The Weekly Watch News: สรุปความเคลื่อนไหวนาฬิกาเปิดตัวใหม่ประจำสัปดาห์นี้ (23 – 30 OCT 2026)

Date:

มีตั้งแต่ทูร์บิญองสถาปัตยกรรมชั้นสูง งานกระจกอิตาเลียนโบราณ ไปจนถึงคาแรคเตอร์เกมมิ่ง มาดูกันว่ามีเรือนไหนน่าจับตาเป็นพิเศษ

เคยสงสัยกันไหมว่า อะไรคือสิ่งที่ทำให้นักสะสมนาฬิกาและคนทำงานสื่อสายเรือนเวลาหลายต่อหลายคน ยังคงยอมตื่นเช้ามานั่งเปิดเช็กข่าวการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ๆ อยู่ทุกวัน ทั้งที่หากพิจารณาตามความจริงบนโลกดิจิทัล สมาร์ทโฟนบนโต๊ะทำงานหรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ต่างก็ทำหน้าที่บอกเวลาได้ตรงเป๊ะจนถึงระดับมิลลิวินาทีอยู่แล้ว เชื่อไหมว่าคำตอบมักไม่ได้ซ่อนอยู่ในเรื่องของความเที่ยงตรงเพียวๆ แต่มันคือเรื่องของ ‘บทสนทนาทางสุนทรียศาสตร์’ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กระจกแซฟไฟร์ เมื่อโลกของเครื่องบอกเวลาเดินทางมาถึงจุดที่การขยับขยายขอบเขตความคิดไม่ใช่แค่การพยายามผลิตนาฬิกาให้เที่ยงตรงที่สุด หากแต่เป็นการประชันกันด้วยภาษาทางสถาปัตยกรรม งานหัตถศิลป์ระดับตำนาน และความกล้าที่จะล้มทฤษฎีการอ่านเวลาแบบเดิมๆ ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของวงการ horology ทั่วโลกต่างก็สะท้อนให้เห็นทิศทางที่น่าสนใจยิ่งขึ้นเรื่อยๆ แบรนด์ระดับสูงต่างพากันส่งผลงานที่เรียกว่าเป็นการปฏิวัติเชิงสัญลักษณ์ออกมาประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร มาดูกันค่ะว่าวีคนี้มีอะไรมาให้ชมกันบ้าง

สถาปัตยกรรมทองคำที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศกับ Girard-Perregaux Laureato Fifty Three Gold Bridges

หากจะพูดถึงโครงสร้างกลไกที่กลายมาเป็นลายเซ็นอันทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์เรือนเวลาสวิส ชื่อของสะพานจักรทองคำ หรือ Gold Bridges จาก Girard-Perregaux คือหนึ่งในภาพจำระดับคลาสสิกที่ทุกคนรู้จักกันดีแน่ๆ แต่การปรากฏตัวขึ้นของ Laureato Fifty Three Gold Bridges รหัส 99112-58-3619-1CM เรือนนี้ กลับไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำเอาสะพานจักรสามแกนมาวางลงในเรือนเวลารูปทรงแปดเหลี่ยมอันคุ้นเคยตามสูตรสำเร็จอย่างที่เราเข้าใจ ยิ่งถ้าเราย้อนกลับไปมองถึงประวัติศาสตร์ของตระกูล Laureato ที่ลือก้องมาตั้งแต่ยุค 1970s จุดเด่นที่เป็นสัญลักษณ์อย่างขอบตัวเรือนทรงแปดเหลี่ยมซ้อนอยู่บนฐานทรงกลม ถูกนำมาจับคู่เข้ากับโครงสร้างกลไกสเกเลตันระดับสูง ในรุ่นล่าสุดนี้ การเลือกใช้ทองคำมาขึ้นรูปเป็นสะพานจักรลอยตัวบนโครงสร้างหน้าปัดเปลือย ทำให้ฟันเฟืองและตลับลานแต่ละชิ้นดูเหมือนกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศ จนสามารถมองดูตลับลานที่ส่งผ่านพลังงานไปยังชุดเข็ม มันคือความลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งของตัวเรือนแบบลักชัวรี่สปอร์ตกับความละเมียดละไมของงานช่างฝีมือชั้นสูง ข้อสังเกตส่วนตัวจากการได้เฝ้ามองวิวัฒนาการของไลน์ Laureato ในระยะหลัง คือการที่แบรนด์พยายามทลายกรอบความเชื่อเดิมๆ ว่านาฬิกาไฮเอนด์คอมพลิเคชันจะต้องซ่อนตัวอยู่ในตัวเรือนทองคำทรงเดรสสีเรียบๆ เท่านั้น การนำกลไกสะพานจักรทองคำมาบรรจุลงในโครงสร้างสปอร์ตแบบนี้ สะท้อนให้เห็นรสนิยมของนักสะสมยุคใหม่ที่ไม่ต้องการประดิดประดอยจนดูเอ่อล้น แต่ต้องการความมั่นใจและเอกลักษณ์ที่สามารถสวมใส่ได้จริงโดยไม่ต้องเคอะเขิน

