Girard-Perregaux Minute Repeater Flying Bridges เมื่อเสียงแห่งอดีตเดินทางมาบรรจบกับปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Date:

นาฬิกาสุดยอดคอมพลิเคชันขับเคลื่อนด้วยกลไกชุดใหม่ที่รวบรวมทั้งมินิตรีพีทเตอร์ ทูร์บิญอง และระบบขึ้นลานอัตโนมัติแบบใหม่เข้าไว้ด้วยกัน

ความเป็นเลิศในการผลิตกลไก รวมถึงงานช่างฝีมืออันประณีตบรรจงของ Girard-Perregaux ได้รับการยกย่องและยอมรับในแวดวงนาฬิกาชั้นสูงมานับศตวรรษ ที่ผ่านมาเราได้เห็นแบรนด์พยายามพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้ล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในเชิงงานช่างฝีมือก็มีการประยุกต์ใช้เทคนิคหลากหลายให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้นเช่นกัน แต่ทันทีที่ได้เห็น Minute Repeater Flying Bridges สิ่งแรกที่คิดก็คือ จิตวิญญาณดั้งเดิมและความชำนาญรอบด้านของ Girard-Perregaux ถูกยกระดับไปอีกขั้นผ่านนาฬิกาข้อมือรุ่นนี้

ตำนานแห่งมินิตรีพีทเตอร์

ต้องบอกว่าการบอกเวลาด้วยเสียงนั้นเป็นความเชี่ยวชาญของ Girard-Perregaux มาตั้งแต่สมัย Jean-François Bautte ช่างนาฬิกาผู้วางรากฐานการผลิตนาฬิกาแบบครบวงจรให้กับโรงงาน Girard-Perregaux โดย Bautte สามารถผลิตกลไกตีบอกเวลาที่กำหนดช่วงเวลาการตีบอกเวลาด้วยเสียงภายในทุกๆ ชั่วโมง หรือทุกๆ  15 นาที ได้ตั้งแต่เริ่มต้นอาชีพช่างนาฬิกา ทั้งยังมีพรสวรรค์ในงานช่างฝีมือต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น งานแกะสลัก งานฝังอัญมณี และงานช่างทอง ไม่เพียงแต่มีความชำนาญในการผลิตนาฬิกาเท่านั้น เพราะแม้กระทั่งกล่องดนตรีที่ต้องใช้กลไก automata ก็ยังเป็นอีกหนึ่งความเชี่ยวชาญของช่างนาฬิกาเปี่ยมพรสวรรค์ผู้นี้ด้วยเช่นกัน

มรดกเชิงกลไกตีบอกเวลาด้วยเสียงที่ Bautte สร้างไว้ยังได้ถูกถ่ายทอดมายัง Constant Girard และบุตรชาย ที่ได้นำมาต่อยอดเป็นนาฬิกาปลุกรุ่น Grande Sonnerie ส่วนนาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ที่พ่วงฟังก์ชันซับซ้อนอื่นๆ เข้ามาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโครโนกราฟ ปฏิทิน และการแสดงข้างขึ้น-ข้างแรม ก็เป็นสิ่งที่ทาง Girard-Perregaux เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 19

จวบจนถึงปี 1996 ทางเมซงก็ก้าวข้ามความท้าทายครั้งใหม่ได้อีกครั้งเมื่อกลไกมินิตรีพีทเตอร์ถูกผสานเข้ากับทูร์บิญองบนนาฬิกาข้อมือได้สำเร็จในรุ่น Opera I กลไกมินิตรีพีทเตอร์แบบสี่กงและทูร์บิญองถูกบรรจุภายในตัวเรือนไวท์โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 39 มม. โดดเด่นด้วยทูร์บิญองที่มาพร้อมสะพานจักรทองคำ 3 ชิ้น อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ กลไกมินิตรีพีทเตอร์รุ่นนี้ให้เสียงในรูปแบบ Westminster Chime ถ่ายทอดท่วงทำนองอันไพเราะ 4 โน้ตในรูปแบบคาริลยอง นาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ในคอลเลกชัน Opera จึงจัดได้ว่าเป็นมินิตรีพีทเตอร์ที่มีความซับซ้อนสูงอย่างยิ่ง และการที่ทุกชิ้นส่วนผลิตและประกอบขึ้นโดยช่างนาฬิกาภายในโรงงานของแบรนด์เองยิ่งแสดงให้เห็นถึงความชำนาญระดับปรมาจารย์ของแบรนด์นาฬิกาอันเก่าแก่ที่กล้าเผชิญกับทุกความท้าทาย และแทบไม่เคยทำอะไร ‘ง่ายๆ’ เลยสักครั้ง

