งเครื่องยนต์ของตำนาน มาพร้อมพลังสำรอง 72 ชั่วโมง ที่ไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือสัญลักษณ์แห่งความอดทนและความแข็งแกร่ง นั่นหมายความว่านาฬิกาเรือนนี้สามารถอยู่ได้เกือบสามวันโดยไม่ต้องไขลาน เปรียบดั่งนักเดินทางที่พร้อมลุยไปข้างหน้าเสมอโดยไม่ต้องหยุดพัก

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญก็คือ บาลานซ์สปริง Nivachron™ นับได้ว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีล่าสุดของวงการนาฬิกา ได้ถูกนำมาใช้เพื่อลดผลกระทบจากสนามแม่เหล็กและแรงกระแทก ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญของความเที่ยงตรง…เปรียบได้กับนักเดินทางที่รู้จักหลบหลีกแม้เจอพายุ และยังคงมุ่งหน้าต่อไปโดยไม่เสียเส้นทาง เสริมด้วยโรเตอร์ขึ้นลานที่สลักลายเจนีวาสไตรปส์ อันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้กลไกภายในดูราวกับเครื่องจักรโบราณที่ถูกสร้างขึ้นโดยปรมาจารย์แห่งศตวรรษก่อน

จากรุ่นสู่รุ่น การเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด

อีกหนึ่งความประทับใจสำหรับ Multifort 8 Two Crowns ที่เรียกว่าเป็นนาฬิกาที่ถูกออกแบบมาเพื่อยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง และยังเป็นมรดกที่ถูกส่งต่อจากอดีต และจะคงอยู่ต่อไปในอนาคต

ขอเล่าย้อนกลับไปในปี 2002 MIDO ได้เปิดตัว All Dial Diver ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของฟังก์ชันขอบหน้าปัดหมุนได้ และต่อมาในปี 2013 แนวคิดนี้ก็ได้พัฒนาต่อยอดมาสู่ Multifort Two Crowns ที่มีการออกแบบที่ก้าวล้ำขึ้นในปัจจุบัน

และในวันนี้เราได้เห็นรุ่น Multifort 8 Two Crowns ได้ก้าวข้ามขีดจำกัดไปอีกขั้น กับการกลับมาอย่างสมฐานะด้วยลุคที่ทรงพลัง ซึ่งมีให้เลือกทั้งรุ่นตัวเรือนสแตนเลสสตีล รุ่นหน้าปัดสีเทาและน้ำเงินด้าน ที่เสริมด้วยสายยางที่ถูกออกแบบมาให้รับกับตัวเรือนอย่างลงตัว

เรียกได้ว่าทุกๆ องค์ประกอบของนาฬิกาเรือนนี้ ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเป็นแฟชั่นเท่านั้น แต่รังสรรค์ขึ้นมาเพื่อบันทึกเรื่องราวของการเดินทางของ MIDO ที่ยังคงดำเนินต่อไป

MIDO Multifort 8 Two Crowns คู่หูแห่งการผจญภัย

เล่ามาถึงตรงนี้ เรือนเวลานี้ก็นับว่าเป็นหนึ่งในรายชื่อที่โผล่ขึ้นมาในลิสต์ที่อยากได้ในปีนี้ และเชื่อว่าหลายๆ คนต้องอยากจับจองเป็นเจ้าของ เพราะ MIDO Multifort 8 Two Crowns คือจุดบรรจบระหว่างสุนทรียศาสตร์ของเรขาคณิต และ ความแม่นยำของวิศวกรรมสวิส เป็นนาฬิกาที่ไม่ได้เพียงแต่ดูดีบนข้อมือ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าอย่างมั่นคง 

ไม่ว่าคุณเป็นหนึ่งในนักเดินทางผู้ไม่หยุดนิ่ง คนที่ไม่เพียงแค่ปล่อยให้เวลาไหลผ่าน แต่เลือกที่จะ ควบคุมและใช้มันให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นนักผจญภัย นักธุรกิจ หรือนักเดินทางที่ค้นหาความหมายของชีวิต Multifort 8 Two Crowns คือคู่หูที่พร้อมจะก้าวเดินไปกับคุณ ผ่านทุกอุปสรรค และทุกเส้นทางที่คุณเลือกเดิน