ข้อมูลทางเทคนิค  
  • Girard-Perregaux Laureato Fifty Three Gold Bridges:
    • รหัสรุ่น: 99112-58-3619-1CM
    • ตัวเรือน: ทรงแปดเหลี่ยมซ้อนบนฐานกลม โครงสร้างสเกเลตัน
    • จุดเด่น: สะพานจักรทองคำ 3 แกนแบบลอยตัว (Three Gold Bridges)

เมื่อผืนฟ้าแห่งศิลปะถูกสลักลงบนแก้วแก้วอเวนทูรีนกับ Glashütte Original Senator Aventurine

ข้ามฝั่งจากสวิตเซอร์แลนด์มายังดินแดนแห่งการผลิตนาฬิกาอันเงียบสงบในซีกโลกตะวันออกของเยอรมนีกันบ้างกับแบรนด์ Glashütte Original ได้สร้างแรงสะเทือนให้กับผู้ที่หลงใหลในความมินิมอลเชิงศิลปะด้วยการเปิดตัว Senator Aventurine สองเฉดสีใหม่ ได้แก่ Art Déco Blue บนตัวเรือนแพลทินัม และ Art Nouveau Green บนตัวเรือนเรดโกลด์ สิ่งที่ชวนให้หยุดมองตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นคือการนำวัสดุอย่างแก้วอเวนทูรีน (Aventurine Glass) มาใช้เป็นผืนแคนวาสหลัก เกล็ดแร่โลหะที่ส่องประกายยิบยับอยู่ภายในเนื้อแก้วสีน้ำเงินเข้มและสีเขียวมรกต ให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังจ้องมองลงไปในห้วงอวกาศหรือดวงดาวกลางดึกสงัด สำหรับการดีไซน์หน้าปัดแบบสองเข็มไร้ซึ่งหลักชั่วโมงเทอะทะ ทำให้สายตาทั้งหมดโฟกัสไปที่ความงามของตัววัสดุและงานขัดเงาบนชุดเข็มความประณีตสูง ส่วนภายในตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตรนั้น มีความหนาเพียง 10.2 มิลลิเมตรเท่านั้น เรือนนี้จะถูกขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Calibre 36-16 ที่ให้พลังงานสำรองยาวนานถึง 100 ชั่วโมง (ถือว่ายาวนานมากเลยทีเดียวแหละ) ความน่าสนใจของเคสนี้คือการที่แบรนด์เยอรมันซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความตรงไปตรงมาและระเบียบวินัยเชิงวิศวกรรม กล้าที่จะก้าวเข้าสู่อารมณ์ความรู้สึกเชิงสุนทรียศิลป์แบบ Art Déco และ Art Nouveau อย่างเต็มตัว ไม่ว่าจะเลือกระหว่างความเย็นชาสุขุมของตัวเรือนแพลทินัมจับคู่หน้าปัดอเวนทูรีนสีน้ำเงิน หรือความอบอุ่นหรูหราของตัวเรือนเรดโกลด์จับคู่หน้าปัดสีเขียว ก็นับว่ามาพร้อมภาษาทางอารมณ์ที่สื่อสารกับผู้สวมใส่โดยตรง

