Breitling Navitimer Cosmonaute Artemis II เมื่อจิตวิญญาณแห่งการสำรวจปี 1962 ถูกตีความใหม่ในตัวเรือนทองคำ 18K

Date:

ปลุกตำนานหน้าปัด 24 ชั่วโมงสู่ภารกิจดวงจันทร์บทใหม่

ถ้าจะพูดถึงนาฬิกาที่พาเราไปไกลเกินขอบโลก ชื่อของ Breitling Navitimer Cosmonaute คือตำนานที่ยังมีลมหายใจอยู่จริง ล่าสุดกับการกระโดดเข้าร่วมภารกิจ Artemis II ของ NASA เพื่อส่งมนุษย์กลับไปโคจรรอบดวงจันทร์อีกครั้ง พร้อมการเปิดตัว Navitimer Cosmonaute รุ่นพิเศษที่มองว่าเป็นการดึงจิตวิญญาณจากยุค 60 มาผสมกับเทคโนโลยีอนาคตได้อย่างลงตัว

เล่าย้อนกลับไปในปี 1962 Scott Carpenter คือมนุษย์อวกาศคนแรกที่พานาฬิกา Breitling ขึ้นไปสัมผัสความเวิ้งว้างบนข้อมือ สิ่งที่ทำให้มันต่างจากนาฬิกาทั่วไปคือหน้าปัดแบบ 24 ชั่วโมง เพราะในอวกาศเราแยกไม่ออกว่าตอนนี้คือกลางวันหรือกลางคืน การที่เข็มเดินครบรอบใน 24 ชั่วโมงจึงเป็นเรื่องคอขาดบาดตายมาก สำหรับรุ่นใหม่นี้ Breitling เลือกใช้ตัวเรือนทองคำเรดโกลด์ 18K ขนาด 41 มม. ที่ดูหรูหราแต่แฝงความดุดันด้วยหน้าปัดสีน้ำเงินเข้มขัดลาย Sunray ซึ่งเวลาโดนแสงจะให้มิติเหมือนท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มองออกไปนอกหน้าต่างยานอวกาศ

สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการที่ยังคงสเกลคำนวณ Slide Rule อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งนักบินสมัยก่อนใช้คำนวณค่าน้ำมันหรือระยะทางแทนเครื่องคิดเลข การขยับขอบหน้าปัดสีดำตัดกับตัวเรือนทองคำทำให้เรือนนี้ดูขรึมและมีมาดมากกว่านาฬิกาสปอร์ตทั่วไป ส่วนด้านหลังตัวเรือนมีการแกะสลักสัญลักษณ์ภารกิจ Artemis II ไว้อย่างชัดเจน เป็นการยืนยันว่านาฬิกาเรือนนี้ผลิตมาเพื่อเป็นเกียรติแก่ความกล้าหาญของมนุษยชาติที่กล้าออกไปสำรวจสิ่งที่ไม่รู้

ภายใต้ความสวยงามนี้ทำงานด้วยกลไกไขลานมือ B02 ที่ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับ COSC การใช้ระบบไขลานแทนอัตโนมัติเป็นเรื่องที่มีเหตุผลมากในอวกาศ เพราะในภาวะไร้น้ำหนัก โรเตอร์เหวี่ยงขึ้นลานอาจทำงานได้ไม่เต็มที่เท่ากับการใช้มือหมุนด้วยตัวเอง สะท้อนให้เห็นว่า Breitling ยังคงยึดถือฟังก์ชันการใช้งานจริงเหนือสิ่งอื่นใด

นาฬิกาเรือนนี้ผลิตมาจำนวนจำกัดเพียง 250 เรือนเท่านั้น สำหรับนักสะสมที่หลงรักในประวัติศาสตร์อวกาศและงานดีไซน์ที่ดูร่วมสมัย นี่คือชิ้นงานที่เล่าเรื่องราวความสำเร็จของอดีตและความหวังของอนาคตได้ดีที่สุดเรือนหนึ่ง ตอกย้ำว่าแม้โลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน แต่ความกระหายที่จะก้าวไปให้ไกลกว่าเดิมยังคงเป็นดีเอ็นเอที่ขับเคลื่อนเราอยู่เสมอ

