Louis Erard x Vianney Halter Futur Antérieur เมื่อจิตวิญญาณแห่ง Steampunk จากยุค 90s ถูกถ่ายทอดลงบนตัวเรือนสามมิติอย่างมีชั้นเชิง

Date:

หวนคืนสู่กลิ่นอาย Antiqua ระดับตำนานปี 1998 ด้วยตัวเรือนสามมิติและระบบกลไกคู่นวัตกรรมใหม่

ความน่าสนใจของวงการนาฬิกาในช่วงไม่กี่ปีมานี้ไม่ได้อยู่ที่การแข่งขันกันเพื่อสร้างความซับซ้อนของจักรกลราคาหลายสิบล้านบาทเพียงอย่างเดียวแล้ว แต่กลับเป็นปรากฏการณ์การพังทลายของกำแพงระหว่าง ‘แบรนด์อิสระระดับมาสเตอร์’ กับ ‘แบรนด์แมสที่จับต้องได้’ และหากจะถามหาใครสักคนที่ปักหลักเป็นผู้นำเทรนด์นี้อย่างเอาจริงเอาจัง ชื่อของ Louis Erard ย่อมลอยเข้ามาในความคิดเป็นอันดับแรกๆ การดึงตัวช่างทำนาฬิการะดับตำนานหลายต่อหลายคนมาร่วมมือกันสร้างสรรค์ผลงานตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เปลี่ยนภาพจำของแบรนด์ไปโดยสิ้นเชิง อย่างล่าสุดกับการกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่สามระหว่าง Louis Erard และ Vianney Halter ในโปรเจกต์ที่ใช้ชื่อว่า Futur Antérieur ซึ่งถือเป็นงานคอลแลบที่ขยับเข้าใกล้ดีเอ็นเอตั้งต้นของ Vianney มากที่สุดเท่าที่เคยมีมา เราเชื่อว่าจะต้องมีหลายคนรอคอยคอลเลกชันนี้อยู่แน่ๆ ในที่สุดก็ออกมาให้เราได้ชมกันซักที 

หากย้อนกลับไปมองหมุดหมายสำคัญของวงการ Independent Watchmaking ในปี 1998 งาน Baselworld ยุคนั้นต้องบันทึกชื่อของ Antiqua เรือนเวลาปฏิทินถาวร (Perpetual Calendar) ซึ่งนับว่าเป็นผลงานแจ้งเกิดของ Vianney Halter และนักออกแบบ Jeff Barnes โดดเด่นด้วยตัวเรือนรูปทรงประหลาดที่มีช่องหน้าปัดย่อยสี่ช่อง ยื่นออกมาคล้ายๆ กับหน้าต่างเรือดำน้ำโบราณ หรือที่เรียกกันว่า Porthole เบซเซล ผสานเข้ากับงานขัดเงา สลับขัดลายเสี้ยน และการยึดด้วยหมุดยวดรอบตัวเรือน เพื่อสร้างสุนทรียศาสตร์สไตล์ Steampunk ที่ไม่มีใครเหมือน การผสมผสานความอุตสาหกรรมเข้ากับวิศวกรรมสวิสชั้นสูงในวันนั้น กลายเป็นรากฐานที่ทำให้นักสะสมทั่วโลกจดจำชื่อของเขามาจนถึงทุกวันนี้

ย้อนกลับไปถึงการร่วมมือกันสองครั้งก่อนหน้านี้ ราวๆ ปี 2020 และ 2024 Louis Erard ได้นำเสนอเอกลักษณ์ของ Vianney ผ่านเข็มและหน้าปัดสไตล์เข็มเรกูเลเตอร์ (Regulator) บนตัวเรือนทรงกลมมาตรฐานของแบรนด์ แม้จะได้รับการตอบรับอย่างดีจากนักสะสม แต่ในมุมมองของคนทำงานสื่อที่นั่งมองดีไซน์นาฬิกามาหลายร้อยเรือน งานเหล่านั้นยังคงเป็นเพียงการนำลวดลายสองมิติมาวางลงบนกรอบดั้งเดิม แต่พอมาเห็นในรุ่น Futur Antérieur ครั้งนี้ พวกเขาเลือกที่จะก้าวข้ามเซฟโซนเดิมๆ ด้วยการขึ้นรูปตัวเรือนสามมิติแบบไม่สมมาตรขึ้นมาใหม่ทั้งหมด เพื่อให้ได้รูปทรงที่เคารพต่อ Antiqua อย่างแท้จริง ในส่วนของโครงสร้างตัวเรือนจะมีขนาดกว้าง 38 มิลลิเมตร ยาว 44 มิลลิเมตร และมีความหนาเพียง 8.85 มิลลิเมตร ผลิตจากสเตนเลสสตีล โดดเด่นด้วยหน้าปัดย่อยสองช่องที่ยื่นออกมาจากฐานตัวเรือน จะเห็นว่าตรงช่องทางขวาบริเวณ 4 นาฬิกาจะทำหน้าที่บอกชั่วโมงและนาที ขณะที่ช่องทางซ้ายบริเวณ 10 นาฬิกาบอกวินาที ทั้งสองช่องจะถูกโอบอุ้มด้วยขอบเบซเซลทรงหน้าต่างเรือดำน้ำที่ผ่านการขัดแต่งผิวสัมผัสอย่างละเอียด พร้อมหมุดยึดโทนสีทองกิลต์ขัดเงา ความประณีตในระดับนี้บนตัวเรือนรูปทรงเฉพาะตัว ถือเป็นความกล้าหาญเชิงการผลิตที่หาได้ยากจากแบรนด์ในระดับราคานี้ เพราะโดยปกติแล้ว การขึ้นรูปตัวเรือนใหม่ทั้งหมดสำหรับนาฬิการุ่นพิเศษที่มีจำนวนการผลิตจำกัดเพียงไม่กี่ร้อยเรือน เป็นโจทย์ทางธุรกิจที่ยากจะหาความคุ้มทุน