ข้อมูลทางเทคนิค  
  • Glashütte Original Senator Aventurine:
    • รหัสรุ่น: Art Déco Blue Platinum (1-36-16-40-03-01) / Art Nouveau Green Red Gold (1-36-16-41-05-01)
    • ตัวเรือน: ขนาด 40 มิลลิเมตร ความหนา 10.2 มิลลิเมตร (แพลทินัม หรือ เรดโกลด์)
    • หน้าปัด: แก้วอเวนทูรีนสีน้ำเงินเข้ม หรือ สีเขียวมรกต
    • กลไก: กลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Calibre 36-16 สำรองพลังงาน 100 ชั่วโมง

กฎเกณฑ์ใหม่ของนาฬิกาบอกเวลาแบบ Wandering Hour จาก CIGA Design Time Cipher Gold

หากใครคิดว่ากลไกการบอกเวลาแบบ Wandering Hour หรือการหมุนเปลี่ยนจานชั่วโมงไปตามสเกลนาที จะต้องถูกจำกัดอยู่แค่ในวงการนาฬิกาอิสระราคาระดับหลายล้านบาทเท่านั้น อยากให้ลองเปิดใจทำความรู้จักกับ CIGA Design แบรนด์สถาปัตยกรรมเรือนเวลาเชื้อสายเอเชียที่เคยสร้างปรากฏการณ์คว้าท้าชนแบรนด์สวิสบนเวที GPHG มาแล้ว ล่าสุดก็ได้ปล่อย Time Cipher Gold ออกมาลบคำสบประมาทนั้นอย่างสิ้นเชิง ผลงานเรือนนี้ถูกออกแบบมาในสไตล์ไมโครสปอร์ตผสมผสานความขบถร่วมสมัย ด้วยตัวเรือนแบบไร้ขา (Lugless) ขนาด 40.8 มิลลิเมตร หากใครเคยลองจะพอทราบว่ามันสามารถสวมใส่แนบไปกับข้อมือได้อย่างลื่นไหล เรือนนี้จะโดดเด่นด้วยหน้าปัดนวัตกรรม “Super Black” ที่สามารถดูดกลืนแสงได้สูงถึง 99.4% สร้างมิติความมืดมิดระดับไร้ก้นบึ้ง เพื่อขับเน้นให้ชุดกลไก Wandering Hour สีทองคำที่หมุนวนอยู่ตรงกลางดูราวกับกำลังลอยตัวอย่างเป็นอิสระ สำหรับการนำกลไกฐานอัตโนมัติ Miyota 9000-series มาโมดิฟายด์ร่วมกับชุดโมดูล Caliber CD-08 ที่พัฒนาขึ้นเองนั้น ช่วยให้การส่งผ่านพลังงานไปยังจานชั่วโมงเคลือบสีทองเป็นไปอย่างนุ่มนวลและสม่ำเสมอมากขึ้น ลองนึกดูสิว่า การได้นั่งมองดูตัวเลขชั่วโมงค่อยๆ เคลื่อนตัวกวาดผ่านส่วนโค้งบอกนาทีอย่างเงียบเชียบภายใต้แสงไฟ ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่า งานออกแบบที่มีความคิดสร้างสรรค์ไม่จำเป็นต้องผูกติดอยู่กับป้ายราคาที่ไกลเกินเอิงเอิญเสมอไป แต่คือการมองหาทางเลือกใหม่ๆ ที่ชวนให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจศิลปะแห่งกาลเวลาได้อย่างน่าประทับใจ (หากมีโอกาสอยากให้ไปลองขึ้นข้อด้วยตัวเองกันดูซักครั้ง)

