Laurent Ferrier Classic Origin Beige นิยามบทใหม่แห่งความเรียบหรูเพื่อฉลองครบรอบ 15 ปี

Date:

สุนทรียศาสตร์แห่งมินิมอลสปิริตบนหน้าปัดสีเบจโอพาลีน

ในวาระครบรอบ 15 ปีของเมซง Laurent Ferrier ได้เผยโฉมผลงานชิ้นสำคัญอย่าง Classic Origin Beige ซึ่งเป็นการนำผลงานระดับไอคอนิกที่เคยเปิดตัวเพื่อฉลองครบรอบ 10 ปีมาผ่านการตีความใหม่ โดยยังคงยึดมั่นในวิสัยทัศน์อันชัดเจนและปรัชญาการออกแบบที่มุ่งเน้นการสร้างเสน่ห์เฉพาะตัวผ่านความสมดุลเหนือกาลเวลา มากกว่าความหวือหวาตามกระแส

Laurent Ferrier Classic Origin Beige

ความงามร่วมสมัยที่เหนือกาลเวลา

Classic Origin Beige นำเสนอความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยการใช้ตัวเรือนสแตนเลสสตีลขนาด 40 มม. ที่มีเส้นสายโค้งมนสละสลวย ชวนให้นึกถึงก้อนหินซึ่งถูกสายน้ำขัดเกลาจนกลมมน และเป็นครั้งแรกในคอลเลกชันนี้ที่ตัวเรือนปรากฏในวัสดุเรดโกลด์ 5N ที่ให้ประกายสีแดงอบอุ่นสุกปลั่ง เมื่อจับคู่กับหน้าปัดสีเบจใหม่ที่มีพื้นผิวโอพาลีนเงาวาว จึงเกิดเป็นเรือนเวลาที่สะท้อนทั้งความทรงจำและความร่วมสมัย ราวกับเสียงสะท้อนอันแผ่วเบาจากอดีตที่ผสานเข้ากับปัจจุบันได้อย่างแยบยล

รายละเอียดบนหน้าปัดสะท้อนถึงมินิมอลสปิริตอันเป็นจิตวิญญาณสำคัญของแบรนด์ โดยมีการใช้เส้นรางรถไฟสีน้ำตาลเพื่อแสดงหน่วยนาที และแนวเส้นกากบาทกึ่งกลางหน้าปัดที่จัดวางอย่างประณีต ความชัดเจนในการอ่านค่าถูกขับเน้นด้วยตัวเลขสีแดงบนแนวเส้นนาทีและหน่วยวินาทีที่หน้าปัดย่อย ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา นอกจากนี้ยังมีเข็ม Assegai ทองคำ 18 กะรัตอันเป็นเอกลักษณ์เคลื่อนผ่านพื้นผิวหน้าปัดด้วยความสง่างาม ในส่วนของเม็ดมะยมได้รับการออกแบบให้มีรูปทรงกลมมนราวลูกบอล เพื่อให้ทุกครั้งที่ไขลานไม่ได้เป็นเพียงการกระทำเชิงกลไก แต่เป็นช่วงเวลาแห่งประสบการณ์ที่มอบความสุขอย่างแท้จริง

กลไกแห่งกาลเวลาและการตกแต่งอันประณีต

ภายใต้ฝาหลังแซฟไฟร์คือกลไก LF116.01 calibre ระบบขึ้นลานด้วยมือ ซึ่งรังสรรค์ด้วยมาตรฐานความประณีตอย่างไร้การประนีประนอม หัวใจการทำงานอยู่ที่สกรูบาลานซ์ภายใต้การควบคุมของบาลานซ์สปริงแบบ Breguet overcoil เพื่อช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงและลดความคลาดเคลื่อนจากตำแหน่ง อีกหนึ่งความลับที่นักสะสมยกย่องคือ long-blade ratchet pawl อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งผ่านการขัดแต่งด้วยมืออย่างประณีตเพื่อให้สัมผัสเฉพาะตัวและเสียงคลิกที่ชัดเจนในยามไขลาน โดยนาฬิกาสามารถมอบพลังงานสำรองได้ยาวนานกว่า 80 ชั่วโมงเมื่อไขลานจนเต็ม

Laurent Ferrier Classic Origin Beige

แม้กลไกชุดนี้จะดูเรียบง่ายแต่มั่นคงด้วยมาตรฐานงานตกแต่งที่พิถีพิถัน สะพานจักรถูกแต่งผิวด้วยเทคนิคขัดพ่นทรายละเอียดเคลือบโรเดียมสีดำ ขณะที่ทุกขอบมุมและมุมภายในผ่านการขัดเงาด้วยมืออย่างประณีต องค์ประกอบทั้งหมดถูกเติมเต็มอย่างกลมกลืนด้วยสายหนังนูบัคสีน้ำตาลมอคค่าที่บุด้วย Alcantara พร้อมตัวล็อกหัวเข็มขัดวัสดุเรดโกลด์ 5N Classic Origin Beige จึงเป็นประจักษ์พยานแห่งเรื่องราวที่ยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลา และทำให้เวลาเป็นเรื่องราวที่เล่าขานด้วยตัวเอง 

รายละเอียดเฉพาะทางเทคนิค
  • Reference: LCF036.R5.BR5
  • กลไก: ขึ้นลานด้วยมือ calibre LF116.01 เอสเคปเมนท์แบบ Swiss lever สกรูบาลานซ์ความถี่ 3Hz (21,600 vph) สำรองพลังงาน80 ชั่วโมง
  • ตัวเรือน: ทองคำเรดโกลด์ 18k (750) 5N ขนาด 40 มม. หนา 10.70 มม. กันน้ำ 30 เมตร
  • หน้าปัด: สีเบจโอพาลีน รางรถไฟสีน้ำตาลสลับตัวเลขแดง หลักชั่วโมงเรดโกลด์ 18k
  • สายนาฬิกา: หนังนูบัคสีน้ำตาลมอคค่าเย็บมือ ตัวล็อกหัวเข็มขัดเรดโกลด์ 18k

สัมผัสความประณีตของ Laurent Ferrier Classic Origin Beige ได้ที่ SHH Pendulum สยามพารากอน และติดตามข้อมูลนาฬิการุ่นอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่ช่องทาง social media หรือ Line: @PendulumThailand และ website: www.pendulum.co.th

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
The Revolutionary List: 26 ผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ – เรย์นัลด์ แอสคลิมันน์ (Raynald Aeschlimann)
Lederer Inverto Titanium เผยความงามบริสุทธิ์ของกลไกผ่านตัวเรือนไทเทเนียมโครงสร้างโปร่งใส
Must Have: The White Symphony มัดรวม 7 นาฬิกาหน้าปัดขาว รับเทรนด์ Pantone 2026 “Cloud Dancer”

Share post:

More like this

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

พาชมรายละเอียด Greubel Forsey Balancier QM ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 39.60 มม. รุ่นแรกที่มาพร้อมมาตรฐานงานตกแต่งด้วยมือระดับพิเพิธภัณฑ์ Qualité Musée และแฮร์สปริงแบบอินเฮาส์ ผลิตจำกัดเพียง 33 เรือน

ฉลอง 225 ปี ทูร์บิญอง Breguet ปล่อยนาฬิกาชิ้นโบแดง 4 เรือนรวด สะเทือนวงการไฮเอนด์ 

พาคุณย้อนเวลาสู่ปี 1801 จุดกำเนิดสิทธิบัตรทูร์บิญองของ Abraham-Louis Breguet พร้อมเจาะลึกเรือนเวลาชิ้นโบแดง 4 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปี ตั้งแต่เดรสวอทช์ไซส์คลาสสิกไปจนถึงสปอร์ตหรูระดับแกรนด์คอมพลิเคชัน

Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น

Blancpain เปิดตัว Villeret รุ่นใหม่ 6 โมเดล พร้อมขยายตัวเลือกสัดส่วนของเดรสวอทช์คลาสสิก ตั้งแต่ Ultraplate 38 มิลลิเมตร ไปจนถึง Moonphase 29.2 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดที่ยึดมั่นในงานช่างและความงามเหนือกระแสแฟชั่น

เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

การเดินทางครั้งใหม่ของ Denis Flageollet ที่เปลี่ยนผ่านจากความลุ่มลึกของเฉดสีน้ำเงินสู่อารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นของทะเลทรายสีทอง