ข้อมูลเชิงเทคนิค

กลไก : กลไกอัตโนมัติ MIDO Caliber 72 (พื้นฐานจาก ETA A31.111) ขนาด 11 ½’’’ เส้นผ่าศูนย์กลาง 25.60 มม. หนา 3.85 มม. มม 21 จิวเวล ทำงานที่ความถี่ 25,200 ครั้งต่อชั่วโมง / นิวาครองบาลานซ์สปริง / โรเตอร์ขึ้นลานขัดลายเจนีวาสไตรปส์และแกะสลักเป็นโลโก้ MIDO / บอกชั่วโมง นาที วินาที และวัน / ปรับตั้งเพื่อความเที่ยงตรงสูงใน 4 ตำแหน่ง / กำลังลานสำรองสูงถึง 72 ชั่วโมง
ตัวเรือน : สแตนเลสสตีลขัดเงาและขัดเงาแบบซาตินขนาด Ø 40 มม. / ประกอบด้วย 3 ชิ้นส่วน / กระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารป้องกันแสงสะท้อนทั้งสองด้าน / ฝาหลังและเม็ดมะยมแบบขันเกลียว เม็ดมะยมเคลือบ PVD สีดำ ตำแหน่ง 2 นาฬิกาสำหรับปรับขอบหน้าปัดด้านในหมุนได้ ตำแหน่ง 4 นาฬิกาสำหรับตั้งเวลาและไขลาน / กลไกที่ประณีตและประดับประดาสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลังแบบใส / สลักหมายเลขซีเรียล / กันน้ำถึงระดับ 10 บาร์ (100 เมตร/330 ฟุต) / ความยาวรวมขาสายนาฬิกา: 44.86 มม.
สาย : สแตนเลสสตีลขัดเงาแบบซาติน ตัวล็อคแบบพับพร้อมปุ่มกด 2 ปุ่ม สลักโลโก้ MIDO แถบยึดสายสำหรับเปลี่ยนสายอย่างรวดเร็ว
หน้าปัด : สีดำด้าน เส้นแนวนอน เคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® / วันที่ที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา / ขอบหน้าปัดด้านในหมุนได้สีดำด้านพร้อมรางบอกนาที
เข็ม : เข็มชั่วโมงและนาทีแบบ 3 เหลี่ยมมีร่อง เคลือบซาตินตรงกลาง เคลือบด้วย Super-LumiNova® สีขาว เข็มวินาทีเล็กทรงไดมอนด์คัต

ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง

ที่มา: midowatches

Share post:

More like this

คืนชีวิตให้กลไกในตำนาน กับ Singer Reimagined Heritage V72 เรือนเวลาที่หลอมรวมศิลปะการบูรณะและความคลาสสิกระดับไอคอน

Singer Reimagined เผยเรือนเวลารุ่นใหม่ Heritage V72 ชุบชีวิตกลไกโครโนกราฟไขคานในตำนานอย่าง Valjoux 72 แบบ NOS สู่ตัวเรือนขนาด 38.8 มม. ที่ผสานงานตกแต่งสุดประณีตเข้ากับจิตวิญญาณแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ตคลาสสิก

สัมผัสความสดชื่นแห่งฤดูร้อน ผ่านประกายแสงตกกระทบบน 3 เรือนเวลาใหม่จาก Seiko Presage Cocktail Time

ต้อนรับฤดูร้อนด้วย 3 เรือนเวลาใหม่ล่าสุดจาก Seiko Presage Cocktail Time ‘Spring & Summer’ ที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากสีสันยามต้องแสงไฟสปอร์ตไลต์ของค็อกเทล สู่หน้าปัด Crushed Ice อันสะกดสายตาบนข้อมือ

ชมนาฬิกา Cartier คอลเลกชันล่าสุด ส่งตรงจาก Watches and Wonders 2026 มาจัดแสดงครั้งแรกในไทย ณ พารากอนบูติก

มาครบทั้ง Santos-Dumont, Tank Louis Cartier, Baignoire และ Roadster ที่หลายคนคิดถึง สื่อมวลชนหลายๆ...

พาชม Vacheron Constantin Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ผ่านหน้าปัดนาฬิกา 

Vacheron Constantin จับมือ Louvre Museum เปิดตัวเรือนเวลา Métiers d’Art Tribute to Great Civilisations ซีรีส์ใหม่ 4 รุ่น ถ่ายทอดความงามอารยธรรมโบราณผ่านเทคนิคแกะสลักหินจริงบนหน้าปัด จำกัดรุ่นละ 15 เรือน