ข้อมูลทางเทคนิค  
  • CIGA Design Time Cipher Gold:
    • ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล 316L ทรงกลมไร้ขา (Lugless) หนา 11.8 มิลลิเมตร
    • หน้าปัด: Super Black ดูดกลืนแสง 99.4%
    • กลไก: Wandering Hour Module Caliber CD-08 สำรองพลังงาน 40 ชั่วโมง

สัมผัสแห่งงานหัตถศิลป์ผ่านกาลเวลาไปกับ Vacheron Constantin Métiers d’Art Chinese Zodiac

เมื่อพูดถึงสุดยอดสถาบันทำนาฬิกาชั้นสูงที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานไม่เคยขาดสายอย่าง Vacheron Constantin คอลเลกชัน Métiers d’Art คือพื้นที่ปล่อยของสำหรับช่างฝีมือระดับครูผู้สืบทอดศาสตร์โบราณ การแกะสลักโลหะและการลงยาแบบ Grand Feu แพลตฟอร์มซีรีส์ตระกูล 12 นักษัตรจีน ถือเป็นอีกหนึ่งธรรมเนียมปฏิบัติที่นักสะสมระดับบิ๊กทั่วโลกต่างรอคอย ภาพจำของงานแกะสลักลอยตัวรูปสัตว์นักษัตรที่ซ่อนตัวอยู่ตรงกลางหน้าปัด รายล้อมด้วยช่องหน้าต่างบอกชั่วโมง นาที วัน และวันที่ทั้งสี่มุม ขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Calibre 2460 G4 สะท้อนให้เห็นถึงความเกรียงไกรของวิศวกรรมสวิสที่ให้ความเคารพต่อวัฒนธรรมตะวันออกอย่างลึกซึ้ง การไร้ซึ่งเข็มนาฬิกากวาดผ่านหน้าปัด ก็เพื่อเปิดโอกาสให้พื้นที่ทั้งหมดกลายเป็นเวทีแสดงทักษะการลงยาสีสันสดใสและการสลักลายเส้นลงบนทองคำด้วยมืออย่างประณีต หากใครเคยเห็นเรือนจริงของคอลเลกชันนี้ใกล้ๆ ย่อมเข้าใจดีว่าการได้เห็นผลงานระดับ Métiers d’Art นั้นไม่ใช่แค่การมองดูนาฬิกาข้อมือ แต่มันคือการได้เสพงานศิลปะประติมากรรมขนาดย่อมที่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจและซึมซับรายละเอียดทีละจุด ร่องรอยการแกะสลักบนตัวสัตว์แต่ละมิลลิเมตร หรือความสม่ำเสมอของสี enamel ที่ผ่านการเผาด้วยความร้อนสูงหลายรอบ คือหลักฐานเชิงรูปธรรมที่บอกเราว่า เหตุใดงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมถึงยังคงมีคุณค่าเหนือจินตนาการแม้เวลาจะล่วงเลยมาหลายร้อยปี

ข้อมูลทางเทคนิค  
  • Vacheron Constantin Métiers d’Art Chinese Zodiac (Year of the Goat):
    • ตัวเรือน: ทองคำหรือแพลทินัม สไตล์เดรสชั้นสูง
    • หน้าปัด: งานลงยา Grand Feu พร้อมงานแกะสลักลอยตัวรูปแพะด้วยมือ
    • กลไก: กลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Calibre 2460 G4 แสดงค่าผ่านช่องหน้าต่าง 4 มุมไร้เข็ม

สปอร์ตโครโนกราฟกับสัญลักษณ์มงคลผ่าน IWC Pilot’s Watch Performance Chronograph 41 Year of the Goat

