Breva Segreto di Lario ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความสง่างามแบบอิตาลีของทะเลสาบโคโม

Date:

จิตวิญญาณนักสำรวจและกลไกเข็มไขว้แห่งทะเลสาบโกโมผ่านเรือนเวลา

ขอแนะนำให้รู้จักกับนาฬิกา “Segreto di Lario” ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยมาตรฐานสูงสุดของศิลปะการทำนาฬิกาชั้นสูง โดดเด่นด้วยงานตกแต่งที่ประณีตงดงาม ซึ่งเน้นย้ำถึงศิลปะที่อยู่เบื้องหลังส่วนประกอบแต่ละชิ้น ถือเป็นนิยามใหม่ของการบอกพลังงานสำรอง 7 วัน ผ่านงานดีไซน์ที่จำลองแสงแดดยามเย็นเหนือผิวน้ำอิตาลี

Breva Segreto di Lario

Segreto di Lario จิตวิญญาณนักสำรวจในจังหวะชีวิตที่เลคโกโม

แรงบันดาลใจจากความสง่างามของทะเลสาบโกโมในอิตาลี ผสมผสานกับอุปกรณ์เดินเรือของนักสำรวจยุคก่อน กลายมาเป็นที่มาของ Breva Segreto di Lario นาฬิกาที่ตั้งใจเปลี่ยนการบอกพลังงานสำรองแบบเดิมให้กลายเป็นเครื่องมือที่มีชั้นเชิง เพื่อย้ำเตือนถึงคุณค่าของช่วงเวลาที่ผ่านไปอย่างรวดเร็ว

กลไกเข็มไขว้และความลับของ 24 ชั่วโมงสุดท้าย 

หัวใจสำคัญของรุ่นนี้อยู่ที่การแสดงค่าพลังงานสำรอง 7 วันผ่านระบบเข็มตีกลับ (Retrograde) สองชุดที่วางไขว้กัน เข็มแรกจะทำหน้าที่บอกพลังงานต่อเนื่องใน 6 วันแรก แต่จุดที่น่าสนใจคือเมื่อเข้าสู่ 24 ชั่วโมงสุดท้าย เข็มที่สองจะรับหน้าที่แสดงผลแทนทันที เพื่อสื่อถึงช่วงเวลาพิเศษที่ต้องใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด การแยกส่วนแสดงผลแบบนี้ช่วยให้การอ่านค่าแม่นยำและดูมีลูกเล่นที่ต่างจากนาฬิกาทั่วไป

งานดีไซน์ที่จำลองแสงแดดและผิวน้ำ 

หน้าปัดสีทองแชมเปญแบบกึ่งด้านหรือ Meridian Gold ถูกเลือกมาเพื่อถ่ายทอดวินาทีที่แสงแดดอุ่นๆ ตกกระทบผิวน้ำของทะเลสาบโกโมยามเย็น การเก็บงานมีรายละเอียดที่ลึกซึ้งมาก ส่วนล่างของหน้าปัดตกแต่งด้วยลายทาง Geneva Stripes แนวตั้งและขัดเงาลบเหลี่ยม พร้อมชุบโรเดียมเพื่อสร้างมิติและเงาสะท้อนที่นุ่มนวล ดีไซน์นี้จงใจดึงภาพลักษณ์ของเข็มทิศและอุปกรณ์วัดทางดาราศาสตร์สมัยก่อนมาใช้ ทำให้ภาพรวมดูเหมือนเครื่องมือวิทยาศาสตร์ชั้นสูงที่สวมใส่ได้บนข้อมือ

ความร่วมมือกับปรมาจารย์ Jean-François Mojon 

กลไกไขลานชุดนี้พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษโดย Jean-François Mojon จากสำนัก Chronode โดยปรับปรุงจากคาลิเบอร์ C101 ติดตั้งตลับลานคู่เพื่อให้พลังงานที่เสถียรตลอด 7 วัน ตัวเครื่องโชว์งานฝีมือระดับสูงผ่านฝาหลังแซฟไฟร์ ทั้งการขัดลายก้นหอย การพ่นทราย และการลบเหลี่ยมด้วยมือในทุกชิ้นส่วน ซึ่งสะท้อนมาตรฐานการผลิตนาฬิการะดับไฮเอนด์ที่ใส่ใจในทุกจุดสัมผัส

ตัวเรือนไทเทเนียมทรงคุชชั่นที่ใส่สบาย 

แม้จะมีกลไกที่ซับซ้อน แต่ตัวเรือนถูกออกแบบมาให้เน้นความคล่องตัว โดยใช้ไทเทเนียมเกรด 5 ขนาด 41 มม. ทรงสี่เหลี่ยมโค้งมนที่ช่วยให้รับกับข้อมือได้ดี ความหนาเพียง 11.10 มม. ทำให้ใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน การขัดเงาและขัดด้านสลับกันช่วยขับเน้นความประณีตของวัสดุไทเทเนียมให้ดูพรีเมียมขึ้น จับคู่กับสายหนังกลับสีน้ำตาลเทาที่ทำด้วยมือ ยิ่งทำให้ภาพรวมดูร่วมสมัยและลดความทางการลง

สำหรับ Segreto di Lario เรือนนี้คือการนำเทคนิคชั้นครูมาเล่าใหม่ในโทนที่นิ่งและสุขุม เป็นนาฬิกาสำหรับคนที่มองหางานศิลปะที่มีรากฐานจากประวัติศาสตร์การสำรวจ และยังให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ทันสมัยและใส่สบาย ความลุ่มลึกของหน้าปัดและการขยับของเข็มตีกลับ คือเสน่ห์ที่ทำให้เรือนนี้กลายเป็นไอเทมสำหรับนักสะสมที่ชอบความแตกต่างอย่างมีสไตล์

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ไทเทเนียมเกรด 5 ทรงคุชชั่น (Cushion-shaped) ขนาด 41 มม. หนา 11.10 มม. ขัดเงาสลับด้าน
  • หน้าปัด: สีทองแชมเปญ (Meridian Gold) ตกแต่งลาย Geneva Stripes แนวตั้งและชุบโรเดียม
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลา (ชั่วโมง-นาที) พลังงานสำรอง 7 วัน แบ่งเป็น 2 ชุดเข็มตีกลับ (6 วันแรก และ 24 ชั่วโมงสุดท้าย)
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ (Manual-wind) คาลิเบอร์ C101 พัฒนาโดย Chronode (Jean-François Mojon) ตลับลานคู่
  • สาย: สายหนังกลับ (Suede Leather) สีน้ำตาลเทา ทำด้วยมือ (Handmade)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jacob & Co. Billionaire Double Tourbillon Angel Cut ปฏิวัติวงการด้วยเพชรเจียระไนสิทธิบัตรใหม่ในราคา 120 ล้านบาท
ส่องประกายดวงดาวบนหน้าปัด Aventurine และงานดีไซน์ทรงเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ Bell & Ross BR-05 Blue Diamond Eagle
ว่าด้วย ‘ทองคำ’ วัสดุล้ำค่าที่น่าปรารถนาตลอดกาลในอุตสาหกรรมนาฬิกา

Share post:

More like this

Amida Digitrend NASA Edition จากนาฬิกาขับรถยุค 70 สู่อุปกรณ์อวกาศแห่งอนาคต

เมื่อนาฬิกาขับรถทรงลิ่มสุดคลาสสิกจากยุค 70 โคจรมาพบกับหน่วยงานอวกาศระดับโลก Amida Digitrend NASA Edition ถ่ายทอดความเท่ผ่านการแสดงผลเวลาแนวตั้งด้วยปริซึมคริสตัล พร้อมตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงินด้านและโลโก้ Worm อันเป็นเอกลักษณ์

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปี 1816 กับ Louis Moinet Chronograph รุ่นพิเศษในเฉดสีแชมเปญ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ปี 1816 กับ Louis Moinet Chronograph รุ่นพิเศษในเฉดสีแชมเปญ ที่เปลี่ยนความซับซ้อนของกลไก Column Wheel ให้กลายเป็นงานศิลปะบนข้อมือ ผสานวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 น้ำหนักเบาเข้ากับความประณีตของงานช่างศิลป์ชั้นสูง

พาชมความงามจากรอยด่างพร้อยบนหน้าปัดนาฬิกา Venezianico Nereide Verdigris

เสน่ห์ที่ไม่ซ้ำใครของ Venezianico Nereide Verdigris นาฬิกาที่เปลี่ยนปฏิกิริยา Oxidation บนหน้าปัดทองเหลืองให้กลายเป็นงานศิลปะ เลียนแบบสีสันของสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในเวนิส พร้อมความทนทานจากขอบตัวเรือนทังสเตนและกลไก Swiss Made

ศิลปะจากฝาท่อระบายน้ำสู่หน้าปัดนาฬิกา Mercury Altmann x Isotope

เมื่อศิลปะบนฝาท่อระบายน้ำของญี่ปุ่นถูกยกระดับสู่งานชิ้นเอกบนหน้าปัดนาฬิกา Mercury Altmann x Isotope ถ่ายทอดความงามของปราสาทโอซาก้าและดอกซากุระผ่านเทคนิค Cloisonné Enamel ที่ใช้เวลาผลิตนานนับปี เพื่อให้ได้ผลงานสุดเอกซ์คลูซีฟเพียง 5 เรือนทั่วโลก