การตีความครั้งใหม่

สำหรับนาฬิกามินิตรีพีทเตอร์ที่ถูกนำมาตีความใหม่ในครั้งนี้เมื่อดูจากรูปลักษณ์ภายนอก  Minute Repeater Flying Bridges เผยให้เห็นดีเอ็นเอของ Girard-Perregaux อย่างชัดเจน ด้วยสะพานจักรแบบ Flying Bridge เจาะโครงโปร่งทั้งสองจัดวางไว้ด้านหน้า และอีกหนึ่งชิ้นจัดวางไว้ด้านหลัง ที่เป็นการปรับดีไซน์ที่อ้างอิงมาจาก three gold bridges สะพานจักรทองคำสามชิ้นเรียงแถวอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งถูกนำมาใช้ในผลงานชิ้นเด่นในศตวรรษที่ 19 อย่างนาฬิกาพก La Esmeralda และกลายเป็นมรดกในเชิงกลไกที่กลายเป็นโฉมหน้าอันงดงามบนหน้าปัดโอเพนเวิร์กของ Girard-Perregaux นับแต่นั้นมา

ทูร์บิญองทรงพิณ (lyre-shaped) รูปแบบเดียวกับที่ใช้ในศตวรรษที่ 19

ชิ้นส่วนสำคัญๆ อย่างทูร์บิญองยังเลือกใช้รูปทรงที่อ้างอิงได้จากมรดกตกทอดเชิงกลไกของแบรนด์ โดยเลือกใช้ทูร์บิญองทรงพิณ (lyre-shaped) รูปแบบเดียวกับที่ใช้ในศตวรรษที่ 19 และยังพ่วงหน้าที่เสมือนหน้าปัดวินาทีย่อยให้กับทูร์บิญอง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเข้าไปอีกด้วยการติดตั้งเข็มขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้เป็นส่วนหนึ่งของกรงทูร์บิญองได้อย่างแนบเนียน เอกลักษณ์ของสะพานจักรปลายลูกศรยังถูกนำมาใช้ในชิ้นส่วนของกลไกมินิตรีพีทเตอร์ อย่างค้อนและสปริง โรเตอร์ของระบบขึ้นลานแบบใหม่ รวมถึงชิ้นส่วนสไลด์สำหรับกระตุ้นเสียงที่ติดตั้งไว้ข้างตัวเรือน

ภายในตัวเรือนพิงก์โกลด์ขนาด 46 มม. ความหนา 17.9 มม. หน้าปัดโอเพนเวิร์กเผยให้เห็นกลไกทุกชิ้นส่วนวางสลับทับซ้อนกันอย่างสมมาตรดูเป็นระเบียบเรียบร้อยท่ามกลางรายละเอียดซับซ้อน ชิ้นส่วนสำคัญอย่างทูร์บิญองและกลไกมินิตรีพีทเตอร์ดูเหมือนกำลังลอยเคว้งอยู่ในอากาศโดยมีสะพานจักรพิงก์โกลด์ทำหน้าที่ยึดเหนี่ยวให้แต่ละชิ้นอยู่ร่วมกันได้ ด้านหน้าถูกจัดระเบียบไว้อย่างไร ด้านหลังก็ดำเนินรอยตามนั้น เมื่อพลิกดูฝาหลังจะพบว่า ระบบขึ้นลานอัตโนมัติแบบใหม่ถูกจัดวางให้สมมาตรกับบาร์เรลเช่นกัน สร้างสมดุลในทุกมุมมองได้อย่างสมบูรณ์แบบ การขัดแต่งผิวในแต่ละชิ้นส่วนยังช่วยเสริมมิติให้พื้นผิวที่ผ่านการขัดด้วยมุมเอียงกว่า 1,341 จุด ส่วนในมุมลับสายตาก็ไม่ได้ละเลยความประณีตเลยแม้แต่น้อย เพราะยังมีอีก 295 จุดที่ได้รับการขัดผิวด้วยมือในลักษณะเดียวกัน เรียกได้ว่าพิถีพิถันในทุกซอกมุมอย่างแท้จริง และถ้าสังเกตุด้านหลังดีๆ จะเห็นถึงความใส่ใจและเคารพในงานช่างฝีมือผู้ผลิตชิ้นงาน เพราะเราจะได้เห็นชื่อย่อของช่างนาฬิกาผู้เป็นเจ้าของผลงานถูกสลักไว้บนชิ้นส่วนเล็กๆ ด้านหลัง เป็นเหมือนตราประทับที่บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจของผู้รังสรรค์ผลงานด้วยสองมือ    