ช่วงใกล้สิ้นปีแบบนี้เราเริ่มจะได้เห็นธรรมเนียมการเฉลิมฉลองปีนักษัตร ซึ่งแน่นอนว่าจะไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะนาฬิกาเดรสสไตล์คลาสสิกเท่านั้น ล่าสุด IWC Schaffhausen เองก็เลือกที่จะนำเอานาฬิกาสปอร์ตโครโนกราฟตัวแรงอย่าง Pilot’s Watch Performance Chronograph 41 มาต้อนรับปีมะแม (Year of the Goat) ผ่านรุ่นลิมิเต็ดอิดิชัน Ref. IW388310 ซึ่งผลิตเพียง 500 เรือนทั่วโลก ความน่าสนใจของเรือนเวลารุ่นนี้คือการจับคู่ความดุดันของตัวเรือนไทเทเนียมและขอบเซรามิกสีดำ เข้ากับหน้าปัดสีทองคำเปล่งประกาย โทนสีทองในวัฒนธรรมจีนคือสัญลักษณ์แห่งโชคลาภ ความมั่งคั่ง และเกียรติยศ แต่ไฮไลต์ที่ซ่อนอยู่คือบริเวณฝาหลังโรเตอร์ขึ้นลาน ที่จะแกะสลักฉลุเป็นรูปแพะสามตัว (“Three Goats”) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์มงคลดั้งเดิมสื่อถึงความโชคดีและความสุขสงบร่มเย็นนั่นเอง การที่ IWC เลือกจะสื่อสารความประณีตของสัญลักษณ์จีนโบราณลงบนเครื่องมือสปอร์ตโครโนกราฟประสิทธิภาพสูงแบบนี้ ถือเป็นการเบลอเส้นแบ่งระหว่างนาฬิกาเครื่องมือลุยๆ กับงานศิลปะเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมได้อย่างแนบเนียน ชวนให้สัมผัสถึงความอบอุ่นและมีมิติที่น่าค้นหาบนข้อมือไปอีกแบบ

ข้อมูลทางเทคนิค  
  • IWC Pilot’s Watch Performance Chronograph 41 Year of the Goat:
    • รหัสรุ่น: IW388310 (ผลิตจำกัด 500 เรือน)
    • ตัวเรือน: ไทเทเนียม ขอบเซรามิกสีดำ ขนาด 41 มิลลิเมตร
    • หน้าปัด: สีทองคำ พร้อมฝาหลังโรเตอร์สลักรูปแพะสามตัว (Three Goats)
    • กลไก: กลไกอัตโนมัติโครโนกราฟ Calibre 69385 สำรองพลังงาน 46 ชั่วโมง

โรเตอร์ตุ้มเหวี่ยงและหน้าปัดอีนาเมลระดับมาสเตอร์ของ Moritz Grossmann Hamatic Enamel

ข้ามกลับไปยังเมืองกลาสฮุตเตอ ประเทศเยอรมนี กับ Moritz Grossmann แแบรนด์อิสระระดับสูงที่เพิ่งฉลองวาระครบรอบ 200 ปีของผู้ก่อตั้งด้วยรุ่นพิเศษ HAMATIC Enamel ที่ผลิตจำกัดเพียงตัวเรือนละ 8 เรือนทั่วโลก และความพิเศษสุดของรุ่นนี้คือการปรับเปลี่ยนดีเอ็นเอเดิมอย่างเด่นชัด ด้วยหน้าปัดลงยาอีนาเมลสีดำสนิท (Black Enamel) ซึ่งขับเน้นให้ตัวเลขอราบิกแบบอัพพลายด์วัสดุทองคำดูโดดเด่นและเข้ากันได้ดีกับเข็มเหล็กขัดด้วยมือผ่านความร้อนจนเป็นสีฟ้า ภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกอินเฮาส์อัตโนมัติ Calibre 106.0 ที่ใช้ระบบ Hammer-Winding Mechanism หรือลูกตุ้มทรงค้อนหมุนสองทิศทางขึ้นลาน สำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 72 ชั่วโมง พร้อมสลักตัวเลข ‘1826’ ไว้บนสะพานจักร ถือเป็นงานคราฟต์เยอรมันชั้นสูงที่สง่างามและทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

