Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

Date:

ด้วยความสดชื่นดั่งน้ำแข็ง แต่ยังหล่อคมคายเหมือนเดิม

ปี 2025 ถือว่าเป็นปีอายุครบ 50 นับจากแรกเกิดของนาฬิกาสไตล์ลักชัวรีสปอร์ต Laureato ของ Girard-Perregaux แล้ว ทางแบรนด์จึงรีบออกเวอร์ชั่นใหม่ด้วยหน้าปัดสีฟ้าไอซ์บลู เย็นตาดูสดชื่น บนนาฬิกา Laureato Chronograph ซึ่งดูแล้วช่างสบายตาดีจริง ๆ

Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

จากที่เห็นนาฬิกาที่เปิดตัวกันมาใหม่ในปีนี้ รู้สึกได้ว่าหลายแบรนด์มากับโทนสีฟ้าสดใส จนอาจจะเป็นเทรนด์สีหน้าปัดประจำปี 2025 นี้ก็เป็นได้ โดยสำหรับ Laureato Chronograph หน้าปัดไอซ์บลูนี้ จะเป็นการผลิตแบบสเปเชียล เอดิชั่น ที่จำกัดจำนวนไว้แค่ 180 เรือน และสามารถหาซื้อได้ที่บูติกอย่างเป็นทางการเท่านั้น

Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

พื้นฐานของนาฬิการุ่นนี้ก็คือ Laureato Chronograph ไซส์ 42 มม. กับตัวเรือนและสายสเตนเลสสตีลดีไซน์อินทีเกรเตดข้อทรงอักษร H ผิวปัดลายสลับขัดเงา ที่มีความหนาอย่างเหมาะสม คือ 12 มม. ซึ่งโดดเด่นในเรื่องความคลาสสิกของดีไซน์ที่นำลักษณะดั้งเดิมของ Laureato รุ่นบุกเบิกจากปี 1975 มาเป็นสารตั้งต้น แต่เพิ่มความสมัยใหม่บางประการเข้าไปให้ดูสปอร์ตขึ้น ส่วนปุ่มกดจับเวลาก็เป็นแบบมีเกลียวล็อกเพื่อมิให้เกิดการกดโดยไม่ได้ตั้งใจ

ตัวเรือนส่วนกลางที่เป็นทรงบาร์เรล ถูกวางทับด้วยวงขอบตัวเรือนดีไซน์ซับซ้อนที่มีทั้งแนววงกลมกับลักษณะ 8 เหลี่ยมเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างมีเอกลักษณ์ และตัวเรือนฝั่งขวาถูกตัดเหลี่ยมให้เม็ดมะยมแบบขันเกลียวขนาดใหญ่ฝังจมอยู่ส่วนหนึ่งเพื่อปกป้องการกระทบกระทั่ง สร้างความมั่นใจว่าสามารถกันน้ำได้ถึง 100 เมตร ตามที่ระบุในสเปก

Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

ทั้งหน้าปัดหลัก วงขอบหน้าปัด หน้าปัดย่อยทั้งสาม ไปจนถึงแถบนูนสำหรับพิมพ์ชื่อและตรา และจานวันที่ล้วนเป็นสีฟ้าไอซ์บลูกันโดยถ้วนหน้า โดยมีลายผิวที่ต่างกันเป็นตัวสร้างมิติ เริ่มจากพื้นหน้าปัดหลักที่ประทับเป็นลาย Clous de Paris (กลู เดอ ปารีส์) ต่อด้วยพื้นหน้าปัดย่อยที่ทำเป็นลายวงซ้อนกันวางระนาบจมเข้าไปจากพื้นหน้าปัดหลักเล็กน้อย และวงขอบหน้าปัดที่เป็นผิวเรียบซึ่งยกระนาบสูงขึ้นมาจากหน้าปัดหลัก