ข้อมูลทางเทคนิค
  • ตัวเรือน: ทองคำเรดโกลด์ 18K (18K Red Gold) ขนาด 41 มม. ขอบตัวเรือนแบบหยักพร้อมสเกล Slide Rule สีดำ ฝาหลังสลักสัญลักษณ์ภารกิจ Artemis II
  • หน้าปัด: สีน้ำเงินเข้มขัดลาย Sunray แสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง (24-Hour Display) เข็มและหลักชั่วโมงเคลือบสารเรืองแสง
  • ฟังก์ชัน: แสดงเวลาแบบ 24 ชั่วโมง โครโนกราฟ (จับเวลา) หลักชั่วโมงคำนวณ Slide Rule สำหรับนักบิน
  • กลไก: ไขลานด้วยมือ (Manual Wind) คาลิเบอร์ B02 ผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับ COSC
  • สาย: สายหนังจระเข้คุณภาพสูง หรือสายโลหะทองคำ 18K (ตามการจัดจำหน่าย)

อ่านบทความอื่นๆ เพิ่มเติม
Jacob & Co. Billionaire Double Tourbillon Angel Cut ปฏิวัติวงการด้วยเพชรเจียระไนสิทธิบัตรใหม่ในราคา 120 ล้านบาท
Green Dial Energy | รวม 5 นาฬิกาหน้าปัดเขียว เสริมจังหวะแห่งวสันตวิษุวัตและการสะท้อนพลังแห่งการเติบโต
ว่าด้วย ‘ทองคำ’ วัสดุล้ำค่าที่น่าปรารถนาตลอดกาลในอุตสาหกรรมนาฬิกา

Share post:

More like this

สรุปไฮไลต์นาฬิกาเปิดตัวใหม่วีคแรกของเดือนตุลาคม 2026 จาก 5 แบรนด์ดัง 

อัปเดตเทรนด์นาฬิกาล่าสุดประจำเดือนตุลาคม 2026 รวบรวมเรือนเวลารุ่นเด่นทั้ง Oris Big Crown Pointer Date, Frederique Constant The Elements, Omega Seamaster Diver 300M, MeisterSinger Panthero Jumping Hour และ Parmigiani Fleurier TORIC

Introducing: Peacock Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญอง 3 แกนที่เล็กและเบาที่สุดในโลก

Peacock เขย่าวงการนาฬิกาไฮเอ็นด์ด้วย Tai Chi Curved Guilloché Triple-Axis Tourbillon ทูร์บิญองสามแกนขนาดจิ๋วเส้นผ่านศูนย์กลาง 8 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 0.436 กรัม บนตัวเรือนไวท์โกลด์ 43.5 มิลลิเมตร หน้าปัดแกะลายกิโยเช่โค้งสามมิติ ผลิตจำกัด 70 เรือนทั่วโลก

เปิดตัว Bell & Ross BR-03 Green Radar Ceramic ที่จำลองหน้าจอเรดาร์สีเขียวของกองทัพเครื่องบินรบ

สัมผัสความแปลกใหม่กับ Bell & Ross BR-03 Green Radar Ceramic นาฬิกาข้อมือรุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน 999 เรือน ย่อขนาดตัวเรือนเหลือ 41 มิลลิเมตร โดดเด่นด้วยหน้าปัดเรดาร์แสงสีเขียวมรกตและจานดิสก์รูปเครื่องบินรบสามลำ

Seiko Power Design Project Collection 2 จากคอนเซ็ปต์วอทช์สุดไวรัลสู่การผลิตจริง เปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟดีไซน์หัวหมีแพนด้า

จากคอนเซ็ปต์วอทช์สุดไวรัลสู่การผลิตจริง Seiko เปิดตัวนาฬิกาโครโนกราฟดีไซน์หัวหมีแพนด้า HHK001 และ HHK002 โดดเด่นด้วยตัวเรือน Bullhead ขนาด 43 มิลลิเมตร กลไก Mecha-quartz และสเกล Sasameter ผลิตจำนวนจำกัดเพียงรุ่นละไม่กี่พันเรือนทั่วโลก