Purple Rain…เมื่อมื้อเย็นใน LA พาผมไปพบผลงานชิ้นเอกของ De Bethune

Date:

Wes Lang ศิลปินจากลอสแองเจลิส แบ่งปันเรื่องราวความรักกับผลงานชิ้นเอกครั้งล่าสุดของเขากับ

Denis Flageollet บุคคลระดับปรมาจารย์ ที่ถ่ายทอดผ่านแบรนด์ De Bethune โดยเขานำเสนอนาฬิการะดับโลกที่แทบเหมือนจะหลุดมาจากโลกอื่น และสร้างรากฐานที่ลึกซื้งในประวัติศาสตร์นาฬิกา แต่ในขณะเดียวกันก็ขยายขอบเขตของเทคนิคและนวัตกรรมออกไปด้วย

การได้ถือนาฬิกา De Bethune ไว้ในมือนั้นไม่เหมือนกับประสบการณ์ที่คุณจะได้รับจากแบรนด์อื่นใด เพราะผลงานของเขาให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา เต็มไปด้วยพลังงานและแสงสว่าง และให้ความรู้สึกที่สมดุลและความสงบ

เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมได้รู้จัก De Bethune จากการเห็นนาฬิกาบนข้อมือของ Robert Downey Jr. ผู้รับบท Iron Man ระหว่างทัวร์สื่อมวลชนสำหรับภาพยนตร์ Avengers ผมรู้สึกประทับใจและสนใจมาก จึงเริ่มค้นคว้าและเรียนรู้เกี่ยวกับแบรนด์นี้ และหาทางซื้อนาฬิกาแบรนด์นี้สักเรือน แต่มันหาซื้อไม่ได้

โดยเฉพาะรุ่น DB28 Tourbillon ที่ผมต้องการ ผมต้องชื่นชมนาฬิการุ่นนี้อยู่ไกล ๆ เหมือนกับที่หลายคนทำกันในโลกแห่งการสะสม ผมใช้เวลา 5 ปีต่อมาในการคิดและอ่านเรื่องราวเกี่ยวกับนาฬิการุ่นนี้ ซึ่งมันก็อยู่ห่างไกลเสียเหลือเกิน

ข้ามมาถึงเดือนตุลาคมปี 2023 ซึ่งตอนนั้นผมอยู่ที่เมืองมอนเตซิโต ในแคลิฟอร์เนีย เพื่อเข้าร่วมงานเปิดตัวนาฬิกาแห่งความร่วมมือของ Rexhep Rexhepi x Louis Vuitton ขณะที่ผมอยู่กับ Wei Koh ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Revolution ก็มีสุภาพบุรุษผู้หล่อเหลาและเป็นมิตรท่านนี้เข้ามาแนะนำตัว

เขาคือ Justin Reis จาก WatchBox ซึ่งปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ The 1916 Company และเป็นเจ้าของร่วมของ De Bethune เราพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน และปรากฎว่าเรามีเพื่อนร่วมกันอยู่หลายคน เขาสวมใส่นาฬิกา De Bethune อยู่ และเพื่อนของเขาอีก 2-3 คน ก็สวมใส่นาฬิกา De Bethune ด้วยเช่นกัน นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้พบเห็นนาฬิกาแบรนด์นี้ด้วยตัวเอง และผมก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ

ปัจจุบันผมใส่นาฬิกาที่มีขนาดใหญ่ เช่น Laurent Ferrier Grand Sport Tourbillon ขนาด 44 มม. แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมต้องคิดหนักคือ ขนาดสัดส่วนตัวเรือนของ De Bethune เมื่อผมแสดงความคิดเห็นนี้กับ Justin เขาบอกเป็นนัย ๆ ถึงสิ่งใหม่ ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวซึ่งผมจะต้องตื่นเต้นแน่ ๆ แต่ผมจะต้องรอจนถึงงาน Watches and Wonders 2024 ในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งเป็นสถานที่เปิดตัวของนาฬิการุ่นใหม่นี้

ผมกับ Justin กลายเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็ว เราติดต่อกันอยู่เรื่อย ๆ โดยมีการใช้เวลาร่วมกันในสตูดิโอของผมและเริ่มพัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นระดับเพื่อนแท้ และผมยังคงถาม Wei อยู่เรื่อย ๆ

