Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition

Date:

เมื่อความเร็วและเวลาบรรจบกันในเรือนเดียว

ในโลกของนักแข่ง ความเร็วไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่มันคือ ศิลปะ คือจังหวะของเครื่องยนต์ที่เต้นสอดประสาน คือการกะจังหวะเข้าโค้ง และคือวินาทีที่ตัดสินชัยชนะ เช่นเดียวกับโลกของเรือนเวลา ที่เสี้ยววินาทีสามารถเปลี่ยนประวัติศาสตร์ได้ และนี่คือจุดตัดของสองจักรวาล Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition เรือนเวลาที่นำจิตวิญญาณของสนามแข่งมารวมกับความประณีตของเครื่องบอกเวลา เพื่อเฉลิมฉลอง 50 ปีแห่งนวัตกรรมของ Mobil 1 กับน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ที่อยู่เบื้องหลังขุมพลังของรถแข่งระดับโลก

Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition

จาก Heuer Monaco ของ Steve McQueen ไปจนถึงนาฬิกา Breitling ใน Bentley GTs ความเชื่อมโยงระหว่างรถยนต์กับนาฬิกาข้อมือเป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธได้ ทั้งสองมีความคล้ายคลึงกันในเรื่องของการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์และวิศวกรรม โดยสามารถสร้างผลงานเทคโนโลยีอันน่าทึ่งที่ยังคงแฝงด้วยความมีสไตล์และความเท่ Autodromo แบรนด์นาฬิกาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์และเสน่ห์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงได้ร่วมมือกับ Mobil 1 เพื่อเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันของนาฬิกา Monoposto ซึ่งถือเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปี รุ่นนี้มีจำนวนจำกัดเพียง 100 เรือนในรุ่นสเตนเลสสตีล และ 50 เรือนในรุ่นโกลด์โทน (gold-tone) โดยถือเป็นการเปิดตัวใหม่ของ Monoposto รุ่นแรกในปี 2012

*”Gold tone variant” หมายถึง รุ่นที่มีการเคลือบสีทอง (gold-tone) บนตัวเรือนของนาฬิกา ซึ่งไม่ใช่ทองคำแท้ทั้งหมด แต่เป็นการใช้เทคนิคการเคลือบหรือการชุบสีทองลงบนวัสดุ เช่น สเตนเลสสตีล เพื่อให้ดูมีสีทองเหมือนทองจริง โดยมีความทนทานและราคาย่อมเยากว่าทองคำแท้ นอกจากนี้ยังมีความหรูหราและดูดีเช่นเดียวกับการใช้ทองคำจริง

แรงบันดาลใจจากยุคทองของสนามแข่ง ย้อนกลับไปในปี 50s เสียงคำรามของเครื่องยนต์บนสนามที่เต็มไปด้วยรถ “Monoposto” หรือรถแข่งที่นั่งเดี่ยว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของยุคที่อุตสาหกรรมความเร็วกำลังก้าวไปข้างหน้า มาตรวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่กลายเป็นหัวใจสำคัญของแดชบอร์ดในรถแข่ง และเป็นต้นแบบของดีไซน์ของ Monoposto

Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition

ตัวเรือนขนาด 43 มม. มาในสองเวอร์ชันสุดเอ็กซ์คลูซีฟ สแตนเลสสตีลและโกลด์โทน (gold-tone) ที่สะท้อนเสน่ห์ของเครื่องมือจับเวลายุคคลาสสิกอย่างสมบูรณ์แบบ ผสมผสานกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สวมใส่คู่กับสายหนังควายอิตาลีแฮนด์เมดเพิ่มความวินเทจให้กับเรือนเวลา และยังมาพร้อมฝาหลังแบบ Exhibition Caseback ที่โชว์การทำงานของกลไก Miyota 9039 อัตโนมัติระดับตำนาน ความถี่ 4Hz และสำรองพลังงานได้ 42 ชั่วโมง ราวกับเครื่องยนต์ที่พร้อมพุ่งทะยานทุกเมื่อ

Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition
Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition

“Pegasus” คือสัญลักษณ์ของความเร็วเหนือกาลเวลา สิ่งที่ทำให้เรือนเวลานี้พิเศษเหนือกว่าแค่ความคลาสสิก คือการนำเอาโลโก้ “Pegasus” สีแดงเพลิงของ Mobil 1 มาวางไว้บนหน้าปัด a nod to history ที่เต็มไปด้วยความหมาย