การคำนึงถึงสุนทรียทางสายตาและลดมวลน้ำหนักของนาฬิกาที่แบกรับคอมพลิเคชันซับซ้อนไว้ด้วยกันยังแสดงออกผ่านการเจาะโครงโปร่งของชิ้นส่วนสำคัญอย่างสะพานจักร รวมถึงเข็มนาฬิกาพิงก์โกลด์ที่เจาะโครงโปร่งเช่นกัน ช่วยทำให้มวลของนาฬิกาที่ประกอบไปด้วยชิ้นส่วนนับร้อยๆ ชิ้นดูโปร่งเบา ถึงแม้ขนาดของตัวเรือนจะค่อนข้างใหญ่ และมีความหนาไม่น้อยเลยก็ตามที

คาลิเบอร์ GP9530 กลไกระดับสูงรุ่นใหม่

กลไกระดับสูงรุ่นใหม่คาลิเบอร์ GP9530 เป็นกลไกที่มาพร้อมฟังก์ชันตีบอกเวลาด้วยเสียง พัฒนาต่อยอดจากกลไกมินิตรีพีทเตอร์ในศตวรรษที่ 18 ให้การตีบอกเวลามีประสิทธิภาพเหนือชั้นยิ่งขึ้น มอบประสบการณ์ฟังเวลาด้วยเสียงที่รื่นรมย์กว่าเคย ซึ่งการพัฒนาให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้นั้นไม่เพียงแต่มุ่งเน้นปรับปรุงฟังก์ชันที่ก่อให้เกิดการสั่นพ้องของเสียง แต่ยังมีความท้าทายไปอีกขั้นด้วยการผสานคอมพลิเคชันอันซับซ้อนถึงสองชุดเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งยังผนวกเข้ากับระบบการขึ้นลานแบบใหม่ ที่ใช้ไมโครโรเตอร์ทำจากไวท์โกลด์แทนโรเตอร์แบบเต็มรูปแบบ มอบความสวยงามในการจัดวางองค์ประกอบชิ้นส่วนกลไกที่มีมากถึง 475 ชิ้น กลไกระดับสูงชุดนี้มาในรูปแบบโอเพ่นเวิร์กที่เผยให้เห็นรายละเอียดซับซ้อนจัดวางอย่างสมมาตรเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกชิ้นส่วนล้วนสวยงามและมีโอกาสอวดโฉมในที่ทางของตัวเอง

เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพเสียงให้กังวานใส ถ่ายทอดแรงสะเทือน เสียงของตัวเรือน และตัดเสียงรบกวนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แผ่นเพลตและสะพานจักรจึงเลือกใช้วัสดุไทเทเนียม ที่ขึ้นชื่อในคุณสมบัติเรื่องความเบาและความแข็งแกร่งที่ดำเนินควบคู่กันไป และช่วยให้แรงสั่นสะเทือนกระจายผ่านกลไกได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังยึดแผ่นเพลตหลักเข้ากับตัวเรือนโดยตรง เพื่อให้การถ่ายทอดแรงสั่นสะเทือนจากกลไกสู่ตัวเรือนโรสโกลด์ของ Minute Repeater Flying Bridgesเป็นไปอย่างเต็มประสิทธิภาพ นี่จึงเป็นเรือนเวลาที่พลิกฟื้นความไพเราะของท่วงทำนองในอดีตถ่ายทอดสู่ปัจจุบันได้อย่างมีศิลปะและเปี่ยมคุณภาพในทุกจุด