เกี่ยวกับ De Bethune ผมรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของอยู่เรือนหนึ่ง ทั้งยังเคยมีรุ่นอื่นด้วย และเป็นแฟนตัวยงของแบรนด์อีกต่างหาก ผมกลับไปดูวิดีโอที่ Wei ถ่ายที่โรงงาน De Bethune อีกครั้ง ซึ่งการดูในครั้งนี้ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก

จากนั้นไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่งาน Watches and Wonders จะเริ่มขึ้น ผมก็ได้รับการเชิญจาก Justin และซีอีโอของ De Bethune ซึ่งก็คือ Pierre Jacques ให้ไปร่วมงานเลี้ยงอาหารค่ำในลอสแองเจลิส ซึ่งจัดขึ้นสำหรับนักสะสมบางท่าน

ผมคาดหวังว่างานนี้จะต้องยิ่งใหญ่อลังการด้วยนาฬิกาที่คุณไม่สามารถลองสวมใส่ได้จริง แต่ผมก็ตื่นเต้นมากที่ได้พบกับ Justin แต่ปรากฎว่ากลายเป็นงานเลี้ยงอาหารค่ำที่เป็นกันเองมาก ๆ ในห้องส่วนตัวของร้านอาหารโดยมีคนประมาณ 15 คนในห้อง ซึ่งรวมถึงคนจากแบรนด์เองด้วย ดังนั้นจึงมีลูกค้าที่มีศักยภาพอยู่ราว 8 ท่านเท่านั้น พวกเขาสนทนากันอย่างไม่หยุดหย่อน อาหารมากมายก็ถูกกระจายไปทั่ว และคนของบริษัทก็ยอดเยี่ยมมาก

Pierre ได้พูดถึงสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น จากนั้นพวกเขาก็นำถาด 2-3 ใบออกมาเพื่อเป็นการเผยโฉมนาฬิกา เขาให้เราชมรุ่นที่เป็น Kind of Grande Complication กันก่อน มันงดงามและน่าหลงใหล แต่ก็มีมูลค่าถึง 400,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ

ดังนั้นมันจึงไม่ใช่สิ่งที่ผมสามารถเอื้อมถึงได้ แม้มันจะสวยงามเพียงใดก็ตาม จากนั้นพวกเขาก็หยิบรุ่น DB28xs Purple Rain ขึ้นมา Justin นั่งอยู่ทางขวาของผมในขณะที่นาฬิกากำลังมาทางโต๊ะของผม และผมไม่ยอมปล่อยมันไปง่าย ๆ

ผมนำนาฬิการุ่นนี้มาสวมไว้บนข้อมือและพูดคุยไม่หยุด ด้วยขนาด 38.7 มม. มันเป็นไซส์ที่เล็กกว่า DB28 รุ่นอื่น ๆ และพอดีกับข้อมือของผมเลย ผมใช้เวลาอยู่กับนาฬิกาเรือนนี้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และรู้สึกทึ่งกับมันมาก ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่ง สีสัน ลักษณะของขาตัวเรือน และหน้าปัด ผมสามารถเล่าถึงนาฬิการุ่นนี้ได้อีกหลายวันว่านาฬิกาเรือนนี้มันยอดเยี่ยมเพียงใด

คืนนั้นผมจึงเสี่ยงโชคดูว่าผมจะได้เป็นเจ้าของ 1 ใน 25 เรือนที่ผลิตออกมาหรือไม่ “อย่าลืมผมนะ” ผมรบเร้าพวกเขาอย่างบ้าคลั่งโดยสงสัยว่าเป็นไปได้หรือไม่ “ผมอยากได้นาฬิการุ่นนี้จริง ๆ” จากนั้น งาน Watches and Wonders ก็มาถึงและนาฬิการุ่นนี้ก็ถูกเปิดตัวที่นั่น

ถึงแม้ว่านาฬิการุ่นนี้จะไม่ได้รับความสนใจเท่ากับ Rolex และ Patek รุ่นใหม่ ๆ แต่ก็มีผู้คนจำนวนมากที่ให้ความสนใจกับนาฬิการุ่นนี้เป็นอย่างมาก บทความต่าง ๆ ที่ผมได้อ่านเกี่ยวกับเจ้า Purple Rain ทำให้ผมยิ้มได้จริง ๆ

