ความคลาสสิกที่กลับมาในลุคสปอร์ตสุดไอคอนิก
การหวนคืนสู่ยุคทองของนาฬิกาสปอร์ตจากทศวรรษ 1970 อย่างเต็มภาคภูมิ นี่คือนาฬิกาที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลา แต่เป็นสัญลักษณ์ของนวัตกรรม ความทะเยอทะยาน และการแข่งกันเพื่อสร้างกลไกโครโนกราฟอัตโนมัติเรือนแรกของโลก

ย้อนกลับไปในปี 1966 Hamilton ได้ซื้อกิจการของ Buren แบรนด์สวิสที่เชี่ยวชาญด้านกลไกนาฬิกา การควบรวมครั้งนั้นนำไปสู่การเข้าร่วม Project 99 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Hamilton-Buren / Heuer / Breitling และ Dubois-Depraz ในการพัฒนาเครื่องโครโนกราฟอัตโนมัติ ผลลัพธ์ที่ได้คือกลไก Calibre 11 หรือที่รู้จักกันในชื่อ Chronomatic ซึ่งเปิดตัวในปี 1969 แม้ว่าจะออกสู่ตลาดหลัง Zenith El Primero เพียงไม่กี่เดือน แต่ Calibre 11 ก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยเม็ดมะยมที่อยู่ด้านซ้ายของตัวเรือน ขณะที่ปุ่มกดโครโนกราฟอยู่ทางขวา กลายเป็นดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของยุคนั้น
ตัวอย่างวินเทจของ Hamilton Count-Down Chrono-Matic GMT / รูปภาพโดย unwindintime.com


Chrono-Matic 50 รุ่นใหม่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Chrono-Matic GMT Count-Down ในยุค 70 แต่ตัดฟังก์ชัน GMT ออกไปเพื่อคงไว้ซึ่งกลไกที่ทรงพลังและใช้งานได้จริง ตัวเรือนทรงหมวกกันน็อกขนาดใหญ่โต ด้วยเส้นผ่าศูนย์กลาง 48.5 มิลลิเมตร ความยาว 51.5 มิลลิเมตร และความหนา 16.05 มิลลิเมตร ผิวของตัวเรือนที่ผ่านกระบวนการขัดแบบซาติน (satin-brushed) ซึ่งให้เนื้อสัมผัสด้าน ไม่เงาวาวเหมือนขัดเงา (polished) แต่มีความเรียบหรู และช่วยลดรอยขีดข่วนที่มองเห็นได้ง่าย เสริมด้วยการออกแบบตัวเรือนให้มีร่องเว้าหรือลดระดับบริเวณด้านข้างของนาฬิกาเพื่อรองรับตำแหน่งของปุ่มกดและเม็ดมะยม ซึ่งรวมถึงตัวตั้งวันที่แบบกดเร็ว


หน้าปัดใช้โทนสีที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งยุค 70 อย่างเต็มที่ ด้วยดีไซน์แบบแพนด้ากลับด้าน (Reverse Panda) โดยพื้นหลังเป็นสีน้ำเงินเข้มตัดกับหน้าปัดย่อยสีขาว เติมความโดดเด่นด้วยสีส้มในเข็มจับเวลา ตัวเลขนับถอยหลัง และปุ่มกด เข็มชั่วโมงและนาทีเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova เพื่อความชัดเจนในทุกสภาวะแสง รายละเอียดทั้งหมดนี้รวมกันสร้างบุคลิกที่ทั้งดุดันและมีชีวิตชีวา


หัวใจของเรือนเวลานี้คือกลไก H-31 ซึ่งพัฒนาบนพื้นฐานของ Valjoux 7753 มีพลังงานสำรองยาวนานถึง 60 ชั่วโมง ขับเคลื่อนการทำงานของโครโนกราฟ นาฬิกาวินาทีขนาดเล็ก และฟังก์ชันนับถอยหลัง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมสายหนังแบบเจาะรูสีน้ำเงินที่เผยให้เห็นซับในสีส้ม เข้ากับธีมสีของตัวเรือนอย่างลงตัว
Chrono-Matic 50 รุ่นนี้ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 150 เรือนเท่านั้น ด้วยราคาเปิดตัวที่ 2,495 ฟรังก์สวิส หรือประมาณ 2,620 ยูโร และ 2,545 ดอลลาร์สหรัฐ มันไม่ใช่แค่นาฬิกา แต่เป็นชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์ที่นำจิตวิญญาณของยุค 70 กลับมาในดีไซน์ร่วมสมัยที่โดดเด่นและทรงพลัง

ข้อมูลทางเทคนิค
Hamilton Chrono-Matic 50 Auto Chrono Limited Edition
- ตัวเรือน: สเตนเลสสตีลทรง Helmet-shaped ขนาด 48.5 มม. x 51.5 มม. x 16.05 มม. พร้อมการขัดลายซาตินแบบรัศมี
- ปุ่มและเม็ดมะยม: ปุ่มกดจับเวลาสีส้มและเม็ดมะยมหลักอยู่ทางขวา / ปุ่มกดสีดำที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกาสำหรับตั้งวันที่อย่างรวดเร็ว / เม็ดมะยมที่ตำแหน่ง 8 นาฬิกาสำหรับตั้งนาฬิกานับถอยหลัง
- กระจก: Sapphire ทรงกล่อง
- การกันน้ำ: 100 เมตร
- หน้าปัด: ดีไซน์ Reverse Panda พื้นน้ำเงิน ตัดกับวงหน้าปัดย่อยสีขาว / หน้าปัดย่อยจับเวลา 30 นาทีและเข็มวินาทีขนาดเล็ก พร้อมเข็มสีส้ม / ขอบหน้าปัดมีสเกล Tachymeter
- กลไก: Calibre H-31 (พื้นฐานจาก Valjoux 7753 ปรับปรุงใหม่) / ระบบออโตเมติก พร้อมฟังก์ชันจับเวลาในตัว
- สายนาฬิกา: หนังลูกวัวสีน้ำเงิน Rally-style เจาะรูเผยให้เห็นไลเนอร์สีส้ม / หัวเข็มขัดแบบ Pin Buckle
- REF: H51606640
- จำนวนผลิต: ลิมิเต็ด 150 เรือน
“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

