H. Moser & Cie & Massena Lab ขอนำเสนอ Endeavour Chronograph Compax

Date:

การหวนนึกนึงนาฬิกาโครโนกราฟวินเทจสมัยยุค 1940s

ในปีนี้ H. Moser & Cie ได้เน้นให้ความสำคัญในการร่วมมืออย่างเต็มที่กับพันธมิตรรายต่าง ๆ โดยได้ออกรุ่น Streamliner ที่เป็นลิมิเต็ดเอดิชั่น ซึ่งทำร่วมกับ Alpine ทีมแข่งรถฟอร์มูลาวันสัญชาติฝรั่งเศส ซึ่ง Pierre Gasly นักขับคนสำคัญของทีมได้กลายมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนแรกของ Moser และที่งาน Geneva Watch Days เมื่อเดือนสิงหาคม ความร่วมมือระหว่าง Moser และ Studio Underd0g ก็เกิดขึ้นในลักษณะนาฬิกาคู่หนึ่งซึ่งแตกต่างกันที่การใช้สีม่วงสดใสและสีเหลืองสดใสสสไตล์แพสชันฟรุ้ต

ตอนนี้พวกเขากำลังอยู่ในโปรเจ็กต์ความร่วมมืออีก 1 โครงการ โดยคราวนี้เป็นกับ Massena Lab ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาเข้าใจในเรื่องการร่วมมือกันเป็นอย่างดี โดยที่ในปีนี้ Massena ได้ร่วมงานกับ Raúl Pagès และ Phillips ในการสร้างนาฬิกา 1952 Observatory Dial ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Patek Philippe Ref.2458 ของ JB Champion และกับแบรนด์น้องใหม่ของวงการ Albishorn ซึ่งร่วมกันเปิดตัวรุ่น Maxigraph ในงาน Geneva Watch Days

H. Moser & Cie x Massena Lab Endeavour Chronograph Compax

นาฬิกา Endeavour Chronograph Compax ผลิตจำนวนจำกัด ลิมิเต็ดเอดิชั่น รุ่นใหม่นี้ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเหล่านาฬิกาโครโนกราฟรุ่นประวัติศาสตร์ในช่วงทศวรรษ 1940s ขณะที่ลักษณะการจัดวางหน้าปัดย่อยแบบ “คอมแพ็กซ์” นั้นชวนให้นึกถึงนาฬิกาในช่วงกลางศตวรรษที่ 20 ที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดย่อย 2 วงและมาตรสเกลทาคีเมตริก ด้านหน้าของนาฬิกาเป็นหน้าปัดสีน้ำเงินแบบฟูเม ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะตัวของ H. Moser & Cie อีกทั้งทุกองค์ประกอบตั้งแต่สเกลไปจนถึงมาตรโครโนกราฟล้วนถูกเคลือบด้วยสารเรืองแสง

สุนทรียศาสตร์ที่รังสรรค์ขึ้นร่วมกับ Massena Lab รุ่นนี้ ช่วยสร้างสมดุลระหว่างแนวโน้มความเรียบง่ายแบบดีไซน์สมัยใหม่ของ Moser กับเสน่ห์อันล้ำค่าและละเอียดอ่อนของนาฬิกาจับเวลาวินเทจ William Massena จาก Massena LAB อธิบายว่า “ความตึงระหว่างสุนทรียศาสตร์สไตล์วินเทจระดับสูงสุดและความเรียบง่ายแบบสมัยใหม่นี้เป็นความท้าทายยิ่ง แต่ Endeavour Chronograph Compax ที่สร้างออกมา ได้ผสมผสานปรัชญาทั้ง 2 อย่างเข้าด้วยกันอย่างสวยงาม”

Edouard Meylan ซีอีโอของ H. Moser & Cie เรียกนาฬิกา Endeavour Chronograph Compax รุ่นนี้ว่า ​​“การประกาศศักดาเหนือกาลเวลา ที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างอดีตและปัจจุบัน” เขากล่าวเสริมว่า “นาฬิการุ่นนี้ไม่เพียงแต่บอกเล่าเรื่องราวเท่านั้น แต่ยังพาคุณออกเดินทาง และพาผู้สวมใส่ดำดิ่งสู่โลกที่กาลเวลาถูกผสานเข้ากับการค้นพบและนวัตกรรม”