ข้อมูลทางเทคนิค

  • รหัส: 99840-52-2013-5CC
  • กลไก: GP09530-2198 กลไกขึ้นลานอัตโนมัติที่พัฒนาและผลิตขึ้นภายในโรงงานของแบรนด์ พร้อมไมโครโรเตอร์ทำจากไวท์โกลด์ สำรองพลังงาน 60 ชั่วโมง
  • ฟังก์ชัน: ตีบอกเวลานาที ทูร์บิญอง ชั่วโมง นาที และวินาทีขนาดเล็กบนทูร์บิญอง
  • ตัวเรือน: พิงก์โกลด์ 18 กะรัต ขนาด 46 มม. กันน้ำได้ 30 เมตร
  • หน้าปัด: ขอบหน้าปัดด้านในพิงก์โกลด์ พร้อมหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสงสีฟ้า เข็มพิงก์โกลด์แบบโอเพ่นเวิร์ค เคลือบสารเรืองแสงสีฟ้า
  • สาย: ยางสีดำลวดลายผิวสัมผัสแบบผ้า ตัวล็อกสายแบบบานพับสามชั้นทำจากพิงก์โกลด์

Share post:

More like this

เมื่อความสมบูรณ์แบบระดับพิพิธภัณฑ์มาอยู่บนข้อมือ นี่คือ Greubel Forsey “Balancier QM” นิยามใหม่ของศาสตร์การขัดแต่งด้วยมือ

พาชมรายละเอียด Greubel Forsey Balancier QM ตัวเรือนไวท์โกลด์ขนาด 39.60 มม. รุ่นแรกที่มาพร้อมมาตรฐานงานตกแต่งด้วยมือระดับพิเพิธภัณฑ์ Qualité Musée และแฮร์สปริงแบบอินเฮาส์ ผลิตจำกัดเพียง 33 เรือน

ฉลอง 225 ปี ทูร์บิญอง Breguet ปล่อยนาฬิกาชิ้นโบแดง 4 เรือนรวด สะเทือนวงการไฮเอนด์ 

พาคุณย้อนเวลาสู่ปี 1801 จุดกำเนิดสิทธิบัตรทูร์บิญองของ Abraham-Louis Breguet พร้อมเจาะลึกเรือนเวลาชิ้นโบแดง 4 รุ่นล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 225 ปี ตั้งแต่เดรสวอทช์ไซส์คลาสสิกไปจนถึงสปอร์ตหรูระดับแกรนด์คอมพลิเคชัน

Blancpain ขยายคอลเลกชัน Villeret ด้วยขนาดใหม่ที่เปิดพื้นที่ให้เดรสวอทช์คลาสสิกเข้าถึงผู้สวมใส่ได้หลากหลายขึ้น

Blancpain เปิดตัว Villeret รุ่นใหม่ 6 โมเดล พร้อมขยายตัวเลือกสัดส่วนของเดรสวอทช์คลาสสิก ตั้งแต่ Ultraplate 38 มิลลิเมตร ไปจนถึง Moonphase 29.2 มิลลิเมตร สะท้อนแนวคิดที่ยึดมั่นในงานช่างและความงามเหนือกระแสแฟชั่น

เมื่อคลื่นทรายและเปลวไฟสอดประสาน สัมผัสความอบอุ่นของผืนทรายบนข้อมือผ่าน De Bethune DB25xs Sand Winds

การเดินทางครั้งใหม่ของ Denis Flageollet ที่เปลี่ยนผ่านจากความลุ่มลึกของเฉดสีน้ำเงินสู่อารมณ์ความรู้สึกอันอบอุ่นของทะเลทรายสีทอง