นอกจากนี้ ความพิเศษที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการแสดงผลแยกหน้าปัดย่อยทั้งสอง คือแนวคิดในการเลือกใช้กลไก การแยกเข็มชั่วโมง-นาที ออกจากเข็มวินาทีบนหน้าปัดคนละช่อง โดยปกติมักอาศัยการพัฒนามอดูลกลไกซับซ้อนเพื่อจะส่งผ่านพลังงาน แต่สำหรับ Futur Antérieur ทีมงานเลือกวิธีที่ตรงไปตรงมา ด้วยการบรรจุกลไกอัตโนมัติขนาดจิ๋ว Calibre Sellita SW100 ลงไปถึงสองตัวภายในตัวเรือนเดียว โดยกลไกหนึ่งจะทำหน้าที่เป็นตัวขับเคลื่อนเข็มชั่วโมงและนาที ส่วนอีกกลไกหนึ่งทำหน้าที่ขับเคลื่อนเข็มวินาทีแยกอิสระ แม้การใส่ 2 กลไกไว้ในนาฬิกาเรือนเดียวอาจไม่ใช่โซลูชันที่นักอนุรักษนิยมสายกลไกชื่นชอบที่สุด แต่มันก็คือทางออกทางวิศวกรรมที่ชาญฉลาด ซึ่งช่วยรักษาความเพรียวบางของตัวเรือนให้ลงตัวเวลาอยู่บนข้อมือ ส่วนพื้นที่ว่างบนหน้าปัดที่เพิ่มขึ้นจากการลดทอนช่องแสดงผลเหลือเพียงสองช่อง จะถูกเติมเต็มด้วยแผ่นเพลทแกะสลักสัญลักษณ์ชื่อของสองผู้สร้างสรรค์อย่าง Louis Erard และ Vianney Halter ซึ่งช่วยสร้างสมดุลและความสอดรับเชิงจังหวะสายตาได้อย่างน่าสนใจ ตัวเรือนจะมาพร้อมกับสายหนังนกกระจอกเทศ (Ostrich Leather) โดยจะมีให้เลือกสองตัวเลือกสี ได้แก่ หน้าปัดโทนสีทองจับคู่สายสีดำ และหน้าปัดโทนสีเงินจับคู่สายสีน้ำเงิน การผลิตถูกจำกัดไว้ที่สีละ 178 เรือนทั่วโลก พร้อมชุดแพ็กคู่พิเศษอีกเพียง 78 ชุด

ก่อนหน้านี้เรามีโอกาสได้เห็นภาพร่างของงานนี้ก่อนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ตอนนั้นแม้ยังเป็นเพียงโมเดลที่ยังไม่วางขาย แต่ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูแปลกตาก็ทำเอาอดตื่นเต้นไม่ได้แล้ว ยิ่งพอได้เห็นผลงานจริงออกมาแบบนี้ ก็ไม่รู้สึกผิดหวังเลยจริงๆ ในมุมมองส่วนตัว งานออกแบบสไตล์ Steampunk หรือเครื่องจักรไอน้ำย้อนยุค เป็นภาษาดีไซน์ที่มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความคลาสสิกทรงคุณค่ากับความล้นจนดูประดิดประดอย แต่สิ่งที่ Vianney Halter และ Louis Erard ทำสำเร็จในรุ่น Futur Antérieur คือการรักษาสมดุลของรายละเอียดเหล่านั้นไว้อย่างพอดี มันไม่ใช่แค่นาฬิกาที่หยิบเอาชื่อของช่างทำนาฬิกาชื่อดังมาแปะบนหน้าปัดเพื่อผลประโยชน์ทางการค้า แต่เป็นผลงานที่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการส่งผ่านงานออกแบบระดับตำนานยุค 90s มาสู่ข้อมือของนักสะสมรุ่นใหม่ในราคาที่จับต้องได้จริง