เพราะผมรู้ว่าผู้ที่เลือกเขียนเกี่ยวกับนาฬิการุ่นนี้มีความเข้าใจเกี่ยวกับมันจริง ๆ Wei Koh ได้ทำวิดีโอสั้น ๆ บนข้อมืออย่างรวดเร็วสำหรับลงใน Revolution และผมก็ดูไปประมาณ 100 ครั้งได้ เพื่อชมนาฬิการุ่นนี้ในมุมต่าง ๆ

หลังจากเปิดตัวได้ไม่กี่วัน ผมก็ได้รับแจ้งว่าจะมีนาฬิกาเรือนหนึ่งมาถึงผม ผมไม่รู้ว่าต้องรอนานแค่ไหน แต่ปรากฎว่ามันไม่นานจนเกินไป 10 วันต่อมา Justin มาหาผมที่บ้านและนำนาฬิกา Purple Rain มาให้ผมด้วย ตอนนี้ คนที่รู้จักผมรู้ดีว่าผมเปลี่ยนนาฬิกาใส่วันละ 3 ครั้งเป็นอย่างต่ำ

แต่สำหรับ Purple Rain แล้ว ผมไม่ได้ถอดมันออกจากข้อมือเลยนับตั้งแต่ได้รับมา การได้ใส่นาฬิการุ่นนี้บนข้อมือเป็นเวลา 3 สัปดาห์ติดต่อกันบ่งบอกได้มากมายว่าผมหลงรักมันมากขนาดไหน เจ้า Purple Rain มันไม่เหมือนกับนาฬิการุ่นไหนที่ผมเคยเป็นเจ้าของเลย มันมีพลังราวกับว่ามันถูกสร้างมาเพื่อผมโดยเฉพาะ เป็นเรื่องจริงที่ว่ามันมีนาฬิกาที่ยอดเยี่ยมอยู่มากมายในท้องตลาด แต่สำหรับผมแล้ว Purple Rain รุ่นนี้มันเป็นสุดยอดในมวลหมู่นาฬิกาทั้งหลาย

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

โดย Wes Lang

ภาพ | ที่มา: Revolution

Share post:

More like this

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง

แนะนำ 6 นาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตที่แข็งแกร่ง ทนทาน พร้อมลุยสถานการณ์ฝนตกชุกช่วงครึ่งปีหลัง และสามารถนำมามิกซ์แอนด์แมทช์เข้ากับลุค Everyday Wear ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว

Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph สลัดลุคนาฬิกาสปอร์ตสายลุย ลดขนาดลงมา 37 มม. จับคู่กับเฉดสีชมพูและขอบหน้าปัดเพชร

เมื่อนาฬิกาสปอร์ตสายลุยลดขนาดลงมาอยู่ที่ 37 มิลลิเมตร แต่อัดแน่นด้วยวิศวกรรมกลไกจับเวลารุ่นล่าสุด Audemars Piguet นำเสนอ Royal Oak Offshore Selfwinding Chronograph (Ref. 26430IS) ตัวเรือนไทเทเนียมขนาด 37 มิลลิเมตร ที่ปรับสัดส่วนความหนาเหลือเพียง 11.5 มิลลิเมตร

เปิดมุมมองความคิดเห็นต่อวงการนาฬิกาของเด็กยุคใหม่: เมื่อเรือนเวลากลายเป็นมากกว่าแค่เครื่องบอกเวลา และการลงทุนในยุคดิจิทัล

เจาะลึกนิยามใหม่ของเรือนเวลาในมุมมองคนรุ่นใหม่ จากเครื่องบอกเวลาสู่งานศิลปะ สินทรัพย์ทางเลือก และวัฒนธรรม Pop Culture ที่ขับเคลื่อนด้วยทรงพลังของกระแสโซเชียล

ตอกย้ำกระแสนาฬิกาพก? เมื่อสิงโตคำรามจากผ้าพันคอไหม ย้ายไปอยู่บนฝา Pocket Watch ด้วยงานต่อไม้ชิ้นเล็กระดับเศษมิลลิเมตรหน้าตาจะเป็นอย่างไร?

เบื้องหลังการรังสรรค์นาฬิกาพกเรือนพิเศษ Slim d’Hermès Pocket Roaaaaar! ประจำปี 2026 ที่ผสานความงามของฝาเปิดงานต่อลายไม้ 10 ชนิดเข้ากับหน้าปัดลงยา Grand Feu และกลไกอัตโนมัติบางพิเศษ H1950 ผลิตจำกัดเพียงสีละ 3 เรือนเท่านั้น