ข้อมูลทางเทคนิค  
  • Moritz Grossmann HAMATIC Enamel (200th Anniversary Edition):
    • รหัสรุ่น: Rose Gold (MG-004000) / White Gold (MG-004079) จำกัดเรือนละ 8 เรือนทั่วโลก
    • หน้าปัด: อีนาเมลสีดำสนิท (Black Enamel) พร้อมเลขอราบิกอัพพลายด์ทองคำ และเข็มเหล็กขัดสีฟ้า
    • กลไก: กลไกอัตโนมัติ Calibre 106.0 ระบบค้อนขึ้นลาน (Hammer Winding) สำรองพลังงาน 72 ชั่วโมง

จากสมรภูมิเกมคอนโซลสู่ข้อมือจริงกับ Hamilton Khaki Field Mechanical 38mm Call of Duty: Modern Warfare 4

สลับอารมณ์จากโลกศิลปะชั้นสูงมาสู่ป๊อปคัลเจอร์และโลกแห่งการต่อสู้กันบ้างกับ Hamilton แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ผูกพันกับนาฬิกาทหารและวงการภาพยนตร์ ได้สร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ด้วยการจับมือกับแฟรนไชส์เกมระดับตำนาน ออกรุ่นพิเศษ Khaki Field Mechanical Ref. H69469930 ที่ปรากฏอยู่บนข้อมือของ Captain John Price ในเกม Call of Duty: Modern Warfare 4 เรือนนี้มาพร้อมตัวเรือนสตีลเคลือบด้วย PVD สีดำเข้มขรึม มีขนาด 38 มิลลิเมตร หนาเพียง 9.5 มิลลิเมตร จับคู่กับหน้าปัดสีดำเทกซ์เจอร์เม็ดทราย ตัดเน้นด้วยตัวเลขและเข็มเรืองแสงสีเหลือง เสริมความโดดเด่นด้วยแบบฟอนต์ตัวเลขสไตล์เกมมิ่งบริเวณ 4 นาฬิกา มาพร้อมสายผ้า NATO สีเขียวขี้ม้าปักหมุดลุยทุกสมรภูมิ ส่วนภายในขับเคลื่อนด้วยกลไกไขลานด้วยมือ H-50 ที่สำรองพลังงานยาวนานถึง 80 ชั่วโมง สำหรับการผสมผสานเสน่ห์ของนาฬิกาทหารไขลานยุคเก่าเข้ากับโลกของวิดีโอเกมยุคใหม่นั้น ทำให้นาฬิกาเรือนนี้กลายเป็นไอเทมที่เชื่อมโยงความทรงจำของวัยรุ่นยุคมิลเลนเนียลที่เคยนั่งเฝ้าหน้าจอคอนโซล เข้ากับความหลงใหลในเรือนเวลากลไกได้อย่างลงตัว

ข้อมูลทางเทคนิค  

  • Hamilton Khaki Field Mechanical 38mm Call of Duty: Modern Warfare 4:
    • รหัสรุ่น: H69469930
    • ตัวเรือน: สตีลพ่นทรายเคลือบ PVD สีดำ ขนาด 38 มิลลิเมตร หนา 9.5 มิลลิเมตร กันน้ำ 50 เมตร
    • หน้าปัด: สีดำเทกซ์เจอร์เม็ดทราย ตัดเน้นสีเหลือง ตัวเลขฟอนต์สไตล์เกมมิ่ง 4 นาฬิกา
    • กลไก: กลไกไขลานด้วยมือ H-50 สำรองพลังงาน 80 ชั่วโมง