บางที การที่เรามองหานาฬิกาสักเรือนในยุคนี้ อาจไม่ใช่การมองหาความเที่ยงตรงไร้ที่ติเพียงอย่างเดียว แต่มันคือการมองหาชิ้นงานที่มีความขบถ มีเรื่องราว และกล้าที่จะแตกต่างจากกรอบเดิมๆ บนหน้าฟีด แล้วสำหรับคุณ ถ้ามีโอกาสได้สวมนาฬิกาสไตล์ Steampunk ที่มีกลไกสองเรือนเครื่องซ่อนอยู่ข้างในเรือนนี้ คุณคิดว่าเสน่ห์ของหน้าต่างเรือดำน้ำบนข้อมือจะเปลี่ยนมุมมองที่คุณมีต่อนาฬิการ่วมสมัยไปอย่างไรบ้าง

ข้อมูลทางเทคนิค 
  • ชื่อรุ่น: Louis Erard x Vianney Halter Futur Antérieur
  • รหัสอ้างอิง:
    • Ref. 22243AA01.BOA02 (หน้าปัดโทนสีทอง / สายสีดำ)
    • Ref. 22243AA07.BOA05 (หน้าปัดโทนสีเงิน / สายสีน้ำเงิน)
  • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล รูปทรงสามมิติแบบไม่สมมาตร ขนาดกว้าง 38 มิลลิเมตร ยาว 44 มิลลิเมตร ความหนา 8.85 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 50 เมตร
  • หน้าปัด: หน้าปัดย่อยสองช่องสไตล์ Porthole ขอบเบซเซลยกสูงตกแต่งหมุดยึดโทนสีทองกิลต์ หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 4 นาฬิกาบอกชั่วโมงและนาที หน้าปัดย่อยตำแหน่ง 10 นาฬิกาบอกวินาที
  • กลไก: กลไกอัตโนมัติคู่ Twin Sellita SW100 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง (4Hz) สำรองพลังงาน 42 ชั่วโมง
  • สายนาฬิกา: สายหนังนกกระจอกเทศ (Ostrich Leather) พร้อมตัวล็อกแบบหัวเข็มขัด
  • จำนวนการผลิต: ผลิตจำกัดสีละ 178 เรือนทั่วโลก และชุดสะสมแพ็กคู่ (Box Set) จำนวน 78 ชุด

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre พาเปิดเบื้องหลังความนิ่งและสมาธิของ หวัง ชุ่น นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์สารคดี The Hour Before 
เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’
GPHG กับภารกิจขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกาโลก

Share post:

More like this

Introducing: สำรวจความงดงามของ Glashütte Original Senator Aventurine สองเฉดสีใหม่บนหน้าปัดแก้วอเวนทูรีนระยิบระยับ 

Glashütte Original Senator Aventurine สองเฉดสีใหม่บนหน้าปัดแก้วอเวนทูรีนระยิบระยับ ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์ Calibre 36-16 สำรองพลังงาน 100 ชั่วโมง งานศิลป์ชั้นสูงที่ผสานความเงียบสงบแห่งจักรวาลไว้บนข้อมือ

The Weekly Watch News: สรุปความเคลื่อนไหวนาฬิกาเปิดตัวใหม่ประจำสัปดาห์นี้ (23 – 30 OCT 2026)

สำรวจความเคลื่อนไหวล่าสุดของวงการนาฬิกา ผ่านสะพานจักรทองคำ Girard-Perregaux, หน้าปัดอเวนทูรีน Glashütte Original, กลไกค้อนขึ้นลาน Moritz Grossmann, IWC ปีนักษัตร และ Hamilton Khaki Field สายเกมมิ่ง

Tissot PRX Skeleton Damian Lillard Special Edition ผสานดีไซน์เรโทรหน้าปัดเบอร์กันดีเข้ากับจิตวิญญาณนักกีฬาซูเปอร์สตาร์

สำรวจความลงตัวครั้งใหม่ระหว่าง Tissot และ Damian Lillard ผ่าน PRX Skeleton รุ่นพิเศษหน้าปัดสีเบอร์กันดี งานออกแบบที่ฉีกกรอบเดิมๆ ผสานกลไกสวิสเมดเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัยและทางเลือกการสวมใส่อันเป็นเอกลักษณ์

Bell & Ross เปิดตัว BR-05 Chrono Snow Rocket ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Simon Billy เจ้าของสถิติโลกสปีดสกี

สัมผัสความเร้าใจครั้งใหม่จาก Bell & Ross กับ BR-05 Chrono Snow Rocket นาฬิกาโครโนกราฟรุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก Simon Billy นักกีฬาสปีดสกีผู้ครองสถิติโลก ผสานดีไซน์หน้าปัดขาวตัดแดงและกลไกความแม่นยำสูง