ภายในตัวเรือนสเตนเลสสตีล ขนาด 41 มม. ของรุ่นนี้มีกลไกอัตโนมัติ HMC 220 ของ H. Moser & Cie ที่ติดตั้งโมดูลโครโนกราฟของ Dubois Débraz เข้าไปบรรจุอยู่ โดยนาฬิการุ่นนี้เป็นการผลิตแบบจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือนเท่านั้น

ข้อมูลทางเทคนิค: H. Moser & Cie x Massena Lab Endeavour Chronograph Compax

กลไก: อัตโนมัติ คาลิเบอร์ HMC 220 พลังงานสำรอง 72 ชั่วโมง
ฟังก์ชั่น: แสดงชั่วโมง นาที วินาที โครโนกราฟ และทาคีมิเตอร์
ตัวเรือน: สเตนเลสสตีล ขนาด 41 มม.หนา 13.3 มม. กันน้ำได้ 100 เมตร
หน้าปัด: ฟังกีบลู รูปแบบฟูเม ตกแต่งลายซันเบิร์สต์
สาย: หนังคูดูสีน้ำตาล
จำนวนการผลิต: จำนวนจำกัด 100 เรือน

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand – แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

ที่มา:by Katherine Arteche

Share post:

More like this

HYT Conical Tourbillon Midnight Blue เมื่อนวัตกรรมกลศาสตร์ของเหลวผสานความเลอค่าของทองคำ 5N ที่มีเพียง 8 เรือนทั่วโลก

HYT เผยโฉม Conical Tourbillon Midnight Blue นวัตกรรมไฮโดรเมคานิกส์ระดับไฮเอนด์ที่จับคู่ตัวเรือนทองคำ 5N เข้ากับไทเทเนียม DLC สีดำ ขับเน้นระบบของเหลวสีฟ้าและทูร์บิยองทรงกรวย ผลิตจำกัดเพียง 8 เรือนทั่วโลก

LOUIS MOINET MEMORIS DIAMONDS เผยโฉมนาฬิกาโครโนกราฟระดับไฮจิวเวลรี ลิมิเต็ดอิดิชันผลิตเพียงรุ่นละ 12 เรือนทั่วโลก

Louis Moinet เปิดตัว Memoris Diamonds เรือนเวลาโครโนกราฟไอคอนิกในตัวเรือน Red Gold 18K และ Titanium Grade 5 ที่โดดเด่นด้วยการเผยกลไกโครโนกราฟบนหน้าปัด ผสานการประดับเพชร VVS และไพลินสีน้ำเงินสุดประณีต

Franck Muller ถ่ายทอดความรักผ่าน 3 นาฬิกาสุดประณีต ต้อนรับเทศกาลวันแม่

สัมผัสความประณีตของ 3 เรือนเวลาไอคอนิกจาก Franck Muller ทั้ง Cintrée Curvex Gatsby, Crazy Hours x JISBAR และ Curvex CX Silhouette ที่สะท้อนคุณค่า ความตั้งใจ และความรักอันไร้กาลเวลาเนื่องในโอกาสวันแม่

หรูหรา คลาสสิก ยืดหยุ่นกว่าที่เคย กับ Baltic Aquascaphe MK2 เรือนเวลาดำน้ำสายวินเทจที่กลับมาพร้อมฟังก์ชั่นวันที่

Baltic เปิดตัว Aquascaphe MK2 รุ่นอัปเกรด เพิ่มฟังก์ชั่นวันที่ ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาอย่างลงตัว มาพร้อมตัวเรือน 2 ขนาด (37 มม. และ 39.5 มม.) 4 เฉดสีหน้าปัด และสายที่เลือกแมตช์ได้หลากหลาย ตอบโจทย์นาฬิกาดำน้ำสไตล์วินเทจร่วมสมัยอย่างสมบูรณ์แบบ