นี่เป็นเพียงบางส่วนที่เราหยิบมาเล่า จริงๆ ยังมีอีกหลายเรือนที่น่าสนใจมากๆ และนาฬิกาข้อมือที่คุณเลือกสวมใส่ในวันนี้ อาจไม่ใช่แค่เครื่องมือสำหรับนับถอยหลังรอเวลาเลิกงาน แต่มันคือสะพานเชื่อมระหว่างตัวตนของคุณกับเรื่องราว ความคิด และงานฝีมือของช่างนาฬิกาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง แล้วถ้าวันนี้คุณมีโอกาสได้เลือกสวมนาฬิกาหนึ่งเรือนเพื่อบันทึกช่วงเวลาในชีวิตของคุณ คุณจะเลือกเรือนเวลาที่โชว์กลไกทองคำลอยตัว หรือเรือนเวลาที่ซ่อนห้วงอวกาศไว้ภายใต้หน้าปัดแก้วอเวนทูรีน?

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jaeger-LeCoultre พาเปิดเบื้องหลังความนิ่งและสมาธิของ หวัง ชุ่น นักกีฬาว่ายน้ำโอลิมปิก ในซีรีส์สารคดี The Hour Before 
เปิดตำนาน Ulysse Nardin ‘Freak’
GPHG กับภารกิจขับเคลื่อนวัฒนธรรมนาฬิกาโลก

Share post:

More like this

Tissot PRX Skeleton Damian Lillard Special Edition ผสานดีไซน์เรโทรหน้าปัดเบอร์กันดีเข้ากับจิตวิญญาณนักกีฬาซูเปอร์สตาร์

สำรวจความลงตัวครั้งใหม่ระหว่าง Tissot และ Damian Lillard ผ่าน PRX Skeleton รุ่นพิเศษหน้าปัดสีเบอร์กันดี งานออกแบบที่ฉีกกรอบเดิมๆ ผสานกลไกสวิสเมดเข้ากับแฟชั่นร่วมสมัยและทางเลือกการสวมใส่อันเป็นเอกลักษณ์

Bell & Ross เปิดตัว BR-05 Chrono Snow Rocket ที่ได้แรงบันดาลใจจาก Simon Billy เจ้าของสถิติโลกสปีดสกี

สัมผัสความเร้าใจครั้งใหม่จาก Bell & Ross กับ BR-05 Chrono Snow Rocket นาฬิกาโครโนกราฟรุ่นพิเศษที่ได้แรงบันดาลใจจาก Simon Billy นักกีฬาสปีดสกีผู้ครองสถิติโลก ผสานดีไซน์หน้าปัดขาวตัดแดงและกลไกความแม่นยำสูง

Chaumet Joséphine Aigrette นาฬิกาจิวเวลรี่ทรงหยดน้ำ โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มขัดลายซันเบิร์ช ล้อมเพชร 62 เม็ด

ทำความรู้จัก Chaumet Joséphine Aigrette Ref. W85845 นาฬิกาจิวเวลรี่ทรงหยดน้ำ โดดเด่นด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มขัดลายซันเบิร์ช ล้อมเพชร 62 เม็ด และสายสแตนเลสสตีลเจียระไนเหลี่ยมมุมอย่างมีมิติ

จะเป็นอย่างไรเมื่อ The Watch Keepers แพลตฟอร์ม CPO มือสองจาก Audemars Piguet เปิดตัวอย่างเป็นทางการ

สำรวจความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของ Audemars Piguet กับการเปิดตัว The Watch Keepers แพลตฟอร์ม Certified Pre-Owned (CPO) ที่ผสานมาตรฐานการตรวจสอบจากเลอ บราซูส์ เข้ากับประสบการณ์ดิจิทัลสุดล้ำ เพื่อส่งต่อคุณค่าและบริหารอายุการใช้งานของเรือนเวลาอย่างยั่งยืน