ย้อนกลับไปปี 1911 โลโก้นี้ปรากฏตัวครั้งแรกบนผลิตภัณฑ์ของ Vacuum Oil ก่อนจะกลายเป็นไอคอนของวงการยานยนต์ทั่วโลก ด้วยปีกที่แผ่กว้างราวกับพุ่งทะยานไปข้างหน้าไม่มีวันหยุด เหมือนกับนักแข่งที่ไม่เคยหันหลังกลับมามอง

Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition

Autodromo ตัดสินใจถอดเส้นแดง (Red Line) ที่เคยเป็นซิกเนเจอร์ของ Monoposto รุ่นดั้งเดิมออก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ Pegasus ได้เปล่งประกายเต็มที่ เป็นการปรับดีไซน์ที่ไม่ได้แค่สวยขึ้น แต่ยังช่วยให้สตอรี่ของ Mobil 1 โดดเด่นขึ้นอย่างชาญฉลาด

Autodromo Monoposto Mobil 1 Edition

เพราะเวลาและความเร็วไม่เคยรอใคร Monoposto Mobil 1 Edition ไม่ใช่แค่นาฬิกาแต่มันคือเครื่องเตือนใจว่า “เวลาคือทุกสิ่ง” ในสนามแข่ง เสี้ยววินาทีสามารถเป็นจุดเปลี่ยนของชัยชนะ ในโลกแห่งวิศวกรรม การคำนวณที่แม่นยำคือกุญแจของความก้าวหน้า และสำหรับนักสะสมหรือคนที่หลงใหลในความเร็ว Monoposto Mobil 1 Edition นี่คือเรือนเวลาที่เป็นมากกว่านาฬิกา มันคือ เครื่องบันทึกจังหวะของชีวิต ที่จะอยู่กับคุณในทุกเส้นทาง

“ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในโลกเรือนเวลาสุดล้ำได้ที่ Revolution Thailand แหล่งรวมแรงบันดาลใจสำหรับนักสะสมนาฬิกาตัวจริง”

Share post:

More like this

The Sphere Series 5 ผลงานรุ่นล่าสุดจาก Hautlence ที่นำเสนอลูกบอลแกะสลักสีขาวหมุนวนบนแกนสามแกนเพื่อบอกเวลาแบบ Jump Hour

สัมผัสมุมมองใหม่แห่งโลกเรือนเวลาผ่าน Hautlence The Sphere Series 5 งานประติมากรรมกลไกสามมิติบนตัวเรือนไทเทเนียมไร้ขา ที่ผสมผสานลูกบอลบอกชั่วโมงแบบ Jump Hour และเข็มนาที Retrograde เข้ากับสุนทรียภาพสีโมโนโครมได้อย่างลงตัว

Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ทำไมเรือนนี้ถึงน่าสนใจในตลาดนาฬิกาสปอร์ตดำน้ำ?

เปิดตัว Oris Aquis Date Kelp Forest Limited Edition ความสนุกของหน้าปัดเรือนนี้อยู่ที่เทคนิคพิมพ์ 3 มิติ (3D-printed surface treatment) ซึ่ง Oris ตั้งใจจำลองพื้นผิวของ "สาหร่ายเคลป์" เวลาโดนแสงแดดส่องผ่านน้ำทะเลสว่างวูบวาบ

Urwerk UR-300 Time Quantum มาพร้อมนวัตกรรม T-Frame พลิกโฉม 30 ปี Wandering Hours

เจาะลึก Urwerk UR-300 Time Quantum การปฏิวัติระบบ Wandering Hours ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 30 ปี ด้วยการสลัดแขนยึดสมมาตรแบบเดิม ทิ้ง แล้วแทนที่ด้วยโครงสร้าง T-Frame คานสลับตำแหน่งกระโดดเปลี่ยนองศาในเสี้ยววินาที พร้อมตัวเรือนไทเทเนียมรูปทรงใหม่สุดล้ำ

Bell & Ross BR-03 Space Mission เมื่อนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมหน้าปัดห้องนักบิน ถอดเข็มออกแล้วย้ายไปอยู่ในอวกาศ

Bell & Ross ตีความนาฬิกาทรงสี่เหลี่ยมระดับไอคอนิกใหม่ในรุ่น BR-03 Space Mission ถอดเข็มนาฬิกาแบบเดิมออก แล้วใช้แผ่นดิสก์หมุนจำลองการโคจรของยานอวกาศ Vortex และดวงจันทร์บนพื้นหน้าปัดแก้วอเวนจูรีนสีดำประกายดาว ในตัวเรือนเซรามิกดำขัดทรายขนาด 41 มม. ผลิตจำกัด 999 เรือน