หลักชั่วโมงและเข็มชั่วโมงกับนาทีก็เป็นทรงเหลี่ยมปลายแหลมที่เคลือบด้วยโรเดียมพร้อมลงร่องด้วยสารเรืองแสงสีขาว ในขณะที่เข็มขนาดเล็กและเข็มวินาทีเป็นทรงเรียว ส่วนโลโก้ GP ก็เป็นชิ้นงานสีเงินเช่นกัน ในขณะที่สเกลและข้อความรวมถึงเลขวันที่ถูกพิมพ์ด้วยสีขาว

Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

ภายในตัวเรือนบรรจุด้วยกลไกอินเฮาส์ อัตโนมัติ Cal.GP03300 พร้อมฟังก์ชั่นโครโนกราฟจับเวลาได้ 12 ชั่วโมงพร้อมฟังก์ชั่นวันที่ โดยกลไกโครโนกราฟนั้นเป็นชุดโมดูล ส่วนในเรื่องพลังงานสำรองนั้นทำได้ 46 ชั่วโมง แต่ไม่ได้เปิดเผยให้เห็นกลไกเพราะใช้ฝาหลังเป็นแผ่นทึบ

Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

ด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดไว้แค่ 180 เรือน อย่างที่สลักไว้บนวงขอบฝาหลัง จึงอยากให้ผู้ที่ถูกใจรีบซื้อหาเอาไว้ เพราะมันจะเป็นเวอร์ชั่นแรร์ไอเท่มที่หาพบได้ยาก

ข้อมูลทางเทคนิค
Girard-Perregaux Ice Blue Laureato Chronograph

  • ตัวเรือน สเตนเลสสตีล ขนาด 42 มม. กันน้ำได้ 100 เมตร
  • หน้าปัด สีฟ้าไอซ์บลู หลักชั่วโมงและเข็มเคลือบโรเดียม
  • ฟังก์ชั่น แสดงชั่วโมง นาที และแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็ก โครโนกราฟ จับเวลาได้ 12 ชั่วโมง และวันที่
  • กลไก อัตโนมัติ Cal.GP03300 พลังงานสำรอง 46 ชั่วโมง
  • สาย สเตนเลสสตีล
  • จำนวนการผลิต สเปเชียล เอดิชั่น 180 เรือน

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

เมื่อ Rolex นำกลไก Complete Calendar มาเซอร์ไพรส์ในนาฬิกาลุคคลาสสิกรุ่น Perpetual Padellone

นาฬิการุ่นที่สองในคอลเลกชัน Perpetual ที่ต่อยอดจากรุ่น 1908 ได้อย่างเหนือชั้น ต้องยอมรับว่า เสน่ห์ของสไตล์วินเทจที่ปรากฎอยู่บน Rolex 1908...

Chopard เปิดตัว Happy Diamonds Heritage ฉลอง 50 ปีเรือนเวลาไอคอนิก

Chopard Happy Diamonds Heritage การกลับมาของเรือนเวลาไอคอนิกปี 1976 ในตัวเรือนทองคำ 18K หน้าปัดนิลดำ และกลไกอินเฮาส์สุดบางเฉียบ

Panerai ฉลองครบรอบ 100 ปีร้านแรกในฟลอเรนซ์ด้วย Luminor Firenze 8 Giorni รุ่นใหม่

พาไปทำความรู้จัก Panerai Luminor Firenze 8 Giorni สองรุ่นพิเศษฉลอง 100 ปีร้านดั้งเดิมบนจัตุรัส Piazza San Giovanni ในตัวเรือน Platinumtech และสเตนเลสสตีล

พาชม Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code นาฬิกาไร้เข็มทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาในโทนสีพาสเทลแสนหวาน

Chronoswiss Neo Digiteur Pastel Code เรือนเวลารูปทรงสี่เหลี่ยมไร้เข็มในโทนสีพาสเทล 3 เฉดสีใหม่ ผลิตจำกัดสีละ 99 เรือน ผสานงานพ่นทรายแบบ Matte เข้ากับกลไก Jumping Hour สไตล์ดิจิทัลจักรกลได้